ไทม์ไลน์ ถุงขนม 5 ล้าน เกมโค่นนายกฯประยุทธ์ โยงคดีทักษิณ ถุงขนม 2 ล้าน

ร้าวยิ่งกว่าร้าว สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ 

ถึงขั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ต้องเรียกประชุม ส.ส. ถกด่วนในช่วงบ่ายของวันที่ 3 กันยายน 

นี่คือ เกม House of Cards เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการเสียง ส.ส. ให้ยกมือโหวตผ่านเกมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่จะมีขึ้นในช่วงเช้าวันที่ 4 กันยายน 64

แต่บุคคลที่ฟูลพาวเวอร์ที่สุดในพรรคพลังประชารัฐ คือ “ร.อ.ธรรมนัส” เพราะอ้างว่ากำเสียง ส.ส.มากที่สุด กว่า 40 เสียง ยังไม่นับ “งูเห่า” ต่างพรรคซึ่งเป็นพรรคเล็ก ที่ ร.อ.ธรรมนัส เคยโชว์ศักยภาพ กุมเสียงโหวตต่างพรรคได้มากมาย ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งก่อนในเดือนกันยายน ถึงขนาดพรรคฝ่ายค้านบางพรรคยังยกมือให้

และมีเสียงมากกว่ากลุ่มสามมิตรเกือบ 30 เสียง และกลุ่มนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ที่มีอยู่ราว 10 เสียง 

จึงเป็นเกมแห่งการเขย่าเก้าอี้นายกรัฐมนตรี  

ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา “แกนนำ” พรรคพลังประชารัฐหลายราย เข้าพบ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พี่ที่เคารพของ “พล.อ.ประยุทธ์” 

แล้วก็เกิดข่าวปล่อยในสมรภูมิการเมือง กดดัน – เปลี่ยนตัว นายกฯ ข่าวยุบสภา – นายกฯ ลาออก อ้างถึงเบื้องบน 

วันที่ 31 สิงหาคม พล.อ.ประยุทธ์ จึงตั้งหลักสยบข่าวลือ ทั้งปวง

“ผมยังไม่มีความคิดตรงนี้ 2 เรื่องนะ ผมยืนยันตรงนี้เลย ใครจะไปพูดอะไรก็แล้วแต่ 1. ผมจะยังไม่มีการปรับ ครม.ตอนนี้ 2. ผมยังไม่มีการยุบสภาในหัวสมอง ใครที่พูดตอนนี้ให้ระวังตัวไว้ด้วยเลย เพื่อสร้างความตื่นตระหนกอะไรก็แล้วแต่ในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ 

“ก็มีหลายข่าวอาจจะมาจากข่าวบ้าง ผมติดตามตลอด ถ้ามีใครทำเช่นนั้นจริง ผมคิดว่าเป็นคนใช้ไม่ได้” 

“การปล่อยข่าวพวกนี้มาอีก ผมก็ไม่สบายใจ พล.อ.ประวิตรก็ไม่สบายใจนะ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

“ยืนยันเราไม่มีการยุบสภา เรากำลังทำหนักงานสำคัญอยู่จะยุบสภาไปทำไม ยุบได้อย่างไร การแอบอ้างจะมีการเปลี่ยนตัว แอบอ้างเบื้องสูงมีความผิดอย่างร้ายแรง ผมคนเดียวเท่านั้นที่มีโอกาสถวายข้อราชการ คนอื่นไม่มี โอเคไหม ชัดเจนไหม” 

ร้อนถึง “ร.อ.ธรรมนัส” ออกมาตีกรรเชียงตอบโต้ข่าวลือ ว่าเป็นฝีมือ ไอ้ห้อย – ไอ้โหน

“คนเต้าข่าวไม่ใช่พรรคฝ่ายค้านนะครับ พรรคฝ่ายรัฐบาลเนี่ยแหละ ไอ้ห้อย ไอ้โหนทั้งหลาย ชอบเลียแข้งเลียขา สำเหนียกซะมั่งครับ คุณทำเหมือนผมไหม นำนโยบายของท่านรัฐมนตรี นำนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและชาติบ้านเมือง คุณทำบ้างไหม มัวแต่ห้อย แต่โหน ประเทศชาติจะเจริญได้ยังไงครับ”

