เปิดสังเวียน 10 ก๊ก พปชร. มุ้งใหญ่ประลองกำลัง ชิงกระทรวงเกรดเอ

รายงานพิเศษ

ประกาศผลสอบเลือกตั้ง ปี’62 อย่างไม่เป็นทางการไปแล้ว พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่มี “อดีต ส.ส.สอบได้-อดีต ส.ส.สอบตก” และ “ส.ส.หน้าใหม่” ผ่านด่านทดสอบการเมืองสามก๊ก-เข้าสภาด้วยตัวเลขกลม ๆ 116 ที่นั่ง แบ่งออกเป็น ส.ส.เขต 97 ที่นั่ง และ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่คาดว่าจะได้ประมาณ 19 ที่นั่ง

นอกจากเกมชิงจัดตั้งรัฐบาล-ต่อรองเก้าอี้กระทรวงเกรดเอ ระหว่าง พปชร.ในฐานะพรรคการเมืองที่ได้คะแนน popular vote เป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนน 8.433 ล้านเสียง กับพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ได้จำนวนเก้าอี้ ส.ส.มากเป็นอันดับ 1 จำนวน137 ที่นั่งแล้ว
การ “แบ่งเค้ก” ภายใน พปชร. ที่มีกลุ่ม-ก๊วน-มุ้ง กว่า 10 ก๊ก กำลังจับจองกระทรวงเกรดเอ เพราะแต่ละก๊ก-ก๊วนกว่าจะเกณฑ์ ส.ส.เข้าไปทำหน้าที่ผู้ทรงเกียรติได้เลือดตาแทบกระเด็น จากก่อนหน้าที่นักวิเคราะห์-เซียนการเมืองหลายสำนักเห็นว่า พปชร.จะหลุดไปเป็น “พรรคอันดับ 3” เป็น “พรรคต่ำร้อย” แต่กลายเป็น “พรรคเกินร้อย”
“ก๊วน กทม.” ตีแตก ปชป.
ก๊กสามทหารเสือ “อดีตขุนพล ปชป.”ที่มี “พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์-ณัฏฐพลทีปสุวรรณ-สกลธี ภัททิยกุล” อดีต “สามทหารเสือ กปปส.” เป็นหัวเรือใหญ่-กงสี อาศัยความ “เจนจัด”-เครือข่ายส.ก.-ส.ข. ในสนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานครสั่งสมบารมีตั้งแต่สมัยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) “เก็บคะแนน” ได้เป็นกอบเป็นกำ-กวาด 12 ที่นั่งจาก 30 เขตที่นั่ง ตีเมืองหลวง ปชป.แตกกระจุย
“สามมิตร” เจาะไม่เข้า
ก๊กสามมิตร “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ-สมศักดิ์ เทพสุทิน-อนุชา นาคาศัย” อดีตแกนนำกลุ่ม “สามมิตร” ภายหลังขนอดีตส.ส.-อดีตรัฐมนตรี-นักการเมืองภูธร ขึ้นรถบัสมาในวันเปิดตัวพรรคกว่า 60 ชีวิต อาทิ “เสี่ยแฮงค์-อนุชา” และ “มณเฑียร สงฆ์ประชา” ยกจังหวัดชัยนาท นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ว่าที่ ส.ส.ราชบุรี เขต 2 น.ส.กุลวลี นพอมรบดี ว่าที่ ส.ส.ราชบุรี เขต 1 น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ว่าที่ ส.ส.ราชบุรี เขต 3
ทว่า ราชบุรี เขต 4 น.ส.ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร อดีต ส.ส.ราชบุรี พลาดท่าเป็นที่ 2 ให้กับนายอัคร วงษ์พิทักษ์โรจน์ จาก ปชป. และเขต 5 น.ส.อภิญญา สว่างเมฆ แพ้นายบุญลือ ประเสริฐโสภา จากภูมิใจไทย (ภท.) และนายชัยโรจน์ เอกอัครอัญธรณ์ จาก ปชป.
