นายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เป้าหมาย “ธนาธร” หวังสูง “ต่อรองและเปลี่ยนแปลง”

สิ่งที่เรียกว่านโยบาย-ของพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) หรือประเด็น ที่ถูกขับเคลื่อนในการหาเสียงช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา ของ “ธนาธร” คือ ปักธงประชาธิปไตย ต่อต้านระบอบ คสช., ฉีก ล้ม รัฐธรรมนูญปี 2560, ล้างมรดกรัฐประหาร และไม่ยอมร่วมรัฐบาลกับฝ่ายสืบทอดอำนาจ โดยพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)
 
แต่ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 82 วรรคสี่ กรณีความปรากฏหรือมีเหตุอันควรสงสัยต่อ กกต. ว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ซึ่งเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ ส.ส. สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(3)
 
เพียง 1 ชั่วโมง หลังจากนั้น “ธนาธร” ประกาศตัว “พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี” ด้วยจำนวนส.ส. 80 คน เป็นพรรคลำดับ 3
 
“ผมขอประกาศตัวเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.” ธนาธรกล่าว
 
เขาส่งสัญญาณว่า “พรรคอนาคตใหม่ไม่อาจปล่อยให้สังคมสิ้นหวัง เราจะไม่ยอมให้สังคมไทยเดินหน้าต่อไปอย่างไม่มีความหวัง พวกเราขอยืนยันเจตนารมย์ที่ได้ประกาศไว้ตั้งแต่การก่อตั้งพรรค นั่นคือ ภารกิจอันดับ 1 ในการเลือกตั้งครั้งนี้ของพรรคอนาคตใหม่ คือ การหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.”
 
“ธนาธร” เคยให้สัมภาษณ์ กับ “วรพจน์ พันธุพงศ์” ไว้ในหนังสือ “ Portrait ธนาธร” บอกว่า การได้เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดในการลงสนามการเมืองครั้งนี้
 
และ “ยังกระดากปากนิดหน่อยที่ต้องพูดว่าอยากเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ก็มันก็โอเค ว่ากันตามบท และต้องย้ำว่าสิ่งที่เราอยากเห็นคือการเปลี่ยนแปลงประเทศ อันนี้ชัดเจน ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด เป้าหมายสูงสุดคือการเปลี่ยนแปลงประเทศ”
ยังมีตำแหน่งและการต่อรอง ที่มากกว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในทัศนะ “ธนาธร”
 
เขาบอกว่า “ตำแหน่งที่ลิมิตสูงสุด…มีอำนาจมากพอที่จะไปต่อรอง…ทุกคนรู้ว่าสิ่งที่เราพูดไม่เป็นความจริง พูดง่ายๆ มันเป็นความจริงแค่ครึ่งเดียว เราถึงโดนฝ่ายก้าวหน้าด่า ถามว่าเรารู้มั้ย…มันก็รู้กันหมดแหละ ปัญหาคือใครจะทำยังไง เราคิดว่าวิธีการของเราคือต้องมีอำนาจ และต่อรอง”
 
การต่อรองกับผู้มีอำนาจ น่าจะเป็นเป้าหมายที่ไกลกว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
 
“นี่ต่างหากคือเป้าหมาย ถ้าจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ เอาทหารออกจากการเมืองไม่ได้หรอก จัดการเรื่องนี้ไม่ได้ จัดการเรื่องศาลไม่ได้หรอก…ถามว่ารู้มั้ย รู้ แต่มันพูดไม่ได้ ยังมีข้อจำกัด”
 
“ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เป้าหมาย เป้าหมายคือเปลี่ยนแปลง”
Previous article“ชูวิทย์” ชี้ปชป.เจอทางสามแพร่ง “ไม่มีแสงสว่างปลายอุโมงค์-ทุกซอยตัน”
Next articleเฮือกสุดท้าย “เทเรซา เมย์” “พรรคเบร็กซิต” มาแรง