“ประยุทธ์” ประกาศกร้าว กลางสภา ยิ่งไล่ยิ่งสู้ จะอยู่จนครบวาระ

ประยุทธ์ ชี้ปัญหาวัคซีนไม่พอเพราะหน่วยงานเร่งฉีด ไม่บริหารรอวัคซีนลอตใหม่ ย้ำไม่เคยทุจริต 7 ปีไม่มีเงินผ่านมือ ลั่นอยู่จนครบ ยิ่งไล่ยิ่งสู้ บอกฝันยังเป็นงานเลย

วันที่ 14 มิถุนายน 2564 ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ที่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ต่อมาเวลา 11.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้ารับฟังการพิจารณาของ ส.ว.ด้วยประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นกล่าวว่า เมื่อเช้าตนติดภารกิจในการแก้ปัญหาเรื่องหนี้ครัวเรือน ซึ่งมีออกมาแล้วว่าจะแก้กันอย่างไร นี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องทำควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาโควิด -19 เพราะวันนี้คือคนเราเป็นหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น ก็ต้องย้อนกลับไปดูว่า ก่อนหน้าที่ตนเข้ามาในปี’57 เท่าไหร่ วันนี้เพิ่มอีกเท่าไหร่ อาจจะเกิดผลกระทบจากโควิด เราก็ต้องแก้ปัญหาในทุกมิติ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เกิดผลกระทบทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยเช่นกัน

ก่อนหน้านั้นก็มีปัญหาเรื่องการค้าของประเทศมหาอำนาจ ซึ่งท่านก็รู้ดี นี่ไม่ใช่ข้อแก้ตัว แต่เป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามประคับประคองมาตลอด วันนี้จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว โดยการตรา พ.ร.ก.ให้กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโควิด การเยียวยา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม การแพร่ระบาดในระยะแรกเราทำมาได้ จนแพร่ระบาดในระยะที่สองและระยะที่สามก็เช่นเดียวกัน หลายประเทศก็มีปัญหา ที่สถานการณ์ยังไม่นิ่งอย่างที่ทุกคนต้องการ แต่เราคาดการณ์ว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยปี’64 ขยายตัวได้ 1.5-2.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งที่ผ่านมาติดลบมาตลอด จะเห็นว่าดีขึ้นในไตรมาส 1 ไตรมาส 2 การส่งออกดีขึ้น ก็ต้องทำให้ได้ ถ้าเรามุ่งแต่ใช้เงินอย่างเดียวก็ไปไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องดูแลเศรษฐกิจทุกระดับ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า เรื่องระบบสาธารณสุข ครม.ได้อนุมัติไปแล้ว จำนวน 44,479 ล้านบาท ทั้งค่าเสี่ยงภัย อสม. ค่าวัคซีน ค่าเครื่องมือแพทย์ เป็นต้น ในส่วนเงินถึงมือประชาชนนั้นอย่าลืมว่าเป็นรัฐบาลเราเท่านั้นที่ทำให้เงินถึงมือประชาชนโดยตรง ผ่านโครงการต่างๆ ยังไม่ฟื้นร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ลดภาระไปได้บ้าง

ส่วนเรื่องแผนการจัดหาวัคซีนเป็นเรื่องที่พูดกันมาก เมื่อเช้า (14 มิ.ย.) ตนให้ ศบค.เอาทั้ง กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงให้เป็นแนวทางเดียวกัน โดยวันนี้รัฐบาลได้เตรียมการจัดหาวัคซีนในปี’64 กว่า 100 ล้านโดส เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ภายในไตรมาสที่ 1 ของปี’65 และการที่จะฉีดให้คนต้องทยอยนัดวันตามจำนวนวัคซีนที่ให้มา เพราะเราให้กรอบไปแล้วว่าแต่ละเดือนจะหาวัคซีนได้เท่าไหร่ จะแบ่งปันอย่างไร มี 3 อย่างที่เป็นหลักการคือ 1.ทุกจังหวัดต้องได้ฉีด 2.จังหวัดไหนที่มีการแพร่ระบาดก็เพิ่มเข้าไป และ 3.คลัสเตอร์ใดที่มีปัญหาก็เพิ่มเข้าไปอีก รวมทั้งครูและราชทัณฑ์ ซึ่งมีวัคซีนสำรองไว้เพื่อจ่ายให้ตามสถานการณ์

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า หลายอย่างเราคาดการณ์ไว้แล้ว ตนเป็นทหารมาก่อน ทำอะไรก็ตามต้องวางแผนอนาคตไว้ด้วย เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนทุกอย่างก็ต้องปรับ ดังนั้น ขอความกรุณาทำความเข้าใจด้วย วันนี้สิ่งที่เป็นปัญหามากที่สุดคือการรับจองฉีดวัคซีนมากกว่าวัคซีนที่แบ่งให้ไป แผนการฉีดก็ให้ไปแล้ว เช่น เดือนมิถุนายน 10 ล้านโดส แต่ไม่ได้มาทีละ 10 ล้านโดส แต่มาที่ละ 1-2 ล้านกว่าโดส ทยอยมาตามสัญญาของเขา เราไม่สามารถกำหนดได้ แต่สัญญาใหญ่มีอยู่แล้วว่าเดือนหนึ่งต้องส่งเท่าไหร่ อย่างวันนี้มีรายงานว่ามีเข้ามากว่า 1.5 ล้านโดส จึงต้องทยอยให้แต่ละจังหวัด แต่การนัดฉีดต้องไม่นัดเกินที่วัคซีนมีอยู่ สมมุติให้ 5 แสนโดส ท่านต้องบริหารให้ได้ภายใน 1 เดือน ถ้าเร่งฉีดวันเดียวก็ไม่ถึงเดือน จึงต้องยึดตรงนี้ไปให้ยาวที่สุดจนกว่าวัคซีนลอตใหม่จะเข้ามาแค่นั้นเอง

“ผมยอมรับทั้งหมด การประชาสัมพันธ์ การสื่อสารต่อกรุณาฟังรัฐบาล หรือฟังผมพูด ถ้าไม่ฟังก็ไปกันใหญ่ เพราะทุกวันนี้มีปัญหาเรื่องสร้างการบิดเบือน และมีการเมืองเข้ามาแทรกหมด ท่านก็เห็นว่าไม่ได้มีฝ่ายรัฐบาลอย่างเดียว ยังมีฝ่ายค้าน และฝ่ายต่างๆ ซึ่งผมก็เคารพทุกฝ่าย ผมคิด ผมไม่เคยหยุดคิด และผมคิดวันนี้ คิดวันหน้า คิดอนาคต อดีตเกิดมาสองครั้ง นี่ครั้งที่สาม ปัจจุบันต้องแก้ 1-3 ให้ได้ก่อน แล้วมองอนาคตว่าเราจะมีวัคซีนไปถึงปีหน้าได้อย่างไร ซึ่งเราเจรจาอยู่ เพราะทราบดีว่าปีหน้าวัคซีนต้องฉีดทุกคนเหมือนไข้หวัดใหญ่ และสถานการณ์โควิดก็ไม่รู้จะจบเมื่อไหร่เหมือนกัน ผมคิดถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นทั้งหมด ผมยืนยันว่าไม่ปล่อยให้ใครทำผิดจากที่ผมคิด และให้นโยบายไปแล้วโดยเด็ดขาด“ นายกฯกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ยืนยันว่างบสาธารณสุขถ้าไม่พอก็จ่ายเติมให้อยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงเรื่องวัคซีน ยืนยันว่ามีจ่ายแน่นอน แต่อย่าลืมว่าถ้าจ่ายวัคซีนมาก อย่างอื่นก็ต้องลดลง เพราะงบประมาณมีเท่านี้ ดังนั้น งบประมาณปี’65 เมื่อได้รับเงินไปแล้วก็อยู่ที่การบริหาร ถ้าไม่พอกระทรวงก็ต้องปรับงบประมาณของตัวเองเพื่อเสริมเรื่องแก้ปัญหาโควิด แต่ก็ต้องมีงบลงทุน เพิ่มขีดความสามารถ เรื่องเหล่านี้เราไม่ทำไม่ได้ เราจะอยู่กับโควิดตลอดไปหรืออย่างไร และ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท จะมีผลบังคับใช้แล้วแต่ยังไม่ได้กู้เงินสักบาทเลย ทั้งนี้ ตนมีมาตรการทุกอย่างที่ต้องแก้ไข และไม่จำเป็นก็ไม่รู้จะกู้ไปทำไม ขอให้ความเป็นธรรมกับตนบ้าง

นายกฯกล่าวว่า วันนี้มีปัญหามากคือการเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี’65 เข้าสภา ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญเคยตัดยอดไปแล้วไปทำโครงการใหม่ขึ้นมา ขอถามว่าวันนี้ทำได้หรือไม่ กฎหมายออกมาแล้วว่าทำไม่ได้ ทั้งหมดที่ตัดทอนไปต้องกลับมาสู่ฝ่ายบริหารใหม่ นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหาที่ทุกคนไม่ค่อยพอใจ หลายคนบอกว่ารัฐบาลเป็นเทคโนแครต ข้าราชการทำให้ท่านต้องไปติดคุก ถ้าเข้าไปครอบงำมากๆ ก็ติดคุกหมด คดีก็มีเยอะแยะ ตนขอถามว่าใครจะทำถ้าข้าราชการไม่ทำ ท่านต้องให้กำลังใจเขาบ้าง ตนเข้ามาหลายปีให้กำลังใจข้าราชการทำงาน แต่ไม่รับผิดชอบถ้าโกงก็ขึ้นศาลไป

