สมคิด : “ผมไม่ใช่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” ชงตั้งซุปเปอร์บอร์ดคุมค่าเงิน

สมคิด : “ผมไม่ใช่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” ชงตั้งซุปเปอร์บอร์ดคุมค่าเงิน

รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ที่ประกอบด้วย 19 พรรคการเมือง คณะรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ 2/1 ที่ประกอบด้วย 6 พรรคการเมือง ทีมเศรษฐกิจผสม ที่ประกอบด้วย 3 ทีมเศรษฐกิจ ที่มี 3 รองนายกรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ต่างพรรค-ต่างค่ายกุมชะตาเศรษฐกิจทุกชนชั้น

“สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี ประกาศทั้งในที่ลับ-ที่แจ้ง ว่า “ไม่ใช่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” สวนทางกับจังหวะก้าวของสมคิด-กำหนดลมหายใจเศรษฐกิจภายใต้การนำของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์สมัยที่สอง ที่ต้องเผชิญกับความผันผวนของเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศ-ต่างประเทศ  

เมื่อเศรษฐกิจไทยต้องการ “เรียกความเชื่อมั่น” จาก “ทีมเศรษฐกิจผสม” เป็น “สมคิด” ที่ “ชงเรื่อง” การตั้ง “ครม.เศรษฐกิจ” ใส่มือ “พล.อ.ประยุทธ์” ย้อนเวลากลับไปสมัยรัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่กุมบังเหียนรัฐบาลผสม 3 สมัย 8 ปี 5 เดือน

นายสมคิดกล่าวระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) – ผู้บริหาร “ยกคณะ” เข้าทำเนียบ ฯ เพื่อยื่น “สมุดปกขาว” ถึงพล.อ.ประยุทธ์ ว่า หลายคนกังวลเรื่องรัฐบาลใหม่ซึ่งเป็นรัฐบาลผสมจะไปต่อได้หรือไม่ ตนยืนยันว่า รัฐบาลผสมเป็นเรื่องปกติที่หลายยุคหลายสมัยเคยมี บางครั้งมีรัฐบาลพรรคเดียวก็ไปต่อไม่ได้ ประเด็นสำคัญอยู่ที่จะทำอย่างไรให้ประเทศเดินหน้าไปได้ตามปกติ

“ได้มีการหารือกับท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อให้มีการประชุมครม.เศรษฐกิจเพื่อให้มีกลไกในการบริหารเศรษฐกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยหาแนวทางขับเคลื่อนนโยบายให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางออกที่จะช่วยขับเคลื่อนนโยบายให้ดีขึ้นได้ รวมถึงการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ (กรอ.)”

“ครม.เศรษฐกิจมีประโยชน์ตรงที่มีการหารือกันของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจในเรื่องที่จะทำ และต้องประสานงานกับกระทรวงเศรษฐกิจอื่น เพื่อผลักดันเศรษฐกิจไปข้างหน้า โดยนายกฯเป็นซีอีโอของคณะรัฐบาล”

ขณะที่ “ความผันผวน” ของเศรษฐกิจโลก จาก “สงครามการค้า” จนลุกลามไปเป็น “สงครามค่าเงิน” เป็น “สมคิด” ที่ “ปล่อยของ” บนเวทีมอบนโยบายผู้บริหารระดับสูง-หัวหน้าส่วนราชการกว่า 800 ชีวิต ตั้งคณะกรรมการร่วมนโยบายการเงินการคลัง โดยมีนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง-กำกับสมคิด เป็นประธาน ร่วมด้วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นกรรมการ

“เมื่อเงินบาทแข็งเกินไป การที่เขาจะมาลงทุนในไทยเพื่อส่งออก เขาก็บอกว่า ส่งออกแล้วขาดทุน แล้วจะให้มาลงทุนได้อย่างไร เราพยามอธิบายเขาว่า เราดูแลอยู่ แต่ในภาวะข้างหน้าที่มีความผันผวนทั้งภายในและต่างประเทศ”

“ตรงนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการใกล้ชิดกันระหว่างคลัง แบงก์ชาติ ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และหน่วยงานอื่น เพื่อให้นโยบายการเงินกับนโยบายการคลังไปด้วยกัน หารือใกล้ชิด ไม่ใช่ต่างคนต่างไป จะบอกว่าผมเป็นอิสระ เมืองไทยไม่มีแล้วอิสระ เพราะฉะนั้น การเงินการคลังต้องไปด้วยกัน มือซ้ายกับมือขวาไปด้วยกัน”