ตลอดช่วงวันที่ 1 – 2 กันยายน ฝุ่นตลบเกมเลื่อยขาเก้าอี้นายกฯ ยังอบอวลไปทั้งอาคารรัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ ที่เฝ้ามองการอภิปรายไม่ไว้วางวางใจในสภา แต่อีกด้าน พล.อ.ประยุทธ์ ก็เรียก ส.ส.พลังประชารัฐแต่ละกลุ่มไปเคลียร์ใจ ที่ห้องรับรองชั้น  3 อาคารรัฐสภา โดยยืนยันว่าจะไม่มีการ “ยุบสภา“

ห้องรับรองนายกฯ ชั้น 3 มิได้เป็น “เขตหวงห้าม” ดังนั้น ใครไป – ใครมา พวกที่มีหูตาเป็นสับปะรดย่อมรู้ความเคลื่อนไหว

15.15 น. วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย จึงหยิบไปอภิปรายในสภาว่า พล.อ.ประยุทธ์ กำลังจ่ายเงินให้ ส.ส. หัวละ 5 ล้านบาท 

“คนที่อยู่ในตำแหน่งนายกฯตอนนี้สง่างามหรือไม่ ขอท่านชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ที่เป็นเสาหลักให้ประชาชนคนไทยด้วย ผมขอประกาศไปทั่วโลกว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์กำลังจ่ายเงินให้ ส.ส.คนละ 5 ล้านบาท ที่ห้องทำงานชั้น 3 ทำอย่างนี้อุกอาจมาก ทุจริตต้องการอยู่ในตำแหน่งจนถึงต้องให้ ส.ส.ไปรับเงินกลางสภาฯ จะอยู่บนความตายของประชาชนแบบนี้หรือ ลงเถอะครับ หน้าไม่อาย ถึงเวลาผมคิดว่าวิญญาณทั้งหลายจะต้องสาปแช่งท่าน ทำอย่างนี้ได้อย่างไรในสภาฯ”

ทำให้องครักษ์พิทักษ์นายกฯ ออกปฏิบัติการประท้วงกันวุ่นวาย 


ในวันที่ 2 ก.ย. ช่วงเวลา 18.05 น. พล.อ. ประยุทธ์ ได้อภิปรายชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่าง ๆ ของฝ่ายค้านที่เกิดขึ้นตลอดช่วงบ่าย โดยใช้เวลา 20 นาที โดยนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ตอบข้อกล่าวหาเรื่องการแจกเงิน 5 ล้านให้แก่ ส.ส. ทำให้นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นกล่าวว่า “นายกฯ เป็นนักการเมืองเต็มตัว แม้ก่อนหน้านี้จะเคยตำหนิว่าเป็นบ่อโคลนตม เหม็นโสโครก แต่หลังจากตนพูดไปแล้ว มันย้ายจากชั้น 3 ไปชั้น 2 อีก ตอนนี้สงสารนายกฯ ประเทศจีนมีเกมเปลี่ยนหน้า แต่ประเทศไทยในสภาเรากำลังมีเกมเปลี่ยนหัว ขอว่าเรื่องนี้อย่าให้เป็นจริง เพราะสงสารประชาชน”

พล.อ. ประยุทธ์ จึงลุกขึ้นตอบอีกครั้งว่า “คงไม่ตอบ เมื่อกี้ที่มีการกล่าวอ้างต่าง ๆ แล้วมีข่าวว่ามีคนมาพบผม ๆ ไม่ใช่คนแบบนั้น ทุกคนก็มาพบผมเพื่อมาทักทาย ไม่ได้เจอเขา ก็มาคารวะ มาเป็นกำลังใจให้นายกฯ ผมไม่ทำบ้า ๆ บอ ๆ แบบนั้น ไม่ทำถุงขนมอยู่แล้ว” พล.อ. ประยุทธ์กล่าวทิ้งท้าย

พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงในสภา ว่า “ที่กล่าวหามีคนมาพบ ไม่ใช่คนแบบนั้น มีคนมาพบเพราะไม่ค่อยได้เจอกัน มาคารวะให้กำลังใจ ผมไม่ทำบ้าๆ บอๆ ไม่ทำถุงขนมอยู่แล้ว”

ช่วงหัวค่ำ 19.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ ออกจากสภา แสร้งหัวเราะ ฮ่ะๆๆ เมื่อถูกถามเรื่องปมถุงขนม  

“ก็เป็นการพูดในสภาก็พูดไป คุยกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาแล้วบอกว่าไม่มีอะไรนี่ ขออย่าไปออกข่าวอะไรที่เสียหาย เราบอกท่านชวนให้ตรวจสอบว่ามีอะไรหรือไม่ แต่ท่านชวนบอกว่ามีกล้องอยู่แล้ว ไม่มีใครไปทำอะไรหรอก มันทำไม่ได้”

แต่เมื่อถูกถามว่า ได้คุยกับ ร.อ.ธรรมนัส แล้วหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ไม่รู้สิ ผมไม่ได้เจอเขานี่ ก็เป็นเรื่องของพี่ป้อม (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐจะดูแล

ตัดกลับมารุ่งเช้า 3 กันยายน 2564 พล.อ.ประยุทธ์ ตอบประเด็น 5 ล้านบาทที่ “วิสาร” พูดกลางสภา ว่า 


“เป็นการพูดที่ไม่มีสติสัมปชัญญะ ไม่มีหลักฐาน ไม่มีความน่าเชื่อ และจะสั่งการให้ฝ่ายกฎหมายและฝ่ายเกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป พร้อมกับขอให้ประชาชนพิจารณาว่านายวิสารมีราคาหรือไม่ และชั่งน้ำหนักว่าระหว่างเขากับนายวิสาร ใครน่าเชื่อถือกว่ากัน”  

ข้อกล่าวหาถุงเงิน 5 ล้านบาท มัดเสียงโหวต พล.อ.ประยุทธ์ ถูกลากไปไกล เมื่อ พล.อ.ประวิตรถูก นักข่าวถามก่อนการประชุมร่วม ส.ส.ของพรรคช่วงบ่ายวันที่ 3 กันยายนว่า “ปัญหาในพรรคไม่มีอะไร นายกฯ ไปผมก็ไป”

อย่างไรก็ตาม ถุงขนม 5 ล้านบาท ในเกม House of Cards ยังไม่มีการพิสูจน์ความจริง 

แต่ตำนานถุงขนาม 2 ล้าน เคยพิสูจน์ความผิดจนกระทั่งมีการตัดสินจำคุก มาแล้ว 

ต้องย้อนไปถึงการพิจารณาคดี “ที่ดินรัชดา” ที่ “ทักษิณ ชินวัตร” และ “คุณหญิงพจมาน ชินวัตร” (นามสกุลขณะนั้น) ตกเป็นจำเลย 

ระหว่างที่พิจารณาคดี เกิดประเด็นเรื่อง “ถุงขนม” ใส่เงิน 2 ล้านบาท ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ธุรการ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2551

ต่อมา วันที่ 25 มิถุนายน นายมงคล ทับเที่ยง รองประธานศาลฎีกา นายวีรพล ตั้งสุวรรณ และนายอิศเรศ ชัยรัตน์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา องค์คณะผู้พิพากษาไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่ง คดีดำ ลอ.1/2551 หมายเลขแดงที่ 4599/2551 ความแพ่ง ระหว่างนายอนันต์ วงศ์ประภารัตน์ เลขานุการศาลฎีกา ผู้กล่าวหา และนายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร 

