“สุดารัตน์” ออกฤทธิ์ เอาธรรมะข่ม-ขยับเพื่อไทย

หลังหัวหน้าพรรค-แกนนำเครือ “ชินวัตร” ติดกับดัก “คดีอาญา” ต้องลี้ภัยการเมืองยกตระกูล พรรคเพื่อไทยถึงยุคผลัดใบอีกครั้ง

เป็น “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์”

ที่ปรากฏตัวโดดเด่น หลังจากพ้นโทษการเมืองมาแล้ว 5 ปี

เธอ สลัด “ผ้าขาว” ที่ห่มชีวิตช่วงติดโทษการเมืองในห้องเรียนวิชา “พระพุทธศาสนา” ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (ม.จ.ร.) และกิจกรรมบูรณะลุมพินีสถาน สถานที่ประสูติพระพุทธเจ้า กลับเข้าสู่วงจรอำนาจอีกครั้ง

“คุณหญิงหน่อย” ทุ่มเท-จรยุทธ์ ทั้งในพรรคเพื่อไทย เป็นกาวใจระหว่างรัฐบาลทหารกับบริวารการเมืองของ “ทักษิณ”

ภาพคุณหญิงหน่อยในอีเวนต์การเมือง เปิดหน้าถี่ยิบ ช่วงโค้งอันตราย ในคดีจำนำข้าว ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

วันที่ “ยิ่งลักษณ์” ปิดคดี มีมวลชนท่วมท้นที่หน้าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

วันนั้น “คุณหญิงหน่อย” ไม่ปรากฏตัว

ระหว่างที่คดีจำนำข้าว-และคดี 7 ตุลา ที่พัวพัน “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” อดีตนายกรัฐมนตรี ยังไม่ออกหัว-ออกก้อย มีคนทักถาม “คุณหญิงหน่อย” ว่า อาจได้เป็น “หัวหน้าเพื่อไทย ขึ้นสู่ว่าที่นายกรัฐมนตรี?” คุณหญิงหน่อยยิ้มกว้าง ก่อนตอบแต่เพียงว่า “ไม่เอาหรอกค่ะ พี่กลัว”

เมื่อถึง “วันพิพากษา” มีคนเห็น “คุณหญิงหน่อย” เดินทางมาล่วงหน้า ทักทายมวลชนนานกว่าชั่วโมง กว่าจะรู้ว่า “ยิ่งลักษณ์” ไม่มาตามนัด

หลัง “ยิ่งลักษณ์” เร้นกายหายไปจากประเทศไทยได้ 7 วัน ทีมประชาสัมพันธ์จากพรรคเพื่อไทย และ ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต หรือ หมวดเจี๊ยบ แจ้งข่าว “คุณหญิงหน่อย” เปิดหน้า ณ วัดสามัคคีธรรม เพื่อแสดงมุทิตาจิตเนื่องในวันคล้ายวันเกิดเจ้าอาวาสวัด ท่ามกลางข่าวที่สะพัดมาก่อนหน้าราว 1 เดือนว่า เธอคือผู้ได้ “ตั๋ว” ว่าที่ผู้นำพรรคคนใหม่ จาก “ทักษิณ”

ต่อยอดจาก “ข่าวปล่อย-ข่าวเก่า” ที่เคยไหลออกมาเมื่อครั้ง ที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เตรียมปรับคณะรัฐมนตรี “ประยุทธ์ 2” เป็น “ประยุทธ์ 3” ในช่วงสิงหาคม 2558

ทั้งคอนเน็กชั่นนายทหารขั้ว “วงศ์เทวัญ” และสายสัมพันธ์อันดีกับ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ทำให้ชื่อ “คุณหญิงหน่อย” ถูกพูดดังขึ้นจากปาก “พล.อ. ประยุทธ์” ส่งสัญญาณว่า “รู้จักกันดี”

