7 รัฐมนตรี คดีติดตัว พึ่งบารมี “บิ๊กตู่” ล้างตัวในอ่างรัฐธรรมนูญ

 7 รัฐมนตรี คดีติดตัว พึ่งบารมี “บิ๊กตู่” ล้างตัวในอ่างรัฐธรรมนูญ
รายงานพิเศษ

ปัญหาวุ่น ๆ เรื่องการตั้งคณะรัฐมนตรี ทำเอา “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ลำดับที่ 30 ต้องกุมขมับ

เพราะนอกจากปัญหาการต่อรองเก้าอี้เสนาบดีในรัฐบาล ลามตั้งแต่ภายในพรรคพลังประชารัฐ ยันพรรคร่วมรัฐบาล 19 พรรค ไม่มีใคร-ยอมใคร

ยังลามไปสู่คุณสมบัติของ “แคนดิเดต” รัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลประยุทธ์ 2/1 ดันมีปัญหา “โปรไฟล์เป็นพิษ” อย่างน้อย 7 คน ที่มีสิทธิ “ไม่ผ่านขั้นคัดกรองคุณสมบัติ” จากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ

อาจทำให้ “พล.อ.ประยุทธ์” ต้อง “เขย่าโผ” อีกรอบจนถึงนาทีสุดท้าย

นิพนธ์ 5 คดีติดบ่วง ป.ป.ช.

คนที่ 1 “นิพนธ์ บุญญามณี” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นแคนดิเดต รมช.มหาดไทย ถูกท้วงติงจากใน-นอกพรรค จากเหตุผลที่เป็น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา-เล่นการเมืองท้องถิ่น

แต่ถึงเวลาทีเด็ด-ทีขาด กลับมาหยิบชิ้นปลามัน ได้เก้าอี้รัฐมนตรีไปครอง กระทั่ง “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” หัวหน้าพรรค ต้องออกโรงการันตีความชอบธรรม แม้ลงท้องถิ่น แต่เป็นนายก อบจ.ในนามพรรค และมีส่วนสำคัญในการ “ต่อรอง” เก้าอี้รัฐมนตรีกับบรรดาบิ๊กเนมพรรคพลังประชารัฐ

แต่ทว่า…”นิพนธ์” กลับมีคดีที่ถูกร้องติดตัวถูกปล่อยออกมาสกัดนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี ตามคำร้องของ “ศรีสุวรรณ จรรยา” เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่ยื่นคำร้องถึงนายกรัฐมนตรี ให้เช็คโปรไฟล์ “นิพนธ์” 5 เรื่องที่ติดคดีอยู่

1.โครงการประมูลซื้อรถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ ชนิด 10 ล้อ 2 คัน วงเงิน 52 ล้านบาท แต่ไม่ยอมเบิกจ่ายเงินให้กับผู้ชนะการประมูลตามสัญญา จนเอกชนนำความไปฟ้องคดีต่อศาลปกครองสงขลา และศาลได้พิพากษาให้ อบจ.ต้องจ่ายเงินทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยตามสัญญา ซึ่งเป็นเหตุให้ราชการเสียหาย ซึ่งมีการร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.

2.โครงการเงินอุดหนุนสมาคมกีฬาจังหวัดสงขลา โดยใช้เงินงบประมาณปี 2558-2559 ซึ่งเป็นการใช้งบประมาณไม่ถูกต้องเกินกว่าอำนาจหน้าที่ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ทำให้รัฐสูญเสียเงินไปกว่า 34 ล้านบาท ซึ่งเรื่องดังกล่าวคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีมติให้เรียกเงินจำนวนดังกล่าวคืนทั้งหมด แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้คืนให้ อบจ.แต่อย่างใด ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็มีผู้นำไปร้องเรียนเอาผิดต่อ ป.ป.ช.

3.โครงการจัดซื้อจัดจ้างรถอุบัติเหตุฉุกเฉิน ในราคาที่แพงเกินเหตุ โดยตั้งราคาไว้ที่ 5.7-6 ล้านบาท/คัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีผู้ร้องเรียนเอาผิดแล้วและอยู่ในการสอบสวนของ ป.ป.ช.

