“ธนาธร” วิเคราะห์ “รัฐบาลแห่งชาติ” ถ้าพลังประชารัฐชนะ “สังคมมืดมิด”

สัมภาษณ์ โดย ปิยะ สารสุวรรณ

 

“ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” แห่งพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ดีดตัวเองออกมาไกลจากโลกธุรกิจ เข้าใกล้โลกแห่งอำนาจการเมืองมากที่สุด ด้วยเสียงโพล-การประเมินของฝ่ายความมั่นคง คาดว่าจะมี ส.ส.ไปถึงเลข 3 หลัก !

“ธนาธร” ฉายภาพหลังเลือกตั้งว่า 1.รัฐบาลแห่งชาติยังมีความเป็นไปได้ กรณีตั้งรัฐบาลไม่ได้ 2.รัฐบาลที่เป็นปฏิปักษ์กับฝ่ายประชาธิปไตยยังมีเครื่องมืออีกเยอะ ไม่ว่าจะศาลรัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ชาติ องค์กรอิสระ ทำลายแล้วเปลี่ยนขั้วจับอาจจะเกิดงูเห่าภาค 3 และ 3.ยุบพรรค-รัฐประหารอีกรอบ

“ทุกฝ่ายประเมินกันรายวัน โดยเฉพาะฝ่ายที่ต้องการสืบทอดอำนาจซึ่งเล่นได้หลายเครื่องมือ สถานการณ์เปลี่ยนทุกวัน กระแสเปลี่ยนทุกวัน ทุกฝ่ายปรับกลยุทธ์ทุกวัน พรรคตั้งรับและตั้งรุกรายสัปดาห์”

“ธนาธร” ประเมินพรรคคู่แข่ง-พลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า หากหลังเลือกตั้ง พปชร.ชนะเลือกตั้ง-เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล “สังคมก็คงมืดมิด”

“จะทำอะไรได้ นอกจากรณรงค์ต่อไป ทำงานหนัก เป็นฝ่ายค้านก็ต้องตรวจสอบให้ดี ให้สมกับที่คนไว้วางใจ ทำงานในสภาให้ดี นอกสภาก็รณรงค์ต่อเนื่องต่อสัก 4-5 ครั้ง ประชาชนยังคิดว่าเผด็จการดีกว่าก็อาจจะเลิกทำก็ได้”

ในทางกลับกัน หาก “ธนาธร-ฝ่ายประชาธิปไตย” ชนะเลือกตั้ง เขาจะรณรงค์เรื่องรัฐธรรมนูญอย่างแข็งขัน จนพร้อมถึงเสนอแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ล้มล้างผลพวงรัฐประหาร แก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ปฏิรูปกองทัพทำทันที

“จัดการ truth commission ใหม่ เรียกร้องให้ทุกคนเผชิญหน้ากับความจริงอย่างกล้าหาญ ทำความจริงให้เปิดเผย การลงโทษเป็นอีก step หนึ่ง ทำความจริงให้ปรากฏ แต่ไม่ลงโทษ ยอมรับความจริง ว่าทุกฝ่ายผิดอย่างไร”

ทั้งหมดตัวเลข ส.ส.ในสภาหลังเลือกตั้ง คือ คำตัดสินชี้ขาดว่า “พรรคธนาธร-พวก” จะได้อำนาจจากประชาชนไปปฏิบัติภารกิจ-วาระก้าวหน้าในเส้นทางระยะยาวหรือไม่

“มี ส.ส.เขตแน่นอน จะได้เห็นเซียนปากกาหัก ไม่เกี่ยวกับเขตที่มีผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ที่ถูกยุบพรรคไปด้วย”

“ถ้าถามว่าอยากได้ ส.ส.เท่าไร ผมยักไหล่ ผมต้องการมากที่สุดอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่บอกว่า ได้ 5 คน ได้ 10 คน แล้วทำงานต่อไม่ได้ ไม่ใช่ ใครจะไปรู้ อาจจะได้ 100 คนก็ได้ ไม่มีใครรู้หรอก”

“ดังนั้น ถามว่า ส.ส.เขต ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ คาดหวังเท่าไหร่ ผมไม่มีคำตอบ เพราะผมสนใจว่าจะผลักดันวาระสังคมให้ยอมรับวาระของเราได้ไหม ทำวาระของเราให้เป็นวาระสังคม วาระของเราเป็นวาระสังคมเมื่อไหร่ มีคะแนนแน่นอน”

“ธนาธร” สรุปบทเรียน วัน “แผ่นดินไหวทางการเมือง” 8 กุมภา ยุบ ทษช.

“ผมก็ไม่รู้ คุณไปดูผู้สมัคร ทษช.สิ บางคนไปหาคุณเสรี (หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย) บางคนบอกโหวตโน บางคนบอก อนค.ก็มี เราไปควบคุมเสียงของประชาชนไม่ได้ ผมไม่ได้ไปคุยกับแกนนำ ทษช.แน่นอนว่า เฮ้ย เขายุบพรรคคุณแล้ว ผมขอนะ”

“การตัดสินใจต้องขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรคให้เยอะ จะเป็นพรรคที่แข็งแรง ประชาชนมีอำนาจ มีเครื่องมือ คือ พรรคของประชาชน ถ้ามีพรรคที่แข็งแกร่งพอ เราจะชนะ ในการต่อสู้กับอำนาจที่ไม่เป็นประชาธิปไตย”

“มีแต่พรรคการเมืองที่เข้มแข็งเท่านั้นที่เป็นอาวุธ เป็นเสาหลัก ยืนระยะในระยะยาวได้ ดังนั้น ตัดสินใจโดยไม่มีส่วนร่วมของสมาชิก ไม่ทำให้พรรคเข้มแข็งขึ้น”

“ไปคิดวิธีที่จะเอาชนะด้วยสมการประหลาด ๆ ไม่ทำให้พรรคเข้มแข็งขึ้น มีแต่เดินข้างหน้าอย่างตรงไปตรงมาอย่างเดียวเท่านั้นที่จะทำพรรคเข้มแข็งขึ้น”

“ประชาชน สมาชิกพรรคมีส่วนร่วม ผลักดันข้อกำหนดนั้นเมื่อมีอำนาจ ง่าย ๆ simple ตรงไปตรงมา ไม่ต้องคิดเยอะ แผนซับซ้อน 7-8 ชั้น ไม่มี เดินตรงไปตรงมา ถ้าพรรคการเมืองไม่เข้มแข็งไม่มีทางชนะเลย”

“ธนาธร” ประเมินทิศทางการเมือง-รัฐบาลหลังเลือกตั้งว่า คงจะทำงานลำบาก คนที่หวังว่ามีรัฐบาลแล้วจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อน ทำไม่ได้ เพราะปัญหา คือ โครงสร้างทางการเมืองไม่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ อนาคตหลังการเลือกตั้งค่อนข้างมืดมน ถ้าฝ่ายสืบทอดอำนาจ คสช.ชนะ ผมคิดว่า มืดยาว กลับไปเหมือนปี”21 เพราะรัฐธรรมนูญความคล้ายคลึงกับรัฐธรรมนูญปี”21″

“อาจจะได้นายกฯที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่อยู่ยาว หรือมาจากการเลือกตั้ง โดยมีเสื้อคลุมประชาธิปไตย แต่เนื้อในเผด็จการแล้วอยู่ยาว อาจจะ 8 ปี 20 ปี แน่นอนเมื่อฝ่ายประชาธิปไตยชนะ เขาต้องหาเครื่องมือมาทำลายกัน อาจจะทำลายด้วยคดีความส่วนบุคคล อาจจะทำลายกันระดับพรรคเลย หรือจะเอารถถังเข้ามาอีกรอบก็เป็นไปได้หมด” 

หน้า 8

Previous articleกรมสรรพากรเตือนใกล้สิ้นสุดเวลายื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2561
Next articleจัดยิ่งใหญ่! ส่อง 13 รางวัลเวที “Mthai Top Talk-About 2019”