ชื่นมื่น! “บิ๊กตู่” หารือทวิฯ “สมเด็จฮุนเซน” กระชับความร่วมมือชายแดนทุกมิติ

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2560 เวลา 09.45 น. ณ สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และสมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา หารือทวิภาคี ในโอกาศเยือนราชอาณาจักรกัมพูชา อย่างเป็นทางการ และการเข้าร่วมการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตีอย่างไม่เป็นทางการ ไทย – กัมพูชา ครั้งที่ 3 พร้อมด้วย พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พลเอก อนุพงศ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และพลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พลเอก ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและนายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ พลโทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยและกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดที่มีพรมแดนติดกันเกือบ 800 กม. และต่างเป็นสมาชิกอาเซียน ซึ่งยึดมั่นในหลักการว่า เราจะพัฒนาและเข้มแข็งด้วยกัน และไม่ทิ้งประเทศใดไว้เบื้องหลัง ปัจจุบันนี้ ความสัมพันธ์ไทย – กัมพูชา ที่มีความใกล้ชิดที่สุดในทุกระดับและเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ทั้งระดับรัฐบาล และภาคเอกชน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ไทยและกัมพูชาเป็นหุ้นส่วนเพื่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง (Partnership for Peace and Prosperity) อย่างแท้จริงตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลสองฝ่ายระหว่างการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีครั้งที่ 2

ด้านความมั่นคงนั้น กรอบความร่วมมือต่าง ๆ ด้านการเมืองและความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรอบคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) และการประชุมคณะผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา มีความคืบหน้า การลักลอบตัดไม้พะยูงบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชาลดน้อยลงมาก ความร่วมมือด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติ เห็นพ้องให้มีการจัดทำบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติตามแนวชายแดน ซึ่งเป็นการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยโดยตรงอย่างทันการณ์ ความคืบหน้าในกรอบการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน ประสบความสำเร็จการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนที่ดำเนินการไปแล้ว 68 หลักเขตแดนยังเหลืออีก 5 หลัก ซึ่งจะเร่งดำเนินการต่อไป


ภาพรวมด้านการค้าและการผลักดันเป้าหมายทางการค้า ที่มูลค่าการค้ามีการปรับตัวสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา แต่ยังห่างจากเป้าหมายที่ตั้งร่วมกันไว้ คือ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2563 จึงต้องหามาตรการส่งเสริมการค้าระหว่างกัน ครอบคลุมทั้งการอำนวยความสะดวกการค้าชายแดน การทำเกษตรแบบมีสัญญา (contract farming) รวมทั้ง จะมอบหมายให้คณะกรรมการร่วมด้านการค้า (JTC) หารือร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางขยายการค้าและช่วยลดการขาดดุลการค้าของฝ่ายกัมพูชา อาจมีการพัฒนาสู่การ “แบ่งกันผลิต” สินค้าที่แต่ละฝ่ายมีศักยภาพในการผลิตสูง โดยมุ่งไปสู่การสร้างห่วงโซ่อุปทานให้มากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้า

และเสริมสร้างศักยภาพการผลิตในระดับภูมิภาค ไทยจะพิจารณาความเป็นไปได้ในการนำเข้าสินค้าเกษตรจากกัมพูชามากขึ้น ควบคู่กับการสนับสนุนด้านการพัฒนามาตรฐานการผลิตสินค้าการเกษตร การขนส่งสินค้าผ่านแดน ให้หน่วยงานของทั้งสองฝ่ายเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าผ่านแดนจัดทำความตกลงร่วมกันว่าด้วยการขนส่งสินค้าผ่านแดนโดยเร็ว เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและอำนวยความสะดวกในการนำผ่านสินค้า และเพื่อเป็นการรองรับกับพระราชบัญญัติศุลกากรฉบับใหม่ของไทย รวมทั้งความตกลงที่มีอยู่แล้วในกรอบอื่น ๆ เช่น GMS

นายกรัฐมนตรียินดีการลงนามในความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งเชื่อมั่นว่าช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและลดภาระของนักลงทุนได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการลงทุน ของภาคเอกชนไทยในกัมพูชามากยิ่งขึ้น สนับสนุนให้มีโครงการ ที่เป็นประโยชน์กับประชาชนและชุมชนของกัมพูชา หวังว่ากัมพูชาพิจารณาสนับสนุน ดูแลและอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนให้แก่นักลงทุนชาวไทยในกัมพูชาด้วย โดยเฉพาะ Smart Start Up ความเชื่อมโยงในภาพรวม ทั้งทางถนน ทางราง และทางทะเล การเชื่อมโยงเศรษฐกิจพิเศษและการเปิดจุดผ่านแดนถาวรเพิ่มเติม การเชื่อมโยงระบบทางรถไฟ ขณะนี้รางรถไฟระหว่างไทยกับกัมพูชาได้เชื่อมต่อกันแล้ว หวังว่า การก่อสร้างเส้นทางรถไฟที่เหลืออยู่ดำเนินไปได้ด้วยดี เพื่อให้สามารถเดินทางโดยรถไฟในเส้นทางอรัญประเทศ – ปอยเปต – ศรีโสภณ – พระตะบอง – พนมเปญ ได้ภายในปี 2563 การเชื่อมโยงทางบก ขอให้สองฝ่ายเร่งรัดสานต่อการจัดทำความตกลงทวิภาคีว่าด้วยการขนส่งข้ามแดนเพื่อให้สองฝ่ายสามารถขนส่งสินค้าผ่านจุดผ่านแดนถาวรได้ทุกจุด เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการขนส่งและการพัฒนาด้าน logistics ตลอดจนช่วยลดภาวะความแออัดของจุดผ่านแดนถาวรอรัญประเทศ – ปอยเปตอีกด้วย

นายกรัฐมนตรี ประทับใจนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ได้กรุณาแต่งเพลงให้ 4 เพลง เกี่ยวกับ “สะพาน มิตรภาพ” ที่บ้านหนองเอี่ยน – สตึงบท จึงให้สองฝ่ายเร่งรัดการดำเนินการก่อสร้างอาคาร ถนน สะพานและกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้ง hardware และ software เพื่อให้เปิดจุดผ่านแดนถาวรที่บ้านหนองเอี่ยน จ. สระแก้ว– สตึงบท จ. บันเตียเมียนเจย ได้โดยเร็ว เพื่อให้เป็นสะพานแห่งมิตรภาพระหว่างทั้งสองประเทศ เป็นสะพานที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์และนำมาซึ่งความเจริญระหว่างทั้งสองประเทศ ตามบทเพลงของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา

การพัฒนาพื้นที่ชายแดน ขอให้มีการสำรวจและเก็บรายละเอียดภูมิประเทศ บริเวณจุดผ่อนปรนเพื่อการค้าที่บ้านมะม่วง จังหวัดตราด – โชกโรกา จังหวัดพระตะบอง เพื่อซ่อมแซมถนนสำหรับประชาชน ในการสัญจร และก่อสร้างสะพานข้ามแดนที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาดจังหวัดจันทบุรี – ปรม จังหวัดไพลิน ความร่วมมือว่าด้วยการเดินเรือชายฝั่งไทย – กัมพูชา – เวียดนาม เวียดนามยินดีจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งที่ 2 ว่าด้วยการเดินเรือตามแนวชายฝั่ง ไทย – กัมพูชา – เวียดนาม ในปี 2561 ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสองจัดทำแผนการท่องเที่ยวให้สอดรับกับการพัฒนาความเชื่อมโยงทางคมนาคมทั้งทางบก ทางราง และทางเรือที่กำลังพัฒนาอยู่ในขณะนี้ เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวระหว่างกัน ภายใต้โครงการ “สองราชอาณาจักร จุดหมายหนึ่งเดียว” (Two Kingdoms, One Destination) ความร่วมมือทางวิชาการ ทั้งสองฝ่ายได้จัดทำแผนงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ครอบคลุมในสาขาการศึกษาสาธารณสุขและเกษตร ความร่วมมือด้านแรงงาน ขอให้กัมพูชาเร่งรัดการแจกหนังสือเดินทางแก่แรงงานกัมพูชาในไทยที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว และขอให้กัมพูชาเร่งรัดการพิสูจน์สัญชาติแรงงานที่เหลือให้แล้วเสร็จ

นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวชื่นชมความมุ่งมั่นในการทำงานของนายกรัฐมนตรี หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีร่วม ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2558 ก็มีความก้าวหน้าในหลายประเด็น อาทิ การลงนามในบทเพิ่มเติมฉบับที่ 2 ของ IICBTA ไทย – กัมพูชาภายใต้กรอบ GMS เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2559 เพิ่มจำนวนใบอนุญาตรถขนส่งสินค้าและรถโดยสารไม่ประจำทางที่สามารถผ่านจุดผ่านแดนถาวรอรัญประเทศ – ปอยเปต จาก 40 คัน เป็น150 คัน รวมทั้งเร่งรัดการดำเนินการก่อสร้างอาคาร ถนน สะพานและกระบวนการต่าง ๆ เพื่อให้เปิดจุดผ่านแดนถาวรที่บ้านหนองเอี่ยน – สตึงบท ได้โดยเร็ว และจะมีการเร่งคัดเลือกบริษัท เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างสะพาน และเส้นทางต่างๆ รวมทั้ง ขอบคุณรัฐบาลไทยที่จะส่งมอบหัวรถจักรรถไฟแก่กัมพูชา

นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยังเห็นสอดคล้องในแนวทางต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค้าการค้าระหว่างกัน ทั้งการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกการค้าชายแดน การขนส่งสินค้าผ่านแดน การเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษ กัมพูชายังเชิญชวนให้มีการลงทุนในกัมพูชา ด้วย สำหรับความมั่นคง ก็ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกระดับที่ทำงานอย่างเข้มแข็ง แก้ไขปัญหาตามแนวบริเวณชายแดน รวมทั้งการค้าผิดกฎหมาย และการลักลอบค้ามนุษย์ และการค้าอาวุธ

นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวในตอนท้ายว่า ได้มีการมอบหมายให้สมเด็จพิชัยเสนาเตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานสมาคมมิตรภาพกัมพูชา – ไทย (ฝ่ายกัมพูชา) ด้วย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์ไทย – กัมพูชา โดยรอบต่อไป