เพื่อไทย ชี้ “ประยุทธ์” คือจุดอ่อนไทย หาก “ไบเดน” ชนะ

ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
File. Lillian SUWANRUMPHA / AFP

“เผ่าภูมิ” ชงบันได 4 ขั้น รับมือนโยบาย “โจ ไบเดน” หากได้คุมทำเนียบขาว หวั่น “ประยุทธ์” เป็นจุดอ่อน เพราะไม่เป็นประชาธิปไตย

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 ที่พรรคเพื่อไทย นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์วิชาการและนโยบายพรรคเพื่อไทย แถลงว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจะเป็นนายโจ ไบเดน ซึ่งเรามองเห็นความแตกต่างนโยบายในอดีตของโดนัลด์ ทรัมป์ กับนายโจ ไบเดน รัฐบาลควรมี 4 ขั้นบันไดในการรับมือด้านเศรษฐกิจหากนายโจ ไบเดนได้เป็นผู้ชนะ

1.สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนเป็นโจไบเดน เราต้องยกระดับการต่อสู้เรื่องค่าเงินบาท เพราะมีแนวโน้มที่แข็งขึ้น เพราะนโยบายของนายโจ ไบเดน มีการใช้ภาษีที่ดุดันขึ้น และการใช้จ่ายของภาครัฐที่ดุดันยิ่งขึ้นกว่าภาษี นำไปสู่สหรัฐฯ ขาดดุลการคลังมากขึ้น จะทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง ส่งผลต่อค่าเงินบาทที่จะแข็งขึ้น ซึ่งเป็นผลกระทบต่อประเทศไทย

“ทั้งสองปัจจัยมีผลให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ต้องยกระดับมาตรการทางการเงินให้สอดคล้องกับภาวะหนี้ที่จะเกิดขึ้น ที่ผ่านมาประเทศไทยใช้นโยบายปกติต่อสู้กับนโยบายการเงินที่ไม่ปกติของประเทศมหาอำนาจ ส่งผลต่อค่าเงินบาทเราแข็งค่าต่อเนื่อง ประชาชนเดือดร้อนอย่างหนัก ดังนั้น ธปท. ควรยกระดับให้หลุดไปมากกว่าคำว่าลดดอกเบี้ย เพราะช่องว่างของอัตราดอกเบี้ยนโยบายแทบไม่มีเหลือ

2. การรีบชิงห่วงโซ่การผลิต เพราะการเกิดขึ้นของโควิด-19 ทำให้ห่วงโซ่การผลิตของโลกถูกจัดระเบียบใหม่หมด การมาของนายโจ ไบเดนทำให้สงครามการค้าระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลงไป การค้าระหว่างประเทศผ่อนคลายมากขึ้น ส่งผลทำให้การส่งออกมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น

สิ่งๆ นี้รัฐบาลต้องตักตวงและชิงโอกาส อุตสาหกรรมที่จะได้ประโยชน์จากมาตรการการค้าผ่อนคลายลง คือ อุตสาหกรรมที่มีห่วงโซ่การผลิตเชื่อมไปจีนที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ และอุตสาหกรรมส่งออกไปสหรัฐฯ โดยตรง รัฐบาลต้องให้ความสำคัญและสนับสนุน หากไม่ทำก็คือการตกขบวน


3.แย่งดึงฐานการผลิต นโยบายของไบเดน 2 นโยบายสำคัญคือขึ้นภาษีนิติบุคคลและการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้บริษัทในสหรัฐฯ มีกำไรลดลง และมีแนวโน้มย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเกิดใหม่ ไทยควรไปช่วงชิงฐานการผลิตตรงนี้มา หลายประเทศพยายามหาช่องว่างแล้วพยายามชิงผลประโยชน์

ดังนั้น รัฐบาลควรเจาะกลุ่มเป้าหมายไม่ใช่นั่งอยู่เฉยๆ ใช้มาตรการทางภาษี สิทธิประโยชน์ต่างๆ ล่อใจให้นักลงทุนเข้ามา รัฐบาลควรเจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มย้ายฐานการผลิตคืออุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเยอะ ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าแรง และอุตสาหกรรมที่เสียภาษีนิติบุคคลเยอะ รัฐบาลต้องเร่งเจรจา ต่อรอง นำเข้ามาลงทุนในประเทศให้ได้

บันไดขั้นที่ 4 พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออกและแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเมื่อยุคนายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดี ใช้นโยบายด้านภาษีและสิทธิประโยชน์ในการบีบประเทศคู่ค้า แต่หากเป็นนายโจ ไบเดน เชาใช้ข้ออ้างด้านประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชนบีบด้านการค้า ตรงนี้คือจุดอ่อนของประเทศไทย ซึ่งเขาเอามาอ้างกับเรา ทางแก้เมื่อมีจุดอ่อนควรลบจุดอ่อนตรงนั้น นายกฯ ต้องลาออก เปิดทางให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