4.โครงการสร้างสวนสาธารณะเมืองสงขลาเพื่อการท่องเที่ยว โดยใช้งบฯกว่า 375 ล้านบาท โดยอ้างว่าเป็นโครงการที่สร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ แต่กลับไม่ได้ขอพระราชทานอนุญาตตามกฎหมาย รวมทั้งโครงการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 และราชินี ซึ่งมิได้ขออนุญาตจากกรมศิลปากรตามกฎหมาย แต่มีการร้องเรียนอยู่ที่ ป.ป.ช.

5.การอนุมัติงบประมาณโครงการให้ 4 อำเภอในสงขลามากกว่าอำเภออื่น ๆ ทำให้ขาดความเสมอภาค และบริษัทที่ได้งานรับเหมาก็เป็นบริษัทเดิม ๆ ป.ป.ช.ได้รับเรื่องไว้สอบสวนแล้ว

ตัวเต็ง รมช.พาณิชย์รุกที่ ส.ป.ก.

คนที่ 2 “วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” พรรคภูมิใจไทย แคนดิเดต รมช.พาณิชย์ ผู้กว้างขวางใน จ.นครราชสีมา เจ้าของโรงงานแป้งมันเอี่ยมเฮง ได้รับโบนัสเป็นรัฐมนตรี เพราะสามารถนำทัพกวาด ส.ส.ได้ถึง 4 คน จาก 14 เขตเลือกตั้ง

แต่ต้องมีโปรไฟล์เป็นพิษ เพราะบริษัทเคยถูกดำเนินคดีสำคัญ บุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. 1,200 ไร่ และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ร้องต่อศาลจังหวัดนครราชสีมาว่า บริษัท แป้งมันเอี่ยมเฮงอุตสาหกรรม จำกัด บุกรุกที่ ส.ป.ก. ซึ่งศาลมีคำพิพากษา มีความผิด

เจ้าพ่อชาดาถูกค้นบ้าน-จับอาวุธ

คนที่ 3 ยังอยู่ที่พรรคภูมิใจไทย “ชาดา ไทยเศรษฐ์” เจ้าพ่อเมืองอุทัยธานี แคนดิเดต รมช.เกษตรฯ ลงสนามในนามพรรคสีน้ำเงินเป็นครั้งแรก หลังจากอยู่ใต้ชายคาพรรคชาติไทยพัฒนามาโดยตลอด ตั้งแต่ยังใช้ชื่อเดิม “พรรคชาติไทย”

เขาทำให้ “เสี่ยหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรค ประทับใจ หลังจากประกบลงพื้นที่หาเสียง โชว์ลีลารู้ลึก-รู้จริงเรื่องเกษตรกร โดยเฉพาะปัญหาเรื่องข้าว และยังพาหลานชายเข้าสภาเป็น ส.ส.อุทัยธานี ได้อีกคน จึงตบรางวัลให้เป็นแคนดิเดต รมช.เกษตรฯ

แต่บุญมีแต่กรรมบัง เพราะ “ชาดา” ถูกขึ้นบัญชี “ผู้มีอิทธิพล” ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี จากฝ่ายความมั่นคง ถูกตำรวจบุกค้นบ้านมากกว่า 3 ครั้ง นับตั้งแต่ คสช.รัฐประหาร 2557 แถมวันที่ 28 พ.ค. 2560 ขบวนรถ 8 คันของนายชาดา ยังถูกฝ่ายความมั่นคง ตำรวจใน-นอกเครื่องแบบ บุกค้นรถพบอาวุธปืน 6 กระบอก ต่อมาได้รับการประกันตัวด้วยเงินสด 5 หมื่นบาท

จากกรณีดังกล่าว มีข่าวว่า “ชาดา” ยอมถอย เปิดทางให้ “น้องสาว” น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี มารับตำแหน่งแทน

