ธนาธรไลฟ์ ถูกยัดคดีที่ดินราชบุรี เร่งคดี 112 เพราะใกล้เลือกตั้ง

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า

ธนาธร ประธานคณะก้าวหน้า ครวญ ครอบครัวถูกตราหน้าโกงชาติ จับพิรุธเร่งคดี 112 – ที่ดินราชบุรี เพราะใกล้เลือกตั้ง จวก “นิพนธ์” ใช้อำนาจแทรกแซง ยึดที่ดินราชบุรี แก้แค้นถูกอภิปราย กว้านซื้อที่ดินจะนะ

วันที่ 18 เมษายน 2565 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า แถลงข่าวกรณีตกเป็นผู้ต้องหาในคดีมาตรา 112 และการถูกเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดิน จ.ราชบุรี ว่า หลายคดีมีความเคลื่อนไหวในช่วงนี้ ซึ่งกำลังจะเข้าสู่การเลือกตั้งที่สำคัญถึง 3 เลือกตั้ง ได้แก่ การเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และต้นปีหน้าจะมีการเลือกตั้งทั่วไป

รวมถึงขณะนี้คณะก้าวหน้ากำลังมีแคมเปญรณรงค์เข้าชื่อแก้ไขรับธรรมนูญ หมวดว่าด้วยการกระจายอำนาจ หรือแคมเปญ “ขอคนละชื่อ ปลดล็อกท้องถิ่น”

ในคดี 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งเกิดจากการที่ตนแถลงผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ในหัวข้อ “วัคซีนพระราชทาน: ใครได้-ใครเสีย” เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2564 ยืนยันว่า การไลฟ์ดังกล่าวเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การบริหารวัคซีนของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่ามีลักษณะแทงม้าตัวเดียว คือ แอสตร้าเซนเนก้า ทำให้ประชาชนเสี่ยงได้รับวัคซีนช้าและไม่มีประสิทธิภาพ

ซึ่งเวลาก็ได้พิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่ตนกังวลกลายเป็นความจริง ปัจจุบันเป็นที่ชัดเจนแล้วในทางการแพทย์ว่า วัคซีนที่ได้ผลที่สุดในการรับมือโควิด คือ ชนิด mRNA ไม่ใช่วัคซีนไวรัลเวกเตอร์ และปัจจุบันรัฐบาลก็ได้ฉีดวัคซีน mRNA ให้กับประชาชนเป็นหลักแล้ว

อีกทั้งกรณีที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เคยพยายามขอให้ศาลลบคลิปไลฟ์ที่เป็นคดี โดยอ้างว่ากระทบต่อความมั่นคง แต่ตนได้ยื่นอุทธรณ์ และในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 ศาลได้เพิกถอนคำสั่งลบคลิปดังกล่าว



โดยศาลเห็นว่า “เมื่อพิจารณาแต่ละถ้อยคำตามตัวอักษร ยังไม่สามารถเห็นได้อย่างกระจ่างชัดเจนว่าจะทำให้ผู้ฟังรู้สึกดูหมิ่นเกลียดชังองค์พระมหากษัตริย์แต่อย่างใด…แต่มีลักษณะเป็นการกล่าวหาว่าการกระทำของรัฐบาลจะกระทบถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ทำให้จนถึงปัจจุบันคลิปนี้ยังคงปรากฏต่อสาธารณะ

นายธนาธรกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีคดีที่ดินราชบุรีถือว่าเป็นเรื่องที่เจ็บปวดสำหรับตนเองมาก เพราะการกลั่นแกล้งยัดคดี ไม่ได้เกิดกับตัวเองเท่านั้น แต่ยังไปถึงคุณแม่และพี่สาว ทั้งครอบครัวถูกตราหน้าว่าเป็นพวกโกงชาติโกงแผ่นดิน กินที่ป่า ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการซื้อที่ผืนนี้ ครอบครัวได้ซื้อที่มาอย่างถูกกฎหมาย มีเอกสารสิทธิถูกต้องทุกอย่าง ที่ดินซื้อขายกันมาหลายมือ และผู้ที่ขายให้คือบริษัทมิตรผลซึ่งมีความน่าเชื่อถือ

“ครอบครัวเราครอบครองที่มาตั้งแต่ปี 2533 ไม่เคยมีปัญหาใด ๆ จนกระทั่งผมมาทำงานการเมืองก็มีการกล่าวหาว่าที่ผืนนี้ทับป่าสงวนฯ ครอบครัวเรารุกที่ป่า ผมไม่มีปัญหาอะไรกับการสอบสวนตามขั้นตอน เพราะในประเทศไทยมีกรณีป่าทับที่ ที่ทับป่า ป่าสงวนฯออกทับเขตเอกชนมากมาย เป็นคดีสร้างความเดือนร้อนให้ประชาชนทั่วประเทศ แต่กระบวนการที่เกิดกับครอบครัวผม ไม่ใช่กระบวนการปกติ”

นายธนาธรกล่าวว่า การดำเนินคดีที่ดินราชบุรี อาจมีการแทรกแซงจากนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 โดย ส.ส.ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ พรรคก้าวไกล ซึ่งได้เปิดโปงการกว้านซื้อที่ดินในเขตนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ซึ่งนายนิพนธ์ ใช้อำนาจในทางมิชอบ เอื้อประโยชน์พวกพ้องครอบครัวตัวเอง และพรรคก้าวไกลยังได้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ว่านายนิพนธ์มีลักษณะต้องห้าม ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

“ต่อมาในเดือนมกราคม 2565 อธิบดีกรมที่ดินซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนายนิพนธ์ สั่งตั้งคณะทำงานชุดหนึ่งขึ้นมาแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการสอบสวนเรื่องที่ดินราชบุรีของครอบครัวผม ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามกฎกระทรวงอยู่แล้ว” นายธนาธรกล่าว

นายธนาธรกล่าวว่า จากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ ส.ส. และรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน พบว่ามี ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 50 คน ที่ถือครองที่เข้าข่ายทับที่ป่า ซึ่งอันที