“ประยุทธ์” ให้กำลังใจ “อนุทิน” วอนกลุ่มแพทย์ร่วมมือ ดีกว่าขัดแย้งกัน

นายกฯ เผย ครม.ต่ออายุเว้นภาษีนำเข้าอุปกรณ์ที่ใช้ตรวจ – รักษา โควิด-19 อีก 1 ปี รับบกพร่องไม่ใส่หน้ากากจนโดนปรับ ให้กำลังใจ “หมอหนู-หมอตี๋” เพราะเป็นบุคลากรด่านหน้า สั่งบัวแก้ว – เอกชน ช่วยเจรจาวัคซีน ย้ำเป้าหมาย ร้อยล้านโดสสิ้นปี ฉีดให้ได้ 50 ล้านคน โวเศรษฐกิจภาพรวมขยายตัว แม้ภาคครัวเรือนน่าห่วง 

วันที่ 27 เมษายน 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในวันนี้ ครม.ได้ออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 เพิ่มเติม รวมถึงหารือมาตรการด้านเศรษฐกิจช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ 

ทั้งนี้ ในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณต้องพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน จะมากน้อยแค่ไหนอย่างไรตามงบประมาณที่เรามีอยู่ และตรงกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ 

ที่สำคัญ ครม.อนุมัติร่างประกาศขยายเวลาและยกเว้นภาษีขาเข้าสำหรับของที่นำมาใช้รักษาวินิจฉัยหรือป้องกันโรคโควิด-19 อีกหนึ่งปี จนถึงมีนาคม 2565 ส่วนประชาชนได้รับสิทธิประโยชน์ค่ารักษาพยาบาล ที่เกี่ยวกับการติดเชื้อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น การฉีดวัคซีนและเกิดอาการข้างเคียง การดูแลเรื่องค่ายานพาหนะส่งต่อผู้ป่วย รัฐบาลได้นำมาบริหารจัดการงบประมาณเพิ่มเติมให้ทุกคนได้สบายใจ 

ระดมทุกหน่วย รับสายด่วน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนาม ที่บางกอกอารีนา มีการจัดระบบรองรับผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี ได้มาตรฐาน วันนี้ย้ำว่า เรามีอยู่ 3 สี แดง เหลือง เขียว ซึ่งสีเขียวคือผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ หรือ อาการน้อย ส่งไป hospitel สีเหลือง หรือผู้ป่วยที่มีอาการปานกลาง จะถูกส่งไปยังโรงพยาบาลทั่วไป ซึ่งจำเป็นต้องจัดหาเตียงว่าง ส่วนสีแดง ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง ต้องได้รับการรับตัวและส่งไปยังโรงพยาบาลเฉพาะทางให้เร็วที่สุด 

วันนี้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กทม. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หน่วยงานอื่นๆ ได้มีการบูรณาการระบบข้อมูลในการร่วมมือกันทางการแพทย์ ได้อาสาสมัครมารับสายด่วน เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเร็วที่สุด วันนี้ได้สั่งการ จัดเตรียมสถานที่ให้ดียิ่งขึ้น ไม่อยากให้ไปแน่น แออัดตามโรงพยาบาลต่างๆ 

แล็บเอกชนต้องให้ข้อมูล 

ส่วนผู้ที่ป่วยที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียว แต่ยังไม่ได้ถูกนำส่งโรงพยาบาลสนามนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การติดต่อทางออนไลน์ หรือทางโทรศัพท์ยังไม่ทั่วถึง ดังนั้น สามารถไปดูได้ว่า โรงพยาบาลสนามอยู่ที่ไหน ถ้าใครคิดว่าตนเองเข้าเกณฑ์ก็สามารถบอกเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็พร้อมรับฟัง เพราะการตรวจสอบคัดกรองบางทีมาจากแล็บเอกชน ไม่ได้รายงานตัวเลขเข้ามาที่สาธารณสุข ทำให้ขาดความต่อเนื่องในระบบนี้ไป

