“พล.อ.ประยุทธ์” คุมโควตารัฐมนตรีเอง แก้ รธน.ไม่ใช่เงื่อนไขร่วมรัฐบาล

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงกระแสการจัดตั้งรัฐบาล ว่า ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะขั้นตอนต่อไปคือการเลือกนายกฯ แล้วแต่ใครจะได้เป็นเพราะเป็นเรื่องของรัฐสภา ส่วนการที่พรรคการเมืองยื่นเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญในการร่วมรัฐบาลนั้น ไม่ใช่เงื่อนไขของตน แต่เป็นเรื่องของรัฐบาลหน้าที่ต้องดำเนินการต่อไป จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายบ้างก็เป็นเรื่องของรัฐสภา จะมาต่อรองกับตนได้อย่างไร ต้องแยกแยะจะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล เพราะต้องทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพพอสมควร บ้านเมืองมาก่อนเสมอ ทุกคนต้องปรับเปลี่ยนตัวเองกันบ้าง

เมื่อถามว่าในฐานะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ จะช่วยต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นายกฯ ท่านต่อไปต้องแก้ปัญหา ทุกพรรคต้องร่วมกันแก้ ร่วมพูดคุยว่าจะมีทางออกได้อย่างไร ตนเข้าใจว่าการเมืองคือการเมือง แต่จะทำให้การเมืองดีขึ้นได้อย่างไร การปฏิรูปพรรคการเมืองขึ้นอยู่กับนักการเมืองและพรรคการเมืองด้วยไม่เช่นนั้นทุกอย่างจะกลับไปที่เก่า

@ พร้อมเคารพกติกานักการเมือง

เมื่อถาม ขณะนี้ถือว่าถอยหลังไม่ได้ เดินหน้าไม่ได้ ต้องเดินหน้าต่อ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีสองอย่าง คือ ทำอย่างไรให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้ สืบสานต่องานได้ นี่คือหลักการและเหตุผล แต่ตนจะไปอยู่ตรงไหนยังไม่รู้ 2.ถ้ามีเหตุผลอะไรก็ไปดูคำตอบข้อ 1 อย่าถามมากเดี๋ยวผมพลาด  อย่างไรก็ตาม มาแล้วก็ต้องดูว่าทำงานได้ไหม รัฐบาลใหม่ต้องเคารพกติกาซึ่งกันและกัน ผมก็เคารพกติกาทางการเมืองของเขา นักการเมืองก็ต้องเคารพกติกาของกฎหมาย ซึ่งนายกฯ ต้องเป็นผู้รักษากฎหมาย ถ้าเสียหายมานายกฯ รวมถึงรัฐมนตรีก็โดนด้วย

@ นายกฯ ต้องดูเก้าอี้ ครม.เอง

เมื่อถามว่าจะตำแหน่งรัฐมนตรี นายกฯ จะต้องดูเองด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ต้องดูเอง แต่ละพรรคก็เสนอมา แล้วประชุมร่วมกัน ใครเป็นนายกฯ ก็ต้องดูว่าแต่ละพรรคเสนอมาเหมาะสมหรือไม่ และพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดเห็นชอบร่วมกันหรือไม่ ถ้าเห็นไม่ตรงกันแล้วจะไปได้อย่างไร ถ้าเอาทุกพรรคมารวมกันทั้งหมดมีรัฐมนตรีมากกว่า 60 คนอีกตอนนี้

เมื่อถามว่าจากหน้าตาของพรรคร่วมรัฐบาลต่างๆ คิดว่าเอาอยู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ทำท่าชกมวย พร้อมกล่าวว่า ถ้าอยู่ก็ต้องให้ไหว ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกติกา การทำงานในสภาไม่ใช่ศึก ทำไมต้องบอกว่าเป็นศึก ต้องมองว่าสภามีไว้เพื่อทำประโยชน์ให้ประเทศชาติและประชาชน ซึ่งถือเป็นหลักการสำคัญของสภา แต่การที่เถียงกันไปมา เป็นบทบาททางการเมืองเท่านั้น ก็ว่ากันไป ส่วนจะสู้ไหวหรือไม่ก็ไม่รู้

@ สภาไทยยังวุ่นเหมือนเดิม

เมื่อถามว่า มองบรรยากาศการประชุมสภาวันแรกอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้ามองแบบคนเก่าๆ ก่อนหน้าเป็นนายกฯ ด้วย หรือตอนเป็นนายกฯ ก็มองเห็นว่าเหมือนเดิม ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สภาไทยเป็นอย่างนี้ไม่ใช่หรือ เมื่อถามว่า กลุ้มใจหรือไม่ที่เห็นอย่างนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่กลุ้ม เพราะยังไม่ได้ไปอยู่กับเขา”

@ วอนอย่าชักศึกเข้าบ้าน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีกลุ่มสมาชิกรัฐสภาอาเซียนออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้หยุดคุกคามนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามว่า ตนตรงข้ามกับใคร ถ้าทุกคนทำตามกฎหมายก็ไม่มีปัญหาเหล่านี้ คิดว่ามีกระบวนการสร้างความเข้าใจผิดบางประการ โดยเฉพาะการนำเวทีต่างประเทศเอาโล่ให้กับตัวเอง ต้องมองพื้นฐานทุกคดีความตามกระบวนการยุติธรรมทั้งสิ้น มีกฎหมายเขียนไว้ทุกตัว แต่เมื่อกระทำความผิดไปแล้วบอกว่าเป็นเรื่องทางการเมืองซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่

“ถ้าทุกคนปฏิบัติตามกฎระเบียบกฎหมายก็ไม่มีปัญหาหรอก กระบวนการยุติธรรมก็ให้โอกาสในการต่อสู้คดีอยู่แล้วทั้งหมด และรัฐบาล คสช.ไม่เคยไปก้าวก่าย เรื่องคำสั่งของ คสช.ฉบับไหนที่ไม่จำเป็นก็ต้องยกเลิก จะใช้เท่าที่จำเป็น ขอร้องว่าพอได้แล้วอย่าดึงต่างชาติเข้ามาแทรกแซงเหตุการณ์ในประเทศของเราเลย เหมือนเป็นการชักศึกเข้าบ้านไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก เพราะกฎหมายไทยเป็นอย่างนี้ ถ้าไม่เคารพกฎหมายไทยแล้วจะเคารพกฎหมายใคร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

@ สานต่อคุณูปการ พล.อ.เปรม

ส่วนคุณูปการของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ที่ถึงแก่อสัญกรรม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าท่านเป็นประธานองคมนตรี 2 รัชกาล เป็นรัฐบุรุษ คนตั้งแต่ชีวิตในวัยเยาว์ผ่านาศึกสงครามมากมายหลายศึก  เป็นนายกฯ 3 สมัย เรื่อเศรษฐกิจเป็นผู้เริ่มนโยบายอีสเทิร์นซีบอร์ด เป็นการพัฒนาประเทศจนทำให้เรามีรายได้ มีจีดีพีสูงขึ้น ด้านสังคมท่านประพฤติตนเป็นแบบอย่าง ซื่อสัตย์ สุจริต ม็อตโต้ของท่านคือ เกิดมาต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน ทุกคนต้องยึดมั่นไปด้วยกัน จะยากดีมีจน ก็มีพื้นดินของเราที่เป็นอิสระเสรีมาตลอด ขอให้รำลึกถึงท่านในการที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศไทย ด้านนโยบายความมั่นคง 66/23 ทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงมายืนยันว่าจะสานต่อสิ่งที่ พล.อ.เปรมทำมาทุกประเด็น


“การไปพูดเอาคนนั้น คนนี้มาโยงไปโยงมาเข้าบ้านเข้าเมือง เอาต่างชาติเข้ามา อย่าลืมว่าแผ่นดินไทยเป็นของบรรพบุรุษเรา เลือดเนื้อ ชีวิตต่างๆ ถมทับมายาวนานแล้ว ดังนั้น อย่าทำเลยขอร้องไม่อยากให้ทุกคนมองว่าเป็นศัตรูกันไปมาจนทำให้บ้านเมืองเสียหาย” นายกฯ กล่าว