สารพัดก๊กพรรคร่วม งัดข้อ “บิ๊กตู่” พปชร.ซุ่มล้างโผ รวบแกนนำปิดดีล

รายงานพิเศษ

 

การเจรจา-ต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรียังไม่นิ่ง พร้อมเปิดฉากการดีลรอบใหม่อย่างดุเดือด แม้ “อุตตม สาวนายน” หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะเล่นบทสุภาพชน เปิดเวทีรับข้อเสนอใหม่ แต่พรรคร่วมรัฐบาลขนาดใหญ่ 2 พรรคไม่ร่วมวงด้วย

จึงเกิดปฏิบัติการ “รวบหัวรวบหาง” แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล หักดิบโควตารัฐมนตรี “กระทรวงเกรดเอ” โยนให้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี-หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตัดสินโผสุดท้าย

พปชร.โป๊ะแตก-ก๊กแตก

การ “โป๊ะแตก” ของ “อุตตม” เพราะ “สิบก๊ก” ภายใน พปชร. ไม่ลงตัว โดยมี “กลุ่มสามมิตร” ออกโรง ขู่ทวงเก้าอี้ ที่ตกลงไว้ก่อนหน้า-ตั้งแต่ก่อตั้งพรรค ก่อนจะขนอดีต ส.ส.กว่า 50 ชีวิต ร่วมชายคาเป็นนั่งร้าน พล.อ.ประยุทธ์

โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มี “สมศักดิ์ เทพสุทิน” คีย์แมนกลุ่มสามมิตร “แปะป้ายจอง” บนเวทีหาเสียง แต่สุดท้าย “ผู้มีบารมีนอกพรรค” กลับ “ยกเก้าอี้” ให้พรรคร่วมรัฐบาล เทียบไม่ได้กับเก้าอี้กระทรวงยุติธรรมที่ได้รับเป็นการปลอบใจ

รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ ที่มี “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” เลขาธิการพรรค มี “สัญญาใจ” ระหว่าง “ศิษย์กับอาจารย์” ก่อนมาปลุกปั้นพรรคชนะศึกเลือกตั้ง แล้วจะให้กลับไปนั่ง “เก้าอี้ตัวเดิม” แต่สุดท้ายกลับไปเป็นส่วนหนึ่งในโควตาโหวตเก้าอี้ประธานสภา-เลือกนายกฯ

ด้านนายอุตตม อดีต รมว.อุตสาหกรรม-“ศิษย์สำนักสมคิด” แม้จะไม่ได้กลับไปนั่งเก้าอี้ตัวเดิม แต่ได้เก้าอี้ตัวใหม่ คือ รมว.คลัง-คุมงบประมาณประเทศ

ส่วนอีก 2 กุมาร “สุวิทย์ เมษินทรีย์” และ “กอบศักดิ์ ภูตระกูล” ยังไม่การันตีว่า จะได้กลับถิ่นเดิม-รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

แม้กระทั่ง 2 ทหารเสือ “บี-พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์” และ “เสี่ยตั๊น-ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ” นำทัพชนะศึกสมรภูมิ กทม.จึงจำเป็นต้องมีตำแหน่งรัฐมนตรีที่สมน้ำสมเนื้อเป็นโบนัส กระทรวงเศรษฐกิจ คุมพลังงานแห่งชาติ และกระทรวงดิจิทัลฯ

ปชป.ยึด 3 กระทรวง ศก.

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยังกำ 1 รองนายกรัฐมนตรี 3 รัฐมนตรีว่าการ 4 รัฐมนตรีช่วย ไว้แน่น-ไม่ยอมปล่อย โดยเฉพาะ 2 เก้าอี้กระทรวงเศรษฐกิจ คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์

โดยมี “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” เลขาธิการพรรค จับจองกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” หัวหน้าพรรค นั่งรองนายกฯ ควบ รมว.กระทรวงพาณิชย์

ขณะที่ รมช.มหาดไทย ยังต้อง “ประลองกำลัง” กันภายในพรรค ระหว่าง “ถาวร เสนเนียม” หัวหน้ากลุ่ม กปปส. กับ “นิพนธ์ บุญญามณี” รองหัวหน้าพรรค

“ถาวร” กับ “นิพนธ์” เป็นไม้เบื่อไม้เมาในพรรคกันมานาน เคย “งัดข้อ” กันมาแล้ว “ยกแรก” ครั้งเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา โดย “นิพนธ์” ต้องการส่ง “สรรเพชญ” ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ลงสมัครรับเลือกตั้งเขต 1 สงขลา “ทับที่” นายเจือ ราชสีห์-กลุ่มถาวร เจ้าของพื้นที่เดิม

“ถาวร” ถือว่าเป็นหัวหน้ากลุ่มอดีต กปปส.-ส.ส.ในขั้วที่สนับสนุน นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นหัวหน้าพรรค ที่ต้องการร่วมรัฐบาลกับ พปชร.-สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯตั้งแต่แรก จึงมีพละกำลัง “ครึ่งค่อนพรรค” และยังสามารถต่อสายตรงกับ “ผู้มีบารมีนอกพรรค” เพื่อต่อรองโควตารัฐมนตรีได้อีกด้วย

“ถาวร” ต้องการเป็น “เสือคืนถิ่น” เพราะเคยเป็น “อดีต มท.3” มาก่อน โดยเมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา นายถาวรนัดกลุ่มลูกน้องเก่าครั้งเป็น รมช.มหาดไทย ตอบรับกลับมาเป็น มท.3 อีกครั้ง ขณะที่ “นิพนธ์” ก็ต้องการสานต่อนโยบายกระจายอำนาจที่เคยหาเสียงไว้

ขณะที่บุคคลที่จะมานั่งเป็น รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วาง “จุติ ไกรฤกษ์” อดีตเลขาธิการพรรค และ “คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” รองหัวหน้าพรรค-แม่ทัพภาคอีสานไว้

่โควตา “รมช.ศึกษาธิการ” หลังจากมีชื่อของ “หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม” มานั่งเป็น “เก้าอี้เสมา 2” แต่เจ้าตัวปฏิเสธทันควัน เพราะรู้บทบาทของตัวเองในฐานะ “ผู้แพ้”

รวมกับ รมช.คมนาคม และ รมช.สาธารณสุข ที่คาดว่าจะจัดสรรให้กับ ส.ส.ที่ช่วยงานพรรค 5 ปีที่การเมืองเว้นวรรคและให้แกนนำ ส.ส.ที่คุมภาคต่าง ๆ

อนุทิน งัดข้อ อุตตม

ด้านภูมิใจไทย (ภท.) ไม่รับข้อเสนอ-ข้อต่อรอง 1 (กระทรวงว่าการคมนาคม) แลก 2 (1 รมว.พลังงาน+1 รมช.) โดยยึด 8 ตำแหน่ง ประกอบด้วย 1.รองนายกรัฐมนตรี 2.รมว.กระทรวงสาธารณสุข 3.รมว.กระทรวงคมนาคม 4.รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 5.รมช.มหาดไทย กับ รมช.อีก 3 ตำแหน่ง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล แห่งภูมิใจไทย ยืนยันทั้งต่อหน้าและลับหลัง และเปิดศึกกับแกนนำพลังประชารัฐ หลังจากถูกขยี้ปมผลประโยชน์ทับซ้อนเรื่องกระทรวงคมนาคม กับทุกตำแหน่งรัฐมนตรีที่ถอยไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว

ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) “ลอยตัว” รับข้อเสนอ 2 เก้าอี้ คือ “วราวุธ ศิลปอาชา” นั่งรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ “ประภัตร โพธสุธน” นั่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์

3 ป.+สมคิด อยู่โยงทำเนียบ

แต่ที่แน่ ๆ คือ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ-รมว.กลาโหม และ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย “พี่ใหญ่-พี่รอง” ของ พลอ.ประยุทธ์ ตีตราจองไว้แล้ว-ไม่เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น รวมถึง “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี-แม่ทัพเศรษฐกิจ

สารพัดปัญหา ตั้ง ครม.

ทำให้เหลืออีก 15 ตำแหน่ง ที่ต้องจัดสรรร่วมกันใน 6 พรรคใหญ่-ย่อย ได้แก่ พลังประชารัฐ รวมพลังประชาชาติไทย ชาติพัฒนา และ 10 พรรคจิ๋ว รวมถึง “โควตานายหน้างูเห่า” 5-6 เสียง

ขณะที่พรรคจิ๋ว 10 พรรค รวมตัวต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี 1-2 ตำแหน่ง แม้แกนนำบอกว่าชงให้ พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจ และให้เป็นสิทธิ์ขาดว่าจะให้ตำแหน่งหรือไม่ แต่ก็ “ตีบทสองหน้า” ถ้าได้ตำแหน่งรัฐมนตรีก็จะเล่นบท “เด็กดี” ในฝ่ายบริหาร แต่ถ้าไม่ได้ตำแหน่งจะเล่นบทฝ่ายค้านในฝ่ายนิติบัญญัติ พร้อมตรวจสอบรัฐบาลในฐานะตัวแทนของประชาชน

อีกทั้งโควตารัฐมนตรีกระทรวงเกรดเอ-กระทรวงเศรษฐกิจ ที่ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์ สลับกันเป็นรัฐมนตรีว่าการ-รัฐมนตรีช่วย กันเพียง 2 พรรคไม่เหลือที่ยืนให้กับพลังประชารัฐ ทั้ง ๆ ที่เป็นพรรคแกนนำ ทว่าไร้อำนาจต่อรอง

รวบแกนนำให้ “บิ๊กตู่” ทุบโต๊ะ

ดังนั้น หลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 29 สมัยที่ 2

พรรคพลังประชารัฐมี “แผนลับ” ให้ “พล.อ.ประยุทธ์” นัดแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลหารือลับ รวบหัวรวบหางจัดโผ ครม.ใหม่ นำรายชื่อโผรัฐมนตรีทุกกระทรวง โดยเฉพาะ 16 ตำแหน่ง ของภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ ที่ทั้งสองพรรคอ้างว่า “ผู้ใหญ่” ในทำเนียบรัฐบาลเห็นชอบทั้งหมดแล้ว

กับอีก 4 ตำแหน่ง ประกอบด้วย 2 เก้าอี้รองนายกฯ กับอีก 2 กระทรวงเกรดทอง “กลาโหม-มหาดไทย” ที่ “ผู้มีบารมีนอกพรรค” ล็อกไว้ล่วงหน้า รวมทั้งหมด 20 ตำแหน่ง เหลือ 15 ตำแหน่ง เว้นที่ไว้ให้แกนนำพลังประชารัฐ 10 ก๊ก บริหารจัดการ เพียงกระทรวงเกรดบี-ซี

จึงมีเสียงก้องมาจากแกนนำทีมเศรษฐกิจในทำเนียบรัฐบาล หากไม่มีมือไม้ในกระทรวงเศรษฐกิจก็จะยากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมหภาคและมาตรการที่เคยหาเสียงไว้

ทุกวาระทางการเมืองถูกโยนให้ พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจ ทุกดีลล้วนรอการทุบโต๊ะ

โจทย์ยากรอพิสูจน์อำนาจนายกรัฐมนตรีที่ผนึกกับอำนาจพิเศษ…มือที่มองไม่เห็น พร้อมเป็นตัวช่วยให้ดีล “ประยุทธ์ 2/1” ผ่านช่วงที่ยากลำบาก ก่อนจะหาทางลงในระยะอันใกล้

เสียงขู่ยุบสภา ยังคงดังก้องทุกห้องประชุมของพลังประชารัฐ

Previous articleอ่านเกม Green Business ทำไมการทำธุรกิจถึงต้องคำนึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม
Next article“คิงเพาเวอร์” ยื่นสรรพากรแล้ว สมัครตัวแทนคืนภาษีนักท่องเที่ยวในเมือง