วิบากกรรม รมต.ถือหุ้นสื่อ

นอกจาก “โปรไฟล์เป็นพิษ” ในคดีอาญา บรรดาแคนดิเดตรัฐมนตรีประยุทธ์ 2/1 ยังต้องฝ่าฟันปม “ถือหุ้นต้องห้าม” ที่พรรคอนาคตใหม่ ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 41 คน โดยมีแคนดิเดตรัฐมนตรี 4 คนรวมอยู่ในนั้น

“สาธิต ปิตุเตชะ” พรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดต รมช.สาธารณสุข จึงกลายเป็นแคนดิเดตรัฐมนตรี คนที่ 4 ถูกพรรคอนาคตใหม่ ยื่นเรื่องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีถือหุ้นบริษัท พี.ที.รุ่งเรืองคอนกรีต จำกัด มีวัตถุประสงค์ “ประกอบกิจการโรงพิมพ์ รับพิมพ์ หนังสือ พิมพ์หนังสือจำหน่าย และออกหนังสือพิมพ์” และบริษัท เก่งกล้า จำกัด มีวัตถุประสงค์ “ประกอบกิจการโรงพิมพ์ รับพิมพ์ หนังสือ พิมพ์หนังสือจำหน่าย และออกหนังสือพิมพ์” เช่นเดียวกัน ซึ่งเรื่องอยู่ในชั้นดำเนินการของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่

เช่นเดียวกับคนที่ 5 “เทวัญ ลิปตพัลลภ” หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา แคนดิเดต รมช.อุตสาหกรรม ก็ถูกร้องคดีถือครองหุ้นสื่อมวลชน ถือครองหุ้นบริษัท เอส.ซี.เค.แลนด์ จำกัด วัตถุประสงค์ประกอบกิจการโรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือ พิมพ์หนังสือจำหน่าย และออกหนังสือพิมพ์ เรื่องอยู่ในชั้นดำเนินการของศาลรัฐธรรมนูญ

คนที่ 6 “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” พลังประชารัฐ แคนดิเดต รมว.พลังงาน/รมว.ศึกษาธิการ ถือครองหุ้นบริษัท แปซิฟิค เอ็กซ์คลูซิฟ ซิตี้ คลับ จำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการการค้า กระดาษ เครื่องเขียน แบบเรียน แบบพิมพ์ หนังสือ สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ ซึ่งเรื่องอยู่ในชั้นดำเนินการของศาลรัฐธรรมนูญ

และคนที่ 7 “ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล” หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย แคนดิเดต รมว.ต่างประเทศ ถือครองหุ้นบริษัท เจ.ซี.ฟู๊ด คอร์ทส จำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการค้า กระดาษ เครื่องเขียน แบบเรียน แบบพิมพ์ หนังสือ สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ ซึ่งเรื่องอยู่ในชั้นดำเนินการของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่

ซึ่งในประเด็นการ “ถือหุ้นสื่อ” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ไล่บี้กระบวนการยุติธรรม เรียกร้องให้สังคมจับตาการทำงานของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ว่าจะสั่งให้ทั้ง 41 คน (รวม 4 แคนดิเดตรัฐมนตรี) หยุดปฏิบัติหน้าที่เหมือนกับตัวเขาหรือไม่

“เรียกร้องให้สังคมมองการทำงานศาลรัฐธรรมนูญ ถ้ากระบวนการไปถึงศาลรัฐธรรมนูญใช้มาตรฐานเดียวกันหรือไม่”

“ของผมแค่ 7 วัน ศาลก็สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ทั้งที่ในกรณีของผม (หุ้นวีลัคมีเดีย) ยืนยันว่าขายและสำเร็จไปแล้ว แต่ของคนเหล่านี้ยังถือหุ้นอยู่”

เกมนี้จึงวัดใจ “พล.อ.ประยุทธ์” ว่าจะเคลียร์ทุกตำแหน่งที่ประวัติสีเทา-ให้ลงตัวก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ


QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์ @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