น.ส.ศุภศรี ศรีสวัสดิ์ เสมียนทนายความ และนายธนา ตันศิริ ผู้ประสานงานคดี พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน เป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-3 เรื่องละเมิดอำนาจศาล

คำวินิจฉัยของศาล “ตอนหนึ่ง”  ในคดีว่า

คดีนี้สืบเนื่องจากนายอนันต์ เลขานุการศาลฎีกา ทำหนังสือบันทึกลงวันที่ 10 มิถุนายน 2551 ถึงนายวิรัช ลิ้มวิชัย ประธานศาลฎีกา ว่า เมื่อวันที่ 10 มิถุนาน 2551 เวลา 09.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้มารายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ซึ่งวันดังกล่าวนายอนันต์ เลขานุการศาลฎีกา (ผู้กล่าวหา) ไปตรวจดูความเรียบร้อยที่ศาลฎีกาฯ หลังจากนั้น ม.ล.ฐิติพงศ์ ชมพูนุช นิติกรประจำแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา เข้ามาสอบถามเรื่องที่ทนาย พ.ต.ท.ทักษิณ นำสิ่งของ ซึ่งเป็นถุงกระดาษสีขาวปิดสกอตเทปใสมิดชิด 

มาให้เจ้าหน้าที่ว่าจะรับไว้ได้หรือไม่ เมื่อเปิดถุงแล้วพบธนบัตร 1,000 บาท จำนวน 2 ตั้ง ตั้งละ 10 มัด รวมประมาณ 2 ล้านบาท นายอนันต์จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ส่งคืน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางมาถึงศาลเพื่อรายงานตัว

จากการไต่สวน ม.ล.ฐิติพงศ์ได้ความว่า ก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางมาถึง นายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 สั่งให้ น.ส.ศุภศรี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 แจ้งต่อ ม.ล.ฐิติพงศ์ ว่าให้ไปพบ เพื่อจะปรึกษาคดี ม.ล.ฐิติพงศ์ จึงไปพบที่ห้องพักทนายความ ซึ่งภายในห้องมีเพียง 2 คน 

โดย ม.ล.ฐิติพงศ์ นั่งโต๊ะตรงข้ามกับนายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ซึ่งได้หยิบถุงกระดาษส่งให้ พร้อมบอกว่า “ระยะนี้ต้องมาติดต่อบ่อย เห็นใจเจ้าหน้าที่ เลยเอาของมาฝาก ให้ไปแบ่งกัน” จากนั้น ม.ล.ฐิติพงศ์ ได้เดินไปหานายรักเกียรติ วัฒนพงษ์ เลขานุการศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ 

แต่ไม่อยู่ เนื่องจากไปประชุมที่รัฐสภา จึงไปพบนายอนันต์ ที่ตรวจงานอยู่ นายอนันต์สั่งให้เปิดถุง เมื่อพบว่าเป็นเงินจึงสั่งให้คืนเจ้าของไป เพราะการรับถุงไว้น่าจะเป็นการไม่ชอบ อาจละเมิดอำนาจศาล และเป็นความผิดต่อเจ้าพนักงาน โดยมีการถ่ายรูปธนบัตร และถุงไว้เป็นหลักฐาน

ที่สุดแล้ว ศาลวินิจฉัยว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คน ประกอบอาชีพทนายความและที่ปรึกษากฎหมายย่อมตระหนักดีว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามจะก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันศาลยุติธรรม 

และจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อถือศรัทธาในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรในอำนาจตุลาการ จึงเห็นสมควรลงโทษสถานหนักเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างอีกต่อไป ให้จำคุกผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามคนละ 6 เดือน ส่วนความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 หรือความผิดอื่นต่อเจ้าพนักงานนั้น ให้นายอนันต์ เลขานุการศาลฎีกา ผู้กล่าวหาคดีนี้ ไปดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ตำนาน ถุงขนมจาก 2 ล้าน ขยับมาสู่ “ข้อกล่าวหา” ถุงขนม 5 ล้านบาท ในเกม House of cards

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