“ขอความร่วมมือสถานที่ตรวจคัดกรองของเอกชนด้วย จะต้องแจ้งข้อมูลว่ามีคนติดเชื้อ ไม่ติดเชื้ออย่างไร และเข้ามาอยู่ในระบบของกระทรวงสาธารณสุขด้วย ไม่เช่นนั้น ทุกคนไปตรวจเสร็จก็รอว่ามีใครจะเรียกไปไหม แต่บางทีก็ขาดตรงนี้ ได้ให้กระทรวงสาธารณสุขไปพิจารณาแล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ให้กำลังใจ หมอหนู – หมอตี๋

พล.อ.ประยุทธ์ เปิดเผยว่า ได้ให้กำลังใจ รัฐมนตรีสาธารณสุข (นายอนุทิน ชาญวีรกูล)  รัฐมนตรีช่วยสาธารณสุข (นายสาธิต ปิตุเตชะ) ปลัดกระทรวง ถือเป็นด่านหน้าของรัฐบาล ขอความร่วมมือกับกลุ่มแพทย์ต่างๆ ว่าต้องเข้าใจว่าเราบริหารราชการกันอย่างไร 

“เราน่าจะส่งเสริมกันมากกว่าขัดแย้งกัน ผมเคารพทุกท่าน ไม่ว่าคุณหมอจากที่ไหนก็ตาม ไม่อย่างนั้นถูกมองว่าเราบริหารงานไม่ได้หรืออย่างไร ผมยืนยันบริหารได้ทุกอย่าง ไม่มีปัญหาอะไรกับกระทรวงสาธารณสุขทั้งสิ้น”  

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ ได้สั่งการให้แก้ไขปัญหาผู้ป่วยที่ตกค้างอยู่นอกโรงพยาบาล 1,400 คน วันนี้ได้รับการแอดมิทแล้วโดยใช้เวลา 3 วัน ซึ่งตกค้างมาตั้งแต่ช่วงวันสงกรานต์ จึงยังมีปัญหาตรงนี้อยู่

สั่งบัวแก้ว – เอกชน เร่งเจรจาวัคซีน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องวัคซีนนั้น ได้ให้กระทรวงการต่างประเทศติดต่อกับรัฐบาลของบริษัทที่ผลิตวัคซีน ฝ่ายภาคธุรกิจเอกชนติดต่อกับบริษัทผู้ผลิต ทั้งหมดเป็นมาตรการสำคัญ ถ้าทำได้ก็จะได้วัคซีนเพิ่มมากขึ้นจากการที่ได้สั่งจองไปแล้ว วันนี้เราฉีดได้รับการฉีดครบ 2 โดสไปแล้วเกือบ 2 แสนคน ที่เหลือฉีดมากกว่า 1 ล้านโดส จะเร่งดำเนินการต่อไปให้เร็วที่สุดตามปริมาณวัคซีนที่มีอยู่ ถ้าได้มากขึ้นจะมีการกระจายวัคซีนของรัฐไปยังโรงพยาบาลเอกชนให้ช่วยฉีดด้วย 

ขอบคุณภาคเอกชน ธุรกิจ หมอต่างๆ ที่อยากมีส่วนร่วมในการทำงาน ตนได้มอบหมายกระทรวงสาธารณสุข ไปดำเนินการให้เกิดความชัดเจนเกิดขึ้น เราไม่ได้ปิดกั้นใคร แต่เราต้องหาช่องทางในการทำงานร่วมกันได้ บนหลักการสำคัญคือ รัฐบาลต้องเป็นผู้รับผิดชอบทุกอย่างจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีน

ย้ำเป้าหมาย ร้อยล้านโดสสิ้นปี

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราตั้งเป้าในการหาวัคซีน 100 ล้านโดส เพื่อฉีดวัคซีนให้คนไทย 50 ล้านคน ภายในปี 2564  นี้ ขึ้นอยู่กับวัคซีนที่เราติดต่อเพิ่มเติมจะได้มาอย่างไร ไม่ใช่เรานิ่งนอนใจ เราทำงานเรื่องนี้มาโดยตอลด แต่มีปัญหา ประเทศของเขา รัฐของเขา บริษัทของเขา วันนี้เป็นสินค้าที่ถูกแย่งกันในทุกภูมิภาค เราติดต่อบางประเทศที่มีวัคซีนเหลืออยู่จะทำอย่างไร เราจะขอความร่วมมือได้ไหม ต้องถามรัฐบาลเขา 