นำมาสู่การตั้ง “ซุปเปอร์บอร์ด” รับมือเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า-สงครามค่าเงิน

“นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รมว.คลังรายงานสรุปภาพรวมเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกเพื่อเตรียมรับมือ โดยดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจด้านต่างๆ ชะลอตัว แต่ภาคการท่องเที่ยวที่ยังสามารถไปได้อยู่ แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนจะลดลงแต่ก็ได้นักท่องเที่ยวอินเดียเข้ามากขึ้นเพื่อทดแทน ทำให้สถานการณ์โดยรวมของภาคท่องเที่ยวยังพอไปได้ รายได้จากการท่องเที่ยวกระทบไม่มากนัก

“อุปสงค์โลกลดลงจากสงครามการค้า โดยเฉพาะ 3-4 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจโลกโตเพราะอุปสงค์จากจีนเป็นหลัก เมื่อเกิดสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ ฯ ทำให้อุปสงค์ของจีนหดตัว ทำให้กระทบต่อการส่งออกของทุกประเทศไม่เฉพาะประเทศไทย ภาคส่งออกได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า”

นางนฤมลกล่าวว่า ตัวเลขการส่งออก 6 เดือนแรกของไทยลดลง 2.7-2.8% แสดงให้เห็นว่าภาคการส่งออกไทยได้รับผลกระทบ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ตัวเลขการส่งออกหดตัวเช่นเดียวกัน ประเทศในภูมิภาคได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า อย่างไรก็ดีภาคการส่งออกของไทยแม้จะหดตัวแต่ยังน้อยกว่าประเทศในภูมิภาค

“นิ่งนอนใจไม่ได้ ได้มีการวางมาตรการรองรับผลกระทบเหล่านี้ที่เกิดขึ้น จากการรายงานข่าวสถานการณ์การเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มว่าสงครามการค้ากำลังขยายไปสู่สงครามค่าเงิน ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลง ทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25 % เหลือ 1.50% ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวในระยะเพียงสั้น ๆ ซึ่ง กนง. ธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง ได้ติดตามตัวเลขอย่างใกล้ชิด และคาดว่าจะมีมาตรการอื่นตามมา ”

นางนฤมลกล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการดูแลค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้กระทบต่อภาคการส่งออก  ซึ่งเศรษฐกิจไทยยังต้องพึ่งพิงการส่งออกถึง 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี)

“รองนายก ฯ สมคิด แจ้งต่อที่ประชุมครม.ให้ทราบว่า มีแนวทางที่จะตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อดูแลมาตรการเศรษฐกิจร่วมกับองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็น ธปท. ตลท. ก.ล.ต. และกระทรวงการคลังมาเป็นคณะกรรมการร่วมกันเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน”

“ท่านรองนายก ฯ รายงานว่า ไม่ใช่การตั้งขึ้นมาเพื่อควบคุมองค์กรอิสระทั้งหลาย แต่เพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกันและรองรับรองมาตรการดูแลเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดความร่วมมือกันได้จริง”

นางนฤมลกล่าวว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการเศรษฐกิจเพื่อนำเสนอเข้าสู่ ครม.เศรษฐกิจที่จะมีการประชุมนัดแรกในวันศุกร์ที่ 16 ส.ค.นี้ ช่วงเช้า และแถลงมาตรการเศรษฐกิจต่อไป โดยและต้องให้ความสำคัญกับมาตรการที่จะช่วยเหลือระดับกลางและระดับฐานราก สามารถกระจายและหมุนเวียนในเศรษฐกิจได้หลาย ๆ รอบ

“ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวกับรัฐมนตรีในที่ประชุม ครม. ว่า การจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใดๆ กำชับให้ทุกกระทรวงช่วยกันคิดมาตรการระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ไม่เฉพาะกระทรวงการคลังเท่านั้น ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นเท่านั้น บางส่วนอาจจะต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ หรือ เศรษฐกิจ BCG ของนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา ฯ เพราะโมเดล BCG จะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจระดับฐานรากและราคาสินค้าเกษตรตกต่ำได้อย่างแท้จริง โดยให้ทุกกระทรวงนำโมเดลดังกล่าวไปคิดเพื่อแก้ปัญหาระยะกลางและระยะยาวต่อไป”

 

 


QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์ @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