เปิ้ล-รักษ์พงษ์ “เด็กสมคิด” ลาออก ผอ.กองทุนหมู่บ้าน ตั้ง “นที ขลิบทอง” รักษาการ

เงิน

เปิ้ล-รักษ์พงษ์ “เด็กสมคิด” ลาออก ผอ.กองทุนหมู่บ้าน ตั้ง “นที ขลิบทอง” รักษาการ

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาวน์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน โพสต์เฟซบุ๊กว่า ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ผมได้เข้าร่วมเป็นประธานการประชุม กทบ. ครั้งที่ 1/2564 เมื่อวานนี้ (1 ก.พ. 2564) โดยมี คุณอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษา กทบ. คุณธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี คุณนที ขลิบทอง ผู้ทำการแทนผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ชั่วคราว และคณะกรรมการ ร่วมประชุม เพื่อเน้นย้ำเรื่องการขับเคลื่อนงานที่ตอบโจทย์ชุมชน เสริมสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานรากครับ

“ผมและที่ประชุมได้รับทราบการลาออกและสิ้นสุดสัญญาจ้างคุณรักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ ในตำแหน่งผู้อำนวยการ สทบ. และแต่งตั้งผู้ทำการแทนผู้อำนวยการ สทบ. ที่ 2/2564 ลงวันที่ 29 มกราคม 2564 โดยแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการ คุณนที ขลิบทอง เป็นผู้ทำการแทนผู้อำนวยการ สทบ. ชั่วคราว”

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายของ สทบ. ประจำเดือนมกราคม 2564 รวมถึงการรายงานผลการประชุมเรื่องการตรวจสอบบัญชีตามเงื่อนไขของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งผมได้กำชับให้ สทบ. ประสานงานกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินอย่างใกล้ชิด เพื่อจัดระบบการบริหารงบประมาณองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบการตรวจสอบบัญชีที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ควรลดเงื่อนไขการจัดสรรงบประมาณในการดำเนินงาน เพื่อให้ สทบ. ดำเนินโครงการได้อย่างคล่องตัวยิ่งขึ้นครับ

ที่ประชุมยังพิจารณาการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 4 คณะ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของ สทบ. ให้มีความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ ประกอบด้วยคณะอนุกรรมการบริหาร กทบ. คณะอนุกรรมการตรวจสอบ คณะอนุกรรมการพิจารณาด้านกฎหมาย และคณะอนุกรรมการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ยกร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ นำเสนอประธาน กทบ. เพื่อพิจารณาลงนามแต่งตั้งต่อไป

Advertisment

“ผมมองว่ากองทุนหมู่บ้านเป็นส่วนสำคัญที่ใกล้ชิดกับประชาชน โดยเฉพาะในระดับชุมชนครับ ดังนั้น การดำเนินงานของ สทบ. จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก และสามารถเป็นกำลังสำคัญในการทำโครงการนำร่องในเรื่อง Bio Circular Green (BCG) Economy เช่น การจัดการขยะ น้ำเสีย และการใช้พลังงานทดแทนได้ ชุมชนจะเป็นสังคมที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน หากทุกฝ่ายตั้งใจทำหน้าที่ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริงครับ”