“ศรีสุวรรณ” วอนรัฐชะลอแผนซื้อเครื่องบิน 8 เครื่อง 8.8 พันล้าน ชี้ควรนำเงินไปช่วยปัญหาราคาสินค้าเกษตรแทน

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เผยแพร่แถลงการณ์ เรื่อง ขอให้คณะรัฐมนตรีชะลอการจัดซื้อเครื่องบิน T-50TH ให้กับ ทอ.เพิ่มอีก 8 เครื่องจำนวน 8,800 ล้านบาท โดยให้นำเงินดังกล่าวไปช่วยเหลือราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำทั่วประเทศแทน โดยแถลงการณ์ระบุว่าการจัดซื้อยุทโธปกรณ์มูลค่ามหาศาลนั้นอาจขัดรัฐธรรมนูญ ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน เป็นการไม่รักษาวินัยทางการเงิน จึงเรียกร้องให้นำเงินไปพยุงราคาสิ้นค้าเกษตรที่ตกต่ำ

โดยแถลงความมีเนื้อหาระบุว่า ตามที่ปรากฏเป็นการทั่วไปว่ากระทรวงกลาโหมโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะนำเรื่องการจัดหาเครื่องบิน T-50TH จำนวน 8 เครื่องเพื่อให้ครบ 12 เครื่อง วงเงินประมาณ 8,800 ล้านบาทเศษผูกพัน 3 ปีให้กับกองทัพอากาศ โดยเสนอเข้าที่ประชุม ครม. ซึ่งเป็นการจัดหาต่อเนื่องในระยะที่ 2 หลังจากที่ ครม.อนุมัติ เมื่อ 2 ปีที่แล้วไว้จำนวน 16 เครื่อง โดยจัดหา 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 จำนวน 4 เครื่อง ระยะที่ 2 จำนวน 8 เครื่อง และ ระยะที่ 3 จำนวน 4 เครื่อง ให้กับกองทัพอากาศนั้น

การจัดหาเครื่องบินดังกล่าวอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 62 ประกอบมาตรา 75 และมาตรา 76 เพราะขณะนี้ประเทศชาติกำลังเผชิญปัญหากับภาวะเศรษฐกิจถดถอย ราคาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำอย่างรุนแรงเป็นประวัติการณ์อย่างไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของการบริหารราชการแผ่นดินของแต่ละรัฐบาลที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมและคณะรัฐมนตรีควรจะมีสำนึกถึงความยากแค้นของพี่น้องประชาชนที่ต้องทนทุกข์ทรมาณกับการขายสินค้าทางการเกษตรในราคาที่ตกต่ำสุด ๆ อันเนื่องมาจากความล้มเหลวในการบริหารงานของข้าราชการระดับสูง รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและรัฐบาล เช่น ราคาข้าวโพดตกต่ำ ราคายางพาราตกต่ำ ราคาสับปะรดตกต่ำ ราคามันสำปะหลังตำต่ำ ราคาข้าวตกต่ำ ฯลฯ

แต่ทว่ากระทรวงกลาโหมกลับมาเสนอจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มูลค่าหลายพันหลายหมื่นล้านเช่น การซื้อเรือดำน้ำ การซื้อรถถัง และการซื้อเครื่องบินขับไล่ ฯลฯ จึงขัดต่อหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการใช้จ่ายงบประมาณที่ไร้ประสิทธิภาพสูงสุด ไม่เกิดประโยชน์สุขของประชาชน ซึ่งจะถือได้ว่ารัฐบาลไม่รักษาวินัยทางการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ แม้ข้อกล่าวอ้างเพื่อความมั่นคงของกระทรวงกลาโหมจะมีความสำคัญ แต่สถานการณ์รอบบ้าน รอบประเทศของเราไม่มีปัญหาความขัดแย้งถึงขั้นสู้รบกันแต่อย่างใด การสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์จึงยังไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใดและประเทศไทยประชาชนส่วนใหญ่ยังมีฐานะยากจนยังมีชาวบ้านที่ถูกบังคับให้จนและถูกบังคับให้เป็นหนี้ยังมีอยู่อีกมากมาย การอนุมัติให้มีการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มากมายทั้งกองทัพบก กองทัพเรือและกองทัพอากาศในขณะนี้ จึงเป็นการใช้อำนาจที่ไม่ถูกกาละเทศะอย่างรุนแรง

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจึงขอเรียกร้องมายังคณะรัฐมนตรีได้โปรดอย่าตามใจกระทรวงกลาโหมไปหมดเสียทุกอย่างขอได้โปรดมีความกล้าหาญในการสั่งชะลอการจัดซื้อเครื่องบิน T-50TH ให้กับทอ.เสียและนำเงินดังกล่าวไปพยุงราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำในขณะนี้จะดีกว่า และหากประเทศไทยร่ำรวยชึ้นมาเมื่อไรค่อยไปจัดซื้อจัดหาก็คงไม่สายหรือเสียหน้าแต่อย่างใด แต่หากคณะรัฐมนตรียังคงเดินหน้าอนุมัติให้กระทรวงกลาโหมจัดซื้อเครื่องบิน T-50TH ให้กับทอ.ได้ต่อไปโดยไม่สั่งให้มีการทบทวนหรือชะลอโครงการนี้ สมาคมฯจำต้องนำความขึ้นฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 213 ประกอบมาตรา 51 ต่อไปแน่นอน

Advertisment

แถลงมา ณ วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2560
นายศรีสุวรรณ จรรยา
เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์ รัฐธรรมนูญไทย

 

ที่มา มติชนออนไลน์