“สมชัย” แจงปฏิทินเลือกตั้งช่วงส.ค.61-ก.พ.62 หวังกกต.ชุดใหม่ อย่าทำให้สังคมผิดหวัง

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กรรมการการเลือกตั้งแห่งราชอาณาจักรภูฎานและคณะ เข้าศึกษาดูงานสำนักงานกกต. พร้อมเยี่ยมชมศูนย์ ศึกษาประชาธิปไตย ที่จัดการสาธิตการเลือกตั้ง และร่วมแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งของไทยและของราชอาณาจักรภูฎาน โดยมีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ให้การต้อนรับ ทั้งนี้นายสมชัย กล่าวบรรยายตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ระหว่างการร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ หากกฎหมายทั้ง 4 ฉบับนี้ประกาศใช้ ก็จะจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน หรือการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นช่วงเดือนสิงหาคมปี 2561 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับกระบวนการพิจารณากฎหมายลูกที่เหลืออีก 2 ฉบับ ดังนั้นกำหนดที่นายกรัฐมนตรี ระบุว่าจะมีการประกาศการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน 2561 นั้น ถือเป็นช่วงเวลากลางๆ อาจจะบวกลบได้ 2 เดือน

นายสมชัย กล่าวว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นครั้งหน้า เป็นการเลือกตั้งครั้งแรกของไทย หลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 ทำให้เปลี่ยนแปลงไปจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาพอสมควร อาทิ การเลือกตั้ง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อจะใช้บัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียวต่างจากในอดีตที่เราใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ,คะแนนทุกคะแนนถูกเอามานับ ซึ่งหมายถึงทุกคะแนนมีความหมายสะท้อนถึงความต้องการประชาชน,ผู้สมัครส.ส.ของพรรค จะต้องผ่านการเลือกตั้งขั้นต้น หรือ ไพรมารีโหวต ซึ่งก็คือการเสนอรายชื่อมาจากระดับจังหวัดขึ้นมา จากที่เดิมทีถูกกำหนดจากกรรมการบริหาร,การหาเสียงจะต้องประหยัดมากขึ้น,มีความบริสุทธิ์ยุติธรรมมากขึ้น เพราะกกต.จะสามารถประกาศผลได้ภายใน 60 วันเนื่องจากดำเนินคดีทุจริตได้ก่อนการประกาศผล,มีกลไกผู้ตรวจการการเลือกตั้ง เป็นกฎหมาใหม่ แทนกกต.จังหวัด ซึ่งทำให้แตกต่างไปจากกกต.ประเทศอื่น .ซึ่งต้องดูว่าเมื่อเปลี่ยนระบบแล้วจะดีขึ้นกว่าเดิมหรือไม่


นายสมชัย ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดรับสมัครบุคคลที่มีความเหมาะสมเข้ารับการสรรหาเป็นกกต.ชุดใหม่ว่า การที่ยังไม่มีผู้สมัครในช่วงนี้เชื่อว่าเป็นเพราะจะต้องเตรียมเอกสารหลักฐานจำนวนมาก คงต้องให้เวลา ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติอะไรที่ 2 วันที่ผ่านมาไม่มีผู้มาสมัคร เพราะยังมีเวลาอีกมาก เชื่อว่าต้นเดือนหน้าคงจะมีผู้ต้องการเข้ารับการสรรหามาสมัคร ทั้งนี้ส่วนที่กังวล คือกรณีของสัดส่วนที่มาจากภาคประชาสังคม ที่ต้องการหลักฐานและเอกสารมายืนยัน เพราะรูปแบบการทำงานของภาคประชาสังคมไม่ใช่การทำงานแบบเดียวกับข้าราชการที่มีหลักฐานเอกสาร แต่อยู่ในรูปแบบของอาสาสมัครมากกว่า ทำให้หาเอกสารรับรองยาก

นายสมชัย กล่าวถึงการคาดหวังต่อกกต.ชุดใหม่ที่จะเข้ามาว่า คาดว่าต้องเป็นผู้ที่มีฝีมือ เพราะในเมื่อวางสเปกเอาสูงแล้วก็เข้าใจว่าจะเข้ามาทำหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งได้ดีตามความคาดหวังของสังคม เพราะการออกแบบให้มีคุณสมบัติสูงนั้นน่าจะได้คนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาจัดการเลือกตั้ง ขออย่าทำให้สังคมผิดหวัง ส่วนคุณสมบัติพิเศษของคนที่จะเข้ามาเป็นกกต.ใหม่นั้นจะต้องมีความอดทน ทั้งนี้กกต.ปัจจุบันได้เตรียมความพร้อมในการดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้กกต.ชุดใหม่ไว้ทั้งหมดแล้ว

นายสมชัย กล่าวถึงความคืบหน้าการร่างระเบียบกกต.ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองฉบับใหม่ ว่า “คาดว่าจะเสร็จในจังหวะเดียวกันกับจังหวะที่คสช.จะปลดล็อคให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ ปลดล็อคเมื่อไหร่ก็สามารถดำเนินการได้ทันที เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว เชื่อว่า การประกาศในราชกิจจานุเบกษาจะกระทำในห้วงเดียวกัน เพื่อให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆได้โดยไม่ติดขัด เพราะถึงอย่างไรกกต.ประกาศระเบียบไปในตอนนี้ พรรคการเมืองก็ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมได้อยู่ดี ที่น่าเป็นห่วงคือยิ่งประกาศช้าเท่าใด พรรคการเมืองก็จะยิ่งมีเวลาน้อยลงเท่านั้น โดยเฉพาะพรรคการเมืองเก่าจะมีปัญหา มากกว่าพรรคการเมืองที่จะจดทะเบียนใหม่ ”

 

 

ที่มา มติชนออนไลน์