ศบค.ประชุมด่วนบ่ายนี้ ชง ครม. เคาะยกเลิก Test and Go

พล.อ.ประยุทธ์ ประชุม ครม. เสร็จ เรียกประชุม ศบค. บ่ายวันนี้ หารือมาตรการเข้าประเทศ ป้องกันโมไอครอน 

วันที่ 21 ธันวาคม 2564 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้อำนวยศูนย์บริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19 ) (ศบค.) ได้เรียกประชุมด่วน ศบค.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลต่อในทันที

ทั้งนี้ เพื่อหารือถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน ที่กำลังแพร่ระบาดในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงพบผู้ติดเชื้อในประเทศไทยแล้ว โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เตรียมเสนอให้ยกเลิกมาตรการเข้าประเทศแบบเทสต์ แอนด์ โก เพื่อเปลี่ยนมาเป็นมาตรการให้กักตัว 3-7 วัน แทน

 

ก่อนหน้านี้ (20 ธ.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ผ่าน รายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” ถึงแนวทางการรับมือโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน ว่า ได้ให้นโยบายกับผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขแล้วว่า คงให้มีการกลับมาใช้ State Quarantine หรือการกักกันผู้เดินทางทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติเข้ามาภายในประเทศ

กระทรวงสาธารณสุขจะเสนอ ศบค. ให้ยกเลิกการเดินทางเข้าประเทศแบบ Test & Go (T&G) แล้วกลับไปใช้วิธีการกักตัว ซึ่งจะมีการหารือในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากสถานการณ์โอไมครอนรุนแรงมากขึ้น และหลายประเทศได้ยกเลิกจัดเทศกาลปีใหม่แล้ว โดยขณะนี้พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนในประเทศแล้ว 63 ราย และขอยืนยันผลอีก 20 ราย จึงจำเป็นต้องเร่งใช้มาตรการดังกล่าวเพื่อยกระดับการรับมือภายในประเทศ

ขณะที่ นายแพทย์ศุภกิจ  ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันโควิดสายพันธุ์โอไมครอนได้ระบาดและกระจายไปใน 89 ประเทศทั่วโลก และขณะนี้ยังพบสายพันธุ์ย่อยของโอไมครอนอีก 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ BA.1 จำนวนกว่า 6,000 ราย, BA.2 จำนวน 18 ราย และ BA.3 จำนวน 5 ราย

อย่างไรก็ดี สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อโอไมครอนในประเทศไทยในสัปดาห์นี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 52 ราย รวมสะสมทั้งสิ้น 63 ราย คิดเป็น 3.26% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด จากสัปดาห์ที่ผ่านมามีสัดส่วนอยู่ที่ 1%

ทุกรายมีความเชื่อมโยงกับการเดินทางมาจากต่างประเทศ ยังไม่มีเคสที่เกิดขึ้นจากในประเทศเหมือนตอนสายพันธุ์อัลฟ่าที่คลัสเตอร์ทองหล่อ ที่เกิดในประเทศแบบไม่ที่มาที่ไป ซึ่งหากเทียบสัดส่วนการติดเชื้อในกลุ่มคนเดินทางเข้าไทย ทั้งจากระบบ Test and Go, sandbox, AQ (Alternative Quarantine) จะพบสายพันธุ์โอไมครอนมากถึง 1 ใน 4


“ในบางเคสมาในรูปแบบ Test and Go ตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทางเข้าไทย 72 ชม. และตรวจซ้ำในไทยแต่ไม่เจอติดเชื้อ จึงต้องปล่อยไป ปรากฏว่าอีกไม่กี่วันพบติดเชื้อโอไมครอน ทำให้ผู้ป่วยหลุดไปได้ ดังนั้นอยากให้ฝั่งนโยบายพิจารณาปรับมาตรการ Test and Go เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดเป็นคลัสเตอร์ในประเทศไทย”