และที่ “น่าผิดหวังที่สุด” คือ จ.เลย 3 เขต “แพ้ราบ” ถึงแม้จะส่ง “เบอร์ใหญ่”ตระกูล “เร่งสมบูรณ์สุข” อย่างสองสามี-ภรรยา “ปรีชา-เปล่งมณี”
ถึงแม้ “ภาคอีสาน” จะไม่ได้ ส.ส. “เป็นกอบเป็นกำ” อย่างที่ “ทุ่มสุดตัว” เพราะภาคอีสานเป็น “ฐานบัญชาการรบ”ของเพื่อไทย แต่ยังไม่ถึงกับเสียรังวัด เพราะได้อาศัย “หัวคะแนนเดิม” เอาตัวรอดไปได้ โดยภาคอีสานได้ 11 ที่นั่งจากทั้งหมด 116 ที่นั่ง
จน “อดีตขุนพลทักษิณ” เดือด-ซัดทักษิณนายเก่า เคลมผลงานเศรษฐกิจจนเป็น “รักแรกพบ” ของคนอีสาน ทั้ง ๆ ที่ไม่ทำอะไรเลย
“วราเทพ” บานยกจังหวัด
ก๊กกำแพงเพชร “วราเทพ รัตนากร” อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐบาลยิ่งลักษณ์ หัวหน้ากลุ่ม ส.ส.กำแพงเพชร หลังแยกทางเพื่อไทย ไปซบ พปชร. ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง กวาดยกจังหวัด4 ที่นั่ง ทั้งนายไผ่ ลิกค์-นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์-นายอนันต์ ผลอำนวย-นายปริญญา ฤกษ์สาหร่าย และ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ มาตามนัด
เชียงใหม่แพ้หลุดลุ่ย
ก๊กแม่เลี้ยงแดง “แม่แดง” กิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ และ “รัตนา จงสุทธามณี” อดีต ส.ส.เชียงราย ที่ขนทีมผู้บริหาร-สมาชิก อบจ.เชียงราย มารวมพลังกับ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า”ว่าที่ ส.ส.พะเยา อาทิ นายผจญ ใจกล้านายเสงี่ยม แสนพิชญ์ นายบุญถิ่น นวลใหม่ น.ส.นริสา ทองประสิทธิ์ ขณะที่ “มงคล จงสุทธามณี” อดีต ส.ส.เชียงราย และหวังจะสร้าง “บิ๊กเซอร์ไพรส์” เจาะไข่แดงพรรคเพื่อไทย (พท.) ถูกสั่งสอน “สอบตกยกชั้น” ไม่ได้ ส.ส.สักที่นั่งเดียว
“บ้านริมน้ำ” ปริ่มน้ำ
ก๊กบ้านริมน้ำ ของ “สุชาติ ตันเจริญ”ผู้กว้างขวาง จ.ฉะเชิงเทรา ทำผลงานหืดขึ้นคอ เมื่อคว้ามาได้เพียง 2 ที่นั่ง จากทั้งหมด 4 ที่นั่ง คือ นายสุชาติ และนายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ที่ย้ายมาจากชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ขณะที่สมาชิกบ้านริมน้ำคนอื่น ๆ อาทิ นายรณฤทธิชัย คานเขต อดีต ส.ส.ยโสธร นายกล่ำคาน ปาทาน และนายภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ นพ.อลงกต มณีกาศ และนายชูกัน กุลวงษา อดีต ส.ส.นครพนม นางศรัณยาสุวรรณพรหม ภรรยานายสรชาติ อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู แพ้ราบ ส่วนอดีต ส.ส.ปชป.ที่ย้ายมาจาก ปชป. ได้แก่ พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ และ “โหร ส.ว.”-บุญเลิศ ไพรินทร์ สอบตกหมด
“คุณปลื้ม” ไม่ปลื้ม
ก๊กชลบุรี “ตระกูลคุณปลื้ม” ที่มี “สนธยา-อิทธิพล คุณปลื้ม” เป็นแม่ทัพกลุ่มชลบุรี เดิมพัน “เว้นวรรค” ไม่ส่งผู้สมัครพรรคพลังชล (พช.) เพื่อออกแรงดัน พปชร.เต็มแรง ถึงแม้ “ขุนศึกพลังชล”จะเก็บชัยชนะเกือบทั้งหมด 8 ที่นั่ง ทว่าต้องเสียแชมป์ให้กับ”พรรคน้องใหม่-อนาคตใหม่” 3 เขตและยังสังเวย “แม่ทัพ” อย่าง “อิทธิพล” แทบช็อกคาเวทีการเมืองที่ผูกขาดมาตลอด
“อัศวเหม” นอนมา
ก๊กอัศวเหม มาเต็มเพราะขนอดีตนักการเมืองท้องถิ่น-กลุ่ม “สมุทรปราการก้าวหน้า” ร่วมชายคา อย่างน้อย 8-10 คนโดยมี “เสี่ยเอ๋-ชนม์สวัสดิ์” เป็นแบ็กอัพยกมาทั้ง “บ้านอัศวเหม” นำโดย นายอัครวัฒน์ อัศวเหม อดีตนายก อบจ.สมุทรปราการ นายยงยุทธ สุวรรณบุตรนายกเทศมนตรี ตำบลแพรกษา น.ส.ภริม พูลเจริญ อดีตสมาชิกสภา อบจ.สมุทรปราการ นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ คนรุ่นใหม่ในกลุ่มอัศวเหม น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ และ “กรุงศรีวิไล สุทินเผือก” อดีต ส.ส.สมุทรปราการ ภท. ทำให้เกือบกวาดเรียบยกจังหวัด-พลาดท่าให้ อนค. 1 ที่นั่ง
“พร้อมพัฒน์” หิ้วเข้าสภา
ก๊กเพชรบูรณ์ ของ นายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งเคยเป็นถุงเงินใบใหญ่ใน พท.พา ส.ส.เข้าสภาตัวเป็น ๆ ยกจังหวัด ได้แก่ น.ส.พิมพ์พร พรพฤติพันธุ์ นายจักรัตน์ พั้วช่วย ภรรยา-นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ และเอี่ยม ทองใจสด
“เทียนทอง” ผลัดใบ
ก๊กเทียนทอง-สองใจ ที่ทำให้ “ป๋าเหนาะ”เสนาะ เทียนทอง “เจ้าพ่อกลุ่มวังน้ำเย็น” ต้องกระอักเป็นเลือด เมื่อ “ฐานิสร์-ตรีนุช เทียนทอง” หลานในไส้ เปิดศึกสายเลือดล้ม “สนธิเดช-สรวงศ์ เทียนทอง” เปลี่ยนมือยก จ.สระแก้ว
แดงแตกฟอง
ก๊ก “สุพล ฟองงาม” อดีต รมช.มหาดไทย แห่งอุบลราชธานี พาลูกสมุนแปรพักตร์มาอยู่ใต้ชายคาพลังประชารัฐ แต่กลับแพ้ยับเยิน 9 เขต กู้หน้าได้เพียงเขต 6 นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ที่ไม่ได้เกาะกลุ่มเป็นขั้วเดียวกันชัดเจน แต่ก็ถือเป็นพันธมิตรฝั่งเพื่อไทยเดิม โดยชนะแบบเฉียดฉิว “หลักร้อยแต้ม”
ก๊กพลังโคราช ที่มี “วิรัช รัตนเศรษฐ” เป็น “พ่อบ้าน” ส่งลูกชาย-ภรรยาชนะ 3 เขต-โคราช ทั้ง ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ-อธิรัฐ รัตนเศรษฐ-ทัศนียา รัตนเศรษฐ แต่สมาชิกพลังโคราช ทั้ง “แรมโบ้”-
สุภรณ์ อัตถาวงศ์ นายจำลอง ครุฑขุนทด นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สอบตกหมด
“สี่กุมาร” คั่วเสนาบดี
ก๊กสี่กุมาร นำโดย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค และนายกอบศักดิ์ โฆษกพรรค ขาดตกบกพร่องไม่ได้ เพราะทำหน้าที่คิด-ค้นนโยบายประชารัฐ และต่อจิ๊กซอว์กับหัวหน้าก๊ก-ก๊วน-มุ้งและศูนย์บัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล จนออกมาเป็น 7-7-7 นโยบายประชารัฐ ถึงแม้จะไม่มีป้าย ส.ส.แขวนไว้  แต่ “ผู้อยู่เบื้องหลัง” คอนเฟิร์มต้องมีตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี
ต่อไปนี้นอกจากจับตาเกมต่อรองร่วมรัฐบาล ยังต้องเผื่อใจเกมต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงเกรด A ระหว่างกลุ่ม-มุ้งใน พปชร. โควตา “รัฐมนตรีว่าการ” ที่ พปชร.ไม่ยอมปล่อยให้ไปอยู่พรรคร่วมรัฐบาลคือ คมนาคม พาณิชย์ คลัง เกษตรฯ และอุตสาหกรรม แต่ต้องแย่งกันเองภายในพรรค
Previous articleธุรกิจแห่จ้าง ‘สูงวัย’ ‘เทสโก้ โลตัส-เซ็นทรัล-อิเกีย’ นำร่อง
Next articleธรรมดา…ไม่ทำ “ทุกสนามที่ลง เราต้องชนะ”