อนาคตใหม่ชนะแต่แพ้ พปชร.-ปชป.ได้ ส.ส.เพิ่ม เอฟเฟกต์เลือกตั้งซ่อมเชียงใหม่

ผลการเลือกตั้งเขต 8 เชียงใหม่ ซึ่ง น.ส.ศรีนวล บุญลือ เบอร์ 9 ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้คะแนน 75,891 คะแนน

ชนะผู้สมัครเบอร์ 4 นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้คะแนน 27,861 คะแนน

มีผู้มาใช้สิทธิ์ จำนวน 127,832 คน

ผลเลือกตั้งซ่อม  พปชร.แม้ไม่ชนะ ส.ส.เขต แต่ก็ได้จำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มขึ้นถึง 1 เก้าอี้ จากเดิมได้ 18 คน จะเพิ่มเป็น 19 คน โดยคนที่เพิ่มขึ้นมาคือ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี

พรรคประชาธิปัตย์เป็นอีกหนึ่งพรรคที่ได้อานิสงส์ จากเดิม 19 คน จะเพิ่มเป็น 20 คน คนที่ได้เป็น ส.ส.คือ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร

เท่ากับว่า พรรคการเมืองในชั้วที่จับมือกันตั้งรัฐบาลเพิ่มขึ้นมา 2 แต้มในส่วนของ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จาก 253 – 254 เสียง ก็ขยับมาเป็น 255-256 เสียง

ส่วนพรรคอนาคตใหม่ ที่ได้ ส.ส.เขตเพิ่มมาอีก 1 คน จาก 50 คน เป็น 51 คน  เติมแต้มให้ “ฝ่ายประชาธิปไตย” 7 พรรค อันประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย ประชาชาติ เศรษฐกิจใหม่ พลังปวงชนไทย และพรรคเพื่อชาติ ได้แค่ 1 แต้ม แต่เสียงรวมยังได้เท่าเดิม 245 เสียง แทนเสียงธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่

เพราะในกรณีเลือกตั้งซ่อมจะต้องมีการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์กันใหม่ทั้งหมด ทั้งนี้ ขั้นตอนการคิดคะแนน จะต้องคิดตามสูตรคำนวณ กกต.ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยนำคะแนนบัตรดีทุกพรรคการเมืองที่ส่งสมัครบัญชีรายชื่อ มารวมรวมกันทั้งประเทศใหม่แล้วนำมาหารด้วย 500 เพื่อหาค่าเฉลี่ย ส.ส.พึงมีใหม่ทั้งหมด แล้วนำคะแนนเฉลี่ย ส.ส.พึงมีใหม่ไปหารคะแนนรวมของแต่ละพรรคการเมือง เพื่อหา ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรค

อันเป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา129 วรรคสาม ซึ่งกำหนดวิธีการคำนวณ ส.ส.ใหม่ และจัดสรร ส.สงแบบบัญชีรายชื่อให้ถูกต้อง การคํานวณนั้นทุกครั้งที่มีการประกาศผลการเลือกตั้งเพิ่มขึ้น  เว้นแต่จะพ้นเวลา 1 ปีนับแต่วันเลือกตั้งทั่วไป

ปรากฏว่า พปชร.- ประชาธิปัตย์ ได้แต้มทศนิยม ส.ส.พึงมีเพิ่มขึ้น ส่วนอนาคตใหม่เมื่อคำนวณแล้วจำนวนทศนิยมไม่เพียงพอที่จะได้แต้ม ส.ส.พึงมี

ขณะที่พรรคการเมืองที่ต้อง “อกหัก” อดเป็น ส.ส.คือนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทยรักธรรม เนื่องจากเมื่อมีปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มขึ้น 2 ที่ จาก พปชร.และประชาธิปัตย์ ทำให้มี ส.ส.ครบ 500 คนแล้ว นายพีระวิทย์จึงเป็น ส.ส.เพียงไม่กี่วัน

“นายแสวง บุญมี” รองเลขาธิการกกต. แถลงผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ เขตเลือกตั้งที่ 8 จังหวัดเชียงใหม่ ว่า น.ส.ศรีนวล บุญลือ ผู้สมัครส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ได้รับเลือกเป็นส.ส. ด้วยคะแนน 75,891 คะแนน โดยมีผู้มาลงคะแนนร้อยละ 78.26 หลังจากนี้กกต.จะต้องตรวจสอบว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ เพื่อประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เพื่อนำคะแนนมาคำนวณสัดส่วนส.ส. แบบบัญชีรายชื่อใหม่ ทั้งนี้แม้ว่ากฎหมายจะไม่กำหนดกรอบเวลา แต่เชื่อว่ากกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งโดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าเมื่อมีการเลือกตั้งใหม่จะทำให้สัดส่วนจำนวนส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคเปลี่ยนแปลงไป โดยยืนยันว่าการคำนวณส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ได้มีสูตรการคำนวณใดๆ  สำหรับส.ส.ของบางพรรคที่อาจจะต้องพ้นสภาพจากการคำนวณสัดส่วนใหม่นั้น มีกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (4) ประกอบมาตรา 93 วรรคสอง ให้การรับรองไว้แล้วโดยสมาชิกภาพส.ส.จะพ้นลงเมื่อมีการคำนวณสัดส่วนส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ เมื่อกกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งใหม่ จะทำหนังสือแจ้งไปยังพรรคการเมืองต่างๆว่าได้ส.ส.เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร หรือมีส.ส.คนใดต้องพ้นสภาพ

ดังนั้น พรรคอนาคตใหม่ เหมือนชนะแต่่แพ้…