“การเยียวยาทุกอย่างก็ให้จนจะกลายเป็นรายจ่ายประจำไปแล้ว บางอันไปอยู่ในงบกลาง เพราะบริหารในภาพรวมไม่ใช่ว่าผมไปยึดอำนาจ ผมไม่อยากยึดอำนาจมาหรอก ผมบอกให้จริงๆ หลายคนบอกว่าผมรวบอำนาจเพื่อสั่งการเอง ผมจะบ้าหรือ ผมต้องการจะปลดล็อกให้เขา เพราะทุกกระทรวงมีกฎหมายของตัวเองทั้งสิ้น ผมจึงต้องแก้ปัญหาให้เขา ตนไม่ได้แก้ตัวอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่ต้องการเล่าให้ฟังว่าทำงานอย่างไร ผมยืนว่า ตลอด 7 ปีที่บริหารงบประมาณไม่มีเงินผ่านมือผมสักบาท มีแค่ตัวเลข ดังนั้น หากพบว่ามีโครงการใดทุจริตขอให้แจ้งเรื่องกับผมพร้อมข้อมูล และพร้อมตรวจสอบ เพราะไม่ต้องการให้ใครทำผิดจากนโยบายที่ให้ไป” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว


พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า เรื่องการแก้ปัญหาระยะยาวยืนยันว่า ตอนตนอยู่ทำเพื่ออนาคต อดีตคือปัจจุบันและคืออนาคต ไม่ใช่เอาอคติมาพูดอย่างเดียว โดยไม่รู้ข้อมูลพื้นฐาน ไม่รู้กฎหมาย ตนต้องทำตรงนี้เพราะตนก็ต้องปลอดภัยเหมือนกัน ตนไม่ทำอะไรที่ให้รัฐบาลเดือดร้อน เรื่องการด้อยค่ารัฐบาล ฟังมากก็ปวดหัว ตามใจมากก็ปวดหัว ลองคิดดู ตนเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของท่าน ดูสิว่าจะเชื่อหรือไม่ ถ้าเชื่อตามไปหมด ข่าวลวง ข่าวบิดเบือน ข่าวด้อยค่า หากเชื่อไปทั้งหมดก็ทำอะไรไม่สำเร็จ ติดกับดักตัวเอง ดังนั้น ต้องมองภาพกว้างอย่างตน หากตนทำแล้วไม่พอ ขอให้บอก ตนรับฟังทุกคน ไม่ว่าจะ ส.ส.หรือ ส.ว.ตนให้เกียรติทุกคน

“ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ แต่ผมตั้งเกียรติเองไม่ได้ ต้องให้คนอื่นมอบให้ หากผมทำดี ควรให้เกียรติ หากไม่ดี ก็ไม่ให้เกียรติ หากเลือกตั้งในอนาคต ผมยืนยันอยู่จนครบ จะได้เลิกพูดสักที วันหน้าหากเลือกตั้ง ก็เลือกให้ดี” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานระหว่างการชี้แจง นายกรัฐมนตรีสอบถาม ส.ว.กลางห้องประชุมว่า มีประเด็นใดสอบถามหรือไม่ ซึ่งมี ส.ว.ลุกสอบถามถึงการฟื้นการท่องเที่ยวภูเก็ต ภายใต้โครงการภูเก็ตแซนด์บอกซ์ที่พบว่าเลื่อนออกไปก่อน โดย พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่า หากไม่มีความพร้อมต้องเลื่อนออกไป

ทั้งนี้ ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีชี้แจง พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ได้ส่งข้อความเตือนให้ตอบคำถามหลังอภิปรายเสร็จ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “มีคนไล่ผมแล้ว ในนี้ไม่มีพวก” ก่อนจะถามขึ้นว่า ในนี้มีใครไม่เชื่อมั่นผมหรือไม่ ขอให้ยกมือ ปรากฏว่าไม่มีใครยกมือ

ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวขึ้นว่า “ก็ไม่มี ผมบังคับไม่ได้ ผมเคารพท่าน 5-7 ปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยยุ่งกับพวกท่าน ผมเชื่อมั่นในวุฒิภาวะ ภายใต้ความเข้าใจ ผมจำเป็นต้องแก้ปัญหาทุกเรื่อง นำไปสู่การแก้ปัญหาที่พะรุงพะรัง รวมถึงการฟ้องร้องคดีที่ผ่านมา และมีอีกร้อยคดีที่ฟ้องร้อง ผมพร้อมสู้ ที่ผ่านมาผมไม่เคยนึกถึงตัวเอง หัวผมทำงานทุกวัน ฝันก็ยังเป็นงาน ไม่เคยฝันเป็นอย่างอื่น อยากจะฝันก็ไม่ได้ และยิ่งไล่ ผมยิ่งสู้”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