สั่งเสนารักษ์ ช่วยเหลือ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนรถพยาบาลส่งต่อผู้ป่วยไม่เพียงพอนั้น ได้สั่งให้เพิ่มเติมไปแล้ว วันนี้ต้องเคลียร์ตัวเลขแดง เหลือง เขียว จะได้รู้ว่ามีความต้องการใช้ยานพาหนะเท่าไหร่ ได้เพิ่มเติมส่วนของกระทรวงกลาโหมมาให้แล้ว และหากเจ้าหน้าที่หากไม่พอ กระทรวงกลาโหมมีเหล่าทหารเสนารักษ์อยู่เป็นจำนวนมาก ให้กระทรวงสาธารณสุขประสานไปแล้วหากต้องการความช่วยเหลือ 

โว เศรษฐกิจขยายตัว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงความเข้มแข็งของเศรษฐกิจไทย ถ้าเรามองเศรษฐกิจรายครัวเรือนก็จะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่เศรษฐกิจไทยในภาพรวม ยังมีการขยายตัว และวันนี้ได้รับรายงานว่า ขยายตัวสูงสุดในรอบหลายเดือน ด้านอุตสาหกรรม ด้านพาณิชย์ มีแนวโน้มว่ามีกำลังซื้อจากต่างประเทศมากขึ้น มีวิกฤตโควิด-19 แต่เป็นโอกาสที่เราส่งสินค้าเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอาหาร พืชผลทางการเกษตร หลายอย่างมีปัญหาอยู่ในโลก เราต้องหาศักยภาพเราให้เต็มที่ ใช้นโยบาย ในการติดต่อกับประเทศต่างๆ ทั้งทวิภาคีและพหุภาคี 

“ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะรวมหัวใจของเราไว้ด้วยกัน ดูแลซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำในสิ่งที่ทุกคนทำได้ หาช่องทางร่วมมือกันให้ได้ ทำอย่างไรไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อตนเองและผู้อื่น นี่คือน้ำใจของคนไทย ขอให้ช่วยกันเป็นกำลังใจให้บุคลากรด่านหน้าทุกคน และทีมประเทศไทยได้รวมพลังกันสู้ ให้ผ่านวิกฤตการณ์ดังกล่าวให้ได้โดยเร็วที่สุด” นายกฯ กล่าว

รับบกพร่องไม่สวมหน้ากาก

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการถูกเปรียบเทียบปรับกรณีไม่สวมหน้ากากอนามัยว่า  ตนเห็นข่าวในโทรทัศน์ ในเฟซบุ๊ก ตนก็ไม่สบายใจ ตนได้ปรึกษาฝ่ายกฎหมายให้เขามาปรับตนก็ได้ ปรับมาสิ เขาก็จัดเจ้าหน้าที่มาปรับตนก็แค่นั้น ตนยอมรับว่าบกพร่อง แต่เรื่องอะไรจบไปแล้วก็จบไป 

แต่สิ่งสำคัญที่สุดมีกฎหมายอยู่หลายฉบับ ทั้ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดที่ออกมาตรการต่างๆ วันนี้ขอให้ยืนยันว่าหลักการคืออะไร ทำอย่างไรไม่ให้ถูกปรับเมื่อออกนอกเคหะสถาน ที่สำคัญคือการสวมหน้ากากในที่สาธารณะแม้ว่าจะอยู่คนเดียวก็ตาม

ในวัดถ้ามากกว่า 1 คนก็ต้องสวมหน้ากาก จัดรายการในสตูดิโอก็ต้ององสวมหน้ากากทุกคน เว้นเด็กเล็กต่ำกว่า 2 ขวบ อนุโลม เป็นหลักพื้นฐานขอให้ทำความเข้าใจกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันด้วย ส่วนขับรถนั่งหลายคนก็ต้องใส่หน้ากาก ตนก็ใส่มาตลอดทาง เราไม่ต้องการแพร่เชื้อให้กับคนอื่น คนในครอบครัว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