ประกอบกับพันธมิตร คนสำคัญของ “คุณหญิงหน่อย” คือ พล.อ. นพดล อินทปัญญา หรือ “บิ๊กกี่” ที่ปรึกษา คสช.
ควบตำแหน่งสมาชิก สนช. เป็นเพื่อนร่วมรุ่น จปร.17-ร่วมวงอาหารคาวเช้า-ค่ำ กับ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ”
รองนายกฯและ รมว.กลาโหม

ด้วยคุณสมบัติพิเศษในการ “ต่อสาย” กับนายทหาร ถูกประโคมโหม ให้กระแส “คุณหญิงหน่อย” ติดลมบน-เหนือห้องประชุมพรรคเพื่อไทย

ชื่อเธอติดอยู่ใน “ข่าวปล่อย” มาตั้งแต่หลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว (2557) มีการปลดล็อกให้นักการเมืองกลุ่ม 111 และ 109 คน เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ ก่อนการปรับ ครม. “ประยุทธ์ 3” ชื่อ “คุณหญิงหน่อย” ถูกระบุอยู่ใน “โผ” ตามหน้าหนังสือพิมพ์ ก่อน มติคว่ำ “รัฐธรรมนูญฉบับ 2558” ชื่อ “คุณหญิงหน่อย” กับ “บิ๊กกี่” ตีคู่ทำนองว่ามีการจับมือเดินสายพบปะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสมาชิก สนช. หลายกลุ่ม

ชื่อ “คุณหญิงหน่อย” ติดอยู่ในหมวดข่าวเศรษฐกิจ เมื่อนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ประกาศกองทุน หมู่บ้านผ่านกระทรวงมหาดไทย บังเอิญเป็นจังหวะเดียวกันที่ “คุณหญิงหน่อย” พบปะกับสมาชิกหอการค้า และมีการหารือ “ปัดฝุ่นผู้ว่าฯ ซีอีโอ”

เธออ้างถึงผู้ว่าฯซีอีโอยุคไทยรักไทย จงใจเชื่อมกับนโยบาย “สมคิด” ว่า “ในยุคนั้น คิดว่าควรให้อำนาจผู้ว่าฯ เป็นคนรับผิดชอบ ผลักดันงานได้อย่างเต็มที่ ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี”

“คุณหญิงหน่อย” ไม่เคยลดความพยายามเปิด “ดีล” กับเครือข่ายอำนาจใหม่ ทั้งในสาย “บูรพาพยัคฆ์” และสาย “วงศ์เทวัญ”

วันที่ “ทักษิณ” ไร้โอกาสกลับบ้าน “ยิ่งลักษณ์” ถูกตามล่าแบบไร้อายุความ โทษจำคุก 1-10 ปี

แม้สมาชิกพรรคจะกระอักกระอ่วนที่จะเปิดรับชื่อ “หัวใหม่” แต่ต้องจำเปิดใจรับคนที่ “นายใหญ่” ให้ตั๋ว-ถือธงนำ

แต่นาทีทองของ “คุณหญิงหน่อย” ยังไม่ใช่นาทีสุดท้ายของ “ทักษิณ”

แกนนำพรรค-อดีตกุนซือ “ทักษิณ” ประเมินว่า “สไตล์ทักษิณ จะปล่อยให้คนที่ได้ตั๋วได้แสดงฝีมือทางการเมือง แต่เมื่อถึงวาระท้ายสุดที่ต้องเลือก เขาจะใช้ข้อมูลใหม่ตัดสินใจอีกรอบ”

แม้เวลานี้จะมีมือที่มองไม่เห็น-เป็นกำลังใจ “เห็นด้วย” กับฝ่าย “ทักษิณ”


แต่กว่าการเลือกตั้งจะเดินทางมาถึง “คุณหญิงหน่อย” อาจต้องใช้ธรรมะเข้าข่ม-เขย่าพรรคทักษิณอีกหลายระลอก