เช็กลิสต์กลุ่มเสี่ยง ส.ส.”งูเห่า” ปั่นค่าตัว 30 ล้าน ร่วม พปชร.โหวตบิ๊กตู่

รายงานพิเศษ

 

การเมืองหลังการเลือกตั้ง จะลากยาวไปจนหลังการประกาศรับรองผล 9 พ.ค. ต่อเนื่องด้วยการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และการเลือกนายกรัฐมนตรี

กลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในพรรคการเมืองที่อยู่ฝ่ายสะวิงโหวตได้ทุกขั้ว ถูกเล็งเป้าเป็น “งูเห่า” ปั่นราคาอยู่ที่ตัวละ 20-30 ล้าน อาจจะมากกว่านั้น

ก็เพราะฤทธิ์เดชของรัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดให้พรรคที่ได้ ส.ส.เป็นอันดับ 2 สามารถจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคอันดับ 1 ได้ โดยใช้ข้ออ้าง “พ็อปพูลาร์โหวต” เป็นเกณฑ์วัด ทั้งยังให้ฝ่ายที่จัดตั้งรัฐบาลสำเร็จต้องชนะถึง 3 ยก จึงจะตั้งรัฐบาลได้อย่างมีเสถียรภาพ โดยต้องอาศัย ส.ว. 250 ที่แต่งตั้งโดยหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีได้

ดังนั้น ยกแรกตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายที่ครองบัลลังก์ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติต้องรวมเสียง ส.ส.ได้ 251 เสียง ขั้นตอนนี้ยังไม่ต้องพึ่งเสียง ส.ว.

แต่เมื่อถึงยก 2 “โหวตนายกรัฐมนตรี” ? ต้องใช้เสียง 376 เสียง ถึงจะสามารถโหวตนายกฯของตัวเองได้ โดยเสียงของ ส.ว. 250 คน คือ “ตัวแปรสำคัญ”

มาถึงยกที่ 3 การฟอร์มรัฐบาล ฝ่ายที่ครองเก้าอี้นายกฯ ต้องหาเสียงสนับสนุนให้ได้ 270 เสียงขึ้นไปถึงจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ

รอยต่อทั้ง 3 ยก เนรมิตให้เกิด ส.ส. “งูเห่า” ได้ทั้ง 3 ยก

“พรรคพลังประชารัฐ” จึงมีอิทธิฤทธิ์ การ “ต่อรอง” ดูด ส.ส. มากกว่าขั้วพันธมิตรเพื่อไทย เพราะสันนิษฐานได้ว่า ส.ว. 250 คน ที่ตุนอยู่ในกระเป๋า คสช. จะต้องชูมือโหวตให้

นายกฯที่เป็นแคนดิเดตของ พปชร. คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ป๋าเหนาะกราบ อย่ามีงูเห่า

ตามรูปการณ์ นักวิเคราะห์การเมืองในเพื่อไทย เกือบจะ “ยกธงขาว” ยอมเป็นฝ่ายค้านโดยดุษณี เพราะไม่อาจรวมเสียงข้างมากถึง 376 เสียง โหวตนายกฯ

ลำพังพันธมิตร 7 พรรคการเมือง ที่ลงนามสัตยาบันไม่เอาการสืบทอดอำนาจ ประกอบด้วย เพื่อไทย อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย ประชาชาติ เศรษฐกิจใหม่ เพื่อชาติ พลังปวงชนไทย ประเมินสถานการณ์ในแดนบวกที่สุด จะได้แค่เก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น

ความ “กังวล” ว่าจะมี “งูเห่า” เกิดขึ้นภายในเพื่อไทย จึงบังเกิดขึ้นกับแกนนำ ถึงขั้นให้ว่าที่ ส.ส.ลงนามสัตยาบันว่าจะไม่เป็นงูเห่า พ่วงใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไว้ล่วงหน้า

“ป๋าเหนาะ” เสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ใช้ประสบการณ์การเมือง 43 ปี พูดถึง “งูเห่า” ในที่ประชุมพรรค ถึงขั้น “กราบ” ขออย่าให้มีงูเห่าในเพื่อไทย

“ตอนผมเป็นผู้จัดการรัฐบาล ผมเจอเรื่องงูเห่า ผมไม่ชอบเลย ตอนเป็นผู้จัดการรัฐบาล เรื่องงูเห่าสำคัญมาก ไม่อยากให้เกิดกับ เพื่อไทย ฝ่ายพลังประชารัฐพูดเต็มปากว่าติดต่อไว้หลายคน มีงูจงอางด้วย กราบเท้าเลยทีเดียวขออย่าได้มี ผมเกลียดที่สุด ตอนนี้เขายังหวังอยู่ว่าจะชนะเราได้ เอางูเห่ามาสู้เรา งูเห่าที่ไหนไม่ว่าอย่าไปจากเพื่อไทย เพื่อไทยเป็นพรรคที่มีอนาคต ขอยืนยันได้เลยว่า เพื่อไทยเป็นพรรคที่มั่นคง พาไปสู่อนาคตที่สดใสได้”

“ถ้าไปเป็นงูเห่า ถือว่าตัดอนาคตของตัวเราอย่างสิ้นเชิง เขาจะให้ 20-30 ล้าน หรือเท่าไหร่ก็ตาม เราหาได้ แต่ถ้าไปเป็นตัดอนาคตตัวเอง กราบ ขออย่าให้มีในพรรค มีอะไรบอกกัน คุยกัน ช่วยกันแก้ไขจะดีกว่า”

