ล้วงเงินกองทุนช่วยเหลือเกษตร 618 ล้านบาท ดูดซับน้ำมันปาล์ม 3 แสนตัน

รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกรัฐบาล ขณะแถลงมติ ครม. เมื่อวันที่ 13 ส.ค.

กนป. ผลักดัน กระทรวงพาณิชย์ ใช้งบช่วยเหลือเกษตรกร 618 ล้านบาท ตั้งเป้าส่งออกน้ำมันปาล์ม 3 แสนตัน ลดปริมาณสต๊อกส่วนเกิน ภายในปี 2564 

วันที่ 8 กันยายน 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส. รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ครั้งที่ 2/2563 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา เพิ่มเติมจากมติที่ให้ขยายระยะเวลาการดำเนินการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มไปอีกสามเดือนจนถึงธันวาคมปีนี้ ซึ่งได้เสนอเข้า ครม. และได้รับการอนุมัติไปแล้วเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2563 ผลการประชุม กนป. มีข้อสรุปดังนี้

1.โครงการผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มเพื่อลดผลผลิตส่วนเกิน เป้าหมาย 300,000 ตันน้ำมันปาล์มดิบ ภายในเดือนมีนาคม 2564 เพื่อลดปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบส่วนเกิน และรักษาเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มในประเทศ โดยให้กระทรวงพาณิชย์ใช้งบประมาณกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จำนวน 618 ล้านบาท เพื่อเป็นการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ เช่น ค่าขนส่ง ค่าคลังจัดเก็บ และรักษาคุณภาพ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในอัตราไม่เกิน 2 บาทต่อกิโลกรัมน้ำมันปาล์มดิบ ให้แก่ผู้ที่ส่งออกน้ำมันปาล์ม

2.การใช้น้ำมันปาล์มดิบเพื่อผลิตไฟฟ้า มอบหมายให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือร่วมกับสำนักงบประมาณเพื่อพิจารณาความคุ้มค่าและภาระงบประมาณที่จะเกิดขึ้นในการจัดซื้อน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มเติมจำนวน 100,000 ตัน โดยให้นำเข้าที่ประชุม กนป. อีกครั้งภายในเดือนกันยายนนี้

สำหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี 2564 (รอบใหม่) กนป. ได้เห็นชอบในหลักการแล้ว โดยคงแนวทางเช่นเดียวกับโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี 2562-2563 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการต่อไป


“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูดซับน้ำมันปาล์มดิบออกจากตลาดเพื่อลดผลผลิตส่วนเกิน ควบคู่กับการดำเนินโครงการผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มเพื่อลดผลผลิตส่วนเกินเป้าหมาย 300,000 ตัน รัฐบาลได้เร่งให้มีการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี10 เป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็วฐานของประเทศ เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลในประเทศให้มากยิ่งขึ้น”

“โดยมีการส่งเสริมโดยใช้มาตรการจูงใจด้านราคา โดยกําหนดราคา บี10 ให้ถูกกว่าน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา (บี7) โดยปัจจุบันส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี10 ถูกกว่าน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี7 อยู่ที่ 3 บาทต่อลิตร และมีสถานสถานีบริการจำนวน 6,222 แห่งและกลุ่ม Fleet 543 แห่ง ในช่วงวันที่ 1-9 สิงหาคม 2563 มีปริมาณการจำหน่ายเฉลี่ย 18.45 ล้านลิตรต่อวัน”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