“ประยุทธ์” อยู่ครบ 8 ปี ใบเบิกทางนายกฯ สมัยที่ 3 จากฝ่ายกฎหมายสภา

ฝ่ายกฎหมายสภา เปิดไฟเขียว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ในตำแหน่งนายกฯ จนถึงปี 2570

เรื่องของเรื่องช่วงเดือนกันยายนปี 2564 มีการถกเถียงว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จะครบ 8 ปีเมื่อใด เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดคุณสมบัตินายกฯ ไม่ให้อยู่ในตำแหน่งเกิน 8 ปี

ที่ถกเถียงวันนั้น เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในตำแหน่งนายกฯ ตั้งแต่ 24 สิงหาคม 2557 ในยุครัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ดังนั้น ถ้าถึงสิงหาคม 2565 ก็เท่ากับว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ครบ 8 ปี

ฝ่ายกฎหมายสภาผู้แทนราษฎร จึงทำความเห็นยิงตรงไปที่ “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมกันแล้วไม่เกิน 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 258 วรรคสี่ ว่าจะให้เริ่มนับวาระการดำรงตำแหน่งตั้งแต่เมื่อใด ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564

โดยฝ่ายกฎหมายสภาพิจารณาว่า การนับระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 158 วรรคสี่ ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. 2562 ที่เป็นวันโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นต้นไป

เพราะการกำหนดเงื่อนไขให้นายกฯ ดำรงตำแหน่งรวมแล้วเกิน 8 ปีไม่ได้นั้น เป็นเงื่อนไขการจำกัดสิทธิบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นการบัญญัติกฎหมายในทางเป็นโทษ จะนำมาบังคับใช้ย้อนหลังในทางที่เป็นโทษไม่ได้ การกำหนดเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญให้ผลย้อนหลังใช้บังคับกับการกระทำที่เกิดขึ้นก่อนวันที่รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับ ย่อมขัดหลักกฎหมาย

ส่วนประเด็นรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 264 ที่แม้จะกำหนดให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็น ครม.ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้นั้น

การปฏิบัติหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ ตามมาตรา 264 เป็นการปฏิบัติหน้าที่แทน ครม. ตามบทหลักของรัฐธรรมนูญปี 2560 เพียงชั่วเวลาหนึ่ง และต้องพ้นจากหน้าที่ภายหลังจากที่ ครม.ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 เข้าปฏิบัติหน้าที่ หากรัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์ให้นับระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ก่อนหน้านี้ จะต้องบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนว่า ให้นับระยะเวลาดังกล่าวรวมเป็นระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วย

“ดังนั้น ระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ตามมาตรา 264 นับตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 2560 ที่รัฐธรรมนูญปี 2560 บังคับใช้จนถึงวันที่ 9 มิ.ย. 2562 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 จึงไม่ถือเป็นการดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 158” ความเห็นฝ่ายกฎหมายระบุ

ดังนั้น หากเริ่มนับวาระการดำรงตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2562 ซึ่งเป็นวันที่เป็นวันโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 นั่นเท่ากับว่าวาระ 8 ปี จะไปสิ้นสุดที่ประมาณปี 2570 และการเลือกตั้งรอบหน้าหากมีการชงชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นนายกฯ รอบ 3 ก็สามารถเป็นต่อได้

อย่างไรก็ตาม ในเดือนสิงหาคม 2565 ฝ่ายค้าน 6 พรรค เตรียมยื่นเรื่องดังกล่าวไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยสถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ อีกครั้ง

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เดือนสิงหาคม 2565 เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องตามและต้องรู้เลยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขาดคุณสมบัติดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 ประกอบมาตรา 264 กรณีห้ามดำรงตำแหน่งนายกฯ เกิน 8 ปีมิได้ ไม่ว่าติดต่อกัน หรือไม่ติดต่อกันหรือไม่ นั่นเป็นประเด็นที่พรรคร่วมฝ่ายค้านรอตรงนั้น ถ้าไม่มีปรากฏการณ์อะไรเกิดขึ้นต้องพึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยวันที่ 24 ส.ค. 2565 จะครบกำหนดตามช่วงเวลาที่คาดการณ์ไว้


ทว่า ความเห็นของฝ่ายกฎหมายสภา อาจเป็นหนึ่งในใบเบิกทางชั้นดี ประทับตราให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อในสมัยที่ 3 หากประชาชนเรียกร้อง