เพื่อชาติรอวันแตก 

แม้ว่า “งูเห่า” ในเพื่อไทยยังซุ่ม-ชั่งใจ รอดูสถานการณ์ เพราะเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้เป็นฝ่ายรัฐบาล และจะอาจจะลากยาวเป็นฝ่ายค้าน

กลุ่มที่หวั่นไหวใน 7 พันธมิตรเพื่อไทยมากที่สุด คือ “เพื่อชาติ” ซึ่งคาดว่าได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 5 ที่นั่ง แม้แตกตัวออกมาจากเพื่อไทย แต่ก็มีสถานะเป็น “ลูกนอกสมรส” มากกว่า “ลูกในไส้” ทั้งทุนรอนในการหาเสียงเลือกตั้ง นายใหญ่แดนไกลก็แบ่งมาไม่ถึง ทั้งยังมีปัญหาแตกแยกกันภายใน แบบไม่เผาผี

แถมยังไม่ลงรอยกับคนในเพื่อไทยในหลายพื้นที่ เพราะเพื่อชาติส่งผู้สมัครลงเกือบครบ 350 เขต บางเขตยังมาตัดคะแนนกับเพื่อไทยกันเอง แบบมีเรื่องมีราวกัน ต่างจากการแตกตัวของเพื่อไทย-ไทยรักษาชาติ ที่วางแผนหลบ-หลีกไม่ตัดคะแนนกัน



อนค.ถูกดึงลงท้องถิ่น+เงิน

ด้าน “พรรคอนาคตใหม่” ของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ที่ได้ ส.ส.รวม 80++ คน แบ่งเป็นเขต 30 ที่นั่ง และ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 50++ แม้รวมตัวลงเลือกตั้งเพื่ออุดมการณ์เปลี่ยนการเมือง แต่สถานการณ์ “งูเห่า” ที่ไล่ต้อนเข้ามา ข่าวจากวงในระบุว่า ว่าที่ ส.ส.เขตของ อนค.จำนวนหนึ่งจับกลุ่มกัน โดยมีเงื่อนไขให้ลงเล่นการเมืองท้องถิ่น+เงิน จากฝ่ายผู้มีอำนาจ

เหตุผลที่ถูกหมายตาเป็นพิเศษ เพราะหลายคนยังเป็นว่าที่ ส.ส.แบบ nobody ยังไม่มีต้นทุนทางการเมือง และทุนทางการเงิน แกนนำพรรคหลายคนกุมขมับหาวิธีแก้

“มิ่ง” มีสิทธิ์เสียบ รบ.แห่งชาติ 

ฟาก 6 เสียงเศรษฐกิจใหม่ ของ “มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์” ที่ประกาศชัดถ้อยชัดคำชัดเจน… ว่ายังอยู่เคียงข้างพรรคเพื่อไทย ไม่ร่วมงานกับพลังประชารัฐ และไม่เอา “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นนายกฯ แต่คนเคยสนิท-เคยเชียร์ “มิ่งขวัญ” ให้เป็นผู้นำพรรคเพื่อไทย ในกาลก่อน มองการเมืองสไตล์ “มิ่งขวัญ” แม้จะประกาศชัดว่าอยู่กับพรรคเพื่อไทย แต่ถ้าสถานการณ์การเมืองในเวลาอันใกล้ พัฒนาไปถึงรัฐบาลแห่งชาติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 เกิดขึ้นมาจริง ถึงเวลานั้น “ว่าที่นายกฯ” จะไมใช่ “พล.อ.ประยุทธ์” จึงก็ไม่แน่นอนอีกว่า “พี่มิ่ง” จะอยู่กับเพื่อไทยไปตลอดรอดฝั่ง แถมยังมีคดีที่ลูกพรรคหอบเรื่องไปฟ้อง กกต.ให้ยุบพรรคตัวเอง ข้อหานายทุนคนนอกพรรคเข้ามาบงการพรรคอีก สถานการณ์ของ “มิ่งขวัญ” บนทางการเมืองจึงมีตัวเลือกไม่มากนัก หากใช้คดียุบพรรคเป็นตัวต่อรอง

พันธมิตร 7 พรรคของเพื่อไทย ที่ว่านิ่ง แต่จริง ๆ ก็ยังมีคลื่นใต้น้ำให้เห็น

ขณะที่ศึกแตกหัก 2 ขั้ว ใน “พรรคประชาธิปัตย์” ระหว่างฝ่ายที่หนุนร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐ และยกมือให้ “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นนายกฯ กับขั้วที่ยอมเป็นฝ่ายค้าน กลุ่มที่หนุนร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐมี “ถาวร เสนเนียม” ว่าที่ ส.ส.สงขลา เป็นแกนนำ เคลมว่ามีกำลังกว่า 30 ชีวิต ที่เห็นด้วยกับการย้ายสำมะโนครัวของประชาธิปัตย์จากฝ่ายค้าน ไปร่วมรัฐบาล ชื่อที่ปรากฏผ่านสื่อ อาทิ นายชุมพล จุลใส ว่าที่ ส.ส.ชุมพร นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ว่าที่ ส.ส.นครศรีธรรมราช นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ว่าที่ ส.ส.ตรัง นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ว่าที่ ส.ส.ตาก น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นายชัยชนะ เดชเดโช ว่าที่ ส.ส.นครศรีธรรมราช นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ว่าที่ ส.ส.สมุทรสงคราม นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

กลุ่มนี้อาจเป็น “งูเห่า” ก้อนใหญ่ หากที่สุดแล้ว กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ชุดใหม่ไม่ใช่ขั้วของ “ถาวร” มีมติไม่เข้าร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐ และยอมเป็นฝ่ายค้าน

ก่อนจะถึงจะมีรัฐบาล “งูเห่า” ยังมีเวลาปั่นราคา

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