“กรณ์” ชี้ มาตรการเยียวยาโควิด-19 “ยังไม่พอ”

“กรณ์” โพสต์คลายปม ช่วยแจงมาตรการคลังเยียวยาโควิด ชี้ยังไม่พอย้ำโยกงบไม่จำเป็นกระทรวงละ 10% ช่วยชาวบ้านเพิ่ม

นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง โพสต์เฟซบุ๊กว่า ก่อนอื่นขอบคุณรัฐบาลแทนพี่น้องประชาชนที่รอความช่วยเหลือ ที่ได้ออกมาตรการมา #ประคองเงินหมุน ให้ชาวบ้าน ซึ่งแน่นอนครับ มีคำถามเข้ามามากมาย ผมเลยได้รวบรวมคำถาม (บวกกับข้อแนะนำเพิ่มเติม) ไปแลกเปลี่ยนกับกระทรวงการคลัง จึงขออาสามาช่วยขยายความครับ

1. ใครได้ประโยชน์จากมาตรการต่างๆ บ้าง

ตอบ : คนทำงานทุกคนที่ ตกงาน ถูกพักงาน หรือค้าขายลำบาก ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคม มาตรา 33, 39 หรือ 40 และอาชีพอิสระที่ไม่เป็นสมาชิกกองทุน (พ่อค้าแม่ขาย) ที่เดือดร้อน

2. ได้ทุกคน และได้เท่ากันหรือไม่

ตอบ : ไม่เท่ากัน และอาจจะไม่ได้ทุกคน

2.1 ลูกจ้างส่วนใหญ่ที่เป็นสมาชิกประกันสังคมตามมาตรา 33 จะได้รับชดเชยจากกองทุนประกันสังคม 50% ของรายได้ สูงสุด 7,500 ต่อเดือน ถ้าโดนเลิกจ้างได้รับระยะเวลา 6 เดือน ถ้าโดนรัฐให้หยุดกิจการได้รับ 2 เดือน

2.2 ลูกจ้างอิสระตามมาตรา 39 และ 40 และแรงงานนอกระบบจะได้รับชดเชยจากรัฐบาล 5,000 เป็นระยะเวลา 3 เดือน

3. ใช้สิทธิอย่างไร?

ตอบ :

3.1 มาตรา 33 ใช้สิทธิผ่านประกันสังคม ลงทะเบียนเว็บ http://empui.doe.go.th แต่ต้องไปยื่นเอกสารเพิ่มเติมที่ประกันสังคมจังหวัดด้วย

3.2 คนอื่นๆ ใช้สิทธิผ่าน www.เราไม่ทิ้งกัน.com เริ่มใช้ได้วันเสาร์นี้ หรือไม่ก็ไปที่กรุงไทย/ออมสิน/ธ.ก.ส. (ไม่แนะนำครับ เสียเวลาและไม่ปลอดภัย ไปถึงก็ต้องลงทะเบียนผ่านเว็บเหมือนกันอยู่ดี และอาจจะทำให้ได้เงินช้ากว่า)

4. มีเงินให้กู้ไหม?

ตอบ : มีครับ 2 ประเภท

4.1 กู้ตรงจาก ออมสิน/ธ.ก.ส. ได้คนละ 10,000 ไม่ต้องมีหลักประกัน และ 6 เดือนแรกงดจ่ายต้นและดอก หลังจากนั้น 24 งวดๆละ 500บาท

4.2 กู้ได้อีก 50,000 แต่ยากขึ้น ต้องมีหลักประกัน ดอกเบี้ยแพงกว่าก้อนแรกแต่ยังตํ่ามากที่ 0.35% ต่อเดือน

5. ใช้สิทธิการกู้อย่างไร?

ตอบ: หากขึ้นทะเบียนเบิก 5,000 แล้ว กู้ผ่านระบบเดียวกันได้เลย แต่หากเป็นลูกจ้างปกติ มาตรา 33 ต้องไปยื่นคำขอเดินเรื่องกับธนาคารด้วยตนเอง

6. แล้วเกษตรกรได้อะไร?

ตอบ : ท่านรัฐมนตรีฝากบอกว่ากำลังเร่งออกมาตรการครับ ควบคู่กับการบรรเทาวิกฤตภัยแล้ง

นายกรณ์กล่าวว่า ข้อสังเกตเพิ่มเติมที่ผมฝากให้กระทรวงการคลังพิจารณา

1. ไม่ควรใช้กองทุนประกันสังคมมารับภาระ เพราะจะกระทบกับสถานะกองทุนในระยะยาว รัฐควรมีมาตรการช่วยเหลือโดยตรง และทุกคนที่เดือดร้อนควรได้เท่ากันคือ 50% ของเงินเดือน สูงสุด 7,500 เป็นอย่างน้อย

2. ถึงแม้ลูกจ้างปกติในมาตรา 33 จะได้เงินชดเชยมากกว่า แต่ขั้นตอนการเบิกจากประกันสังคมยุ่งยากและล่าช้ากว่า ซึ่งกว่าจะได้เงินอาจจะเป็นเดือน ซึ่งช้าไป ควรใช้โครงการเดียวกันของกระทรวงการคลังทุกคน ยิงตรงเลยครับ

3. หากลูกจ้างมาตรา 33 ต้องการกู้เงิน ยังต้องไปยื่นเอกสารที่ธนาคารอีกรอบหนึ่ง เสียเวลาและย้อนแย้งนโยบาย ‘อยู่กับบ้าน’

4. วงเงินทั้งหมดที่ใช้กับทุกมาตรการรวมกันยังน้อยมาก และเงินชดเชย 5,000 บาทอาจไม่ทั่วถึง เพราะลำพังผู้ประกันตนในมาตรา 39 และ 40 มีเกือบ 5 ล้านคนแล้ว ยังมีผู้ต้องการใช้สิทธิที่ไม่เป็นสมาชิกกองทุนอีกหลายล้านคน แต่รัฐบาลตั้งงบไว้เพียง 45,000 ล้านบาท หรือเพียงพอต่อ 3 ล้านคนเท่านั้น

5. ตามข้อเสนอเดิมของ “กล้า” เราคิดว่ารัฐบาลควรดูแลประชาชนคนละ 10,000 บาท โดยตรงทุกคน และควรโอนงบประมาณจากทุกกระทรวงด้วยการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น 10%

ผมและ “กล้า” ขอขอบคุณกระทรวงการคลังอีกครั้ง มาตรการทั้งหมดนี้ตรงจุด ทันเวลา (แต่ยังไม่พอ!)

ขอเป็นกำลังใจประชาชนทุกคนครับ

เราทราบว่าท่านเดือดร้อนและมีความวิตกกังวลกันทุกคน ผมสัมผัสได้ในความตั้งใจของท่านรัฐมนตรี และข้าราชการกระทรวงการคลัง เราจะช่วยกันคิดและช่วยกันนำเสนอแนวทางบรรเทาปัญหาของพี่น้องทุกๆ คนครับ

คำเตือน : เสาร์นี้อย่าให้เว็บล่มนะครับ!

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