สนช.รับหลักการ ร่างกม.ตรวจเงินแผ่นดิน ชี้ปรับความสัมพันธ์ คตง.-ผู้ว่าสตง.ใหม่

สนช.รับหลักการ ร่างกม.ตรวจเงินแผ่นดินวาระแรก “มีชัย” แจงปรับสัมพันธ์ คตง.กับผู้ว่า สตง.ใหม่ ชี้ของเดิมต่างคนต่างทำงาน

เมื่อวันที่ 14.00 น.วันที่ 31 สิงหาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. …. ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เป็นผู้เสนอ โดยนายมีชัย ฤชุพันธ์ุ ประธานกรธ. ชี้แจงหลักการและเหตุผลว่า กรธ.ได้ยึดแนวทางเดิมเป็นส่วนใหญ่ โดยมีการแก้ไขบางส่วนให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 รวมไปถึงการแก้ปัญหาในอดีต โดยเฉพาะ ความสัมพันธ์ระหว่าง คตง.กับผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่แต่เดิมอาจไม่เรียบร้อย ต่างคนต่างทำงาน กรธ.จึงได้กำหนดความสัมพันธ์ให้ใหม่เพื่อให้งานเกิดประสิทธิภาพ โดยกำหนดให้ คตง.ดูแลนโยบาย ส่วนผู้ว่าการฯ ดูแลการบริหาร หากพบการทุจริต ให้สอบสวนเบื้องต้นแล้ว โยนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการ ยกเว้นคดีที่ตรวจพบว่า ป.ป.ช.มีส่วนในความผิด ให้เป็นหน้าที่ผู้ว่าการฯ ส่วนการตรวจสอบคตง. ให้มีคณะกรรมการกำกับการตรวจสอบ เป็นหน้าที่ของกรมบัญชีกลาง มีประธานวุฒิสภาเป็นประธาน เพื่อประกันความอิสระ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิก สนช.อภิปรายอย่างกว้าง ทั้งเห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ ในแง่การช่วยดูเรื่องวินัยการเงินการคลัง และไม่เห็นด้วย โดยยกเสียงสะท้อนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ว่า สตง.ทำให้ทำงานลำบาก อยากให้มีหน้าที่เพียงออกคำแนะนำ ไม่ใช่คำสั่ง หลายครั้งตีความโครงการไม่ตรงกันทำให้ทำงานไม่ได้ จึงควรมีข้อยุติในส่วนนี้ ด้านนายมีชัยชี้แจงว่าที่ผ่านมาได้เชิญ สตง.มาให้ความเห็นก็ทำให้เข้าใจมุมมองของ สตง.ในฐานะคนทำงาน เพราะบางครั้งโครงการจากงบประมาณแผ่นดินเหมือนจะดี เช่น ให้ทุนการศึกษา แต่ครอบครัวที่ได้รับคือ หัวคะแนนในพื้นที่ทั้งนั้น ก่อนที่ประชุมจะมีมติรับหลักการด้วยคะแนน 164 ต่อ 1 งดออกเสียง 3 พร้อมตั้งกมธ.วิสามัญ เพื่อพิจารณารายมาตรา ภายใน 50 วัน ก่อนนำเข้าสู่การประชุมเพื่อขอความเห็นชอบในวาระ 2-3 ต่อไป จากนั้น นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช.คนที่ 2 สั่งปิดประชุมในเวลา 16.10 น.

 


ที่มา : มติชนออนไลน์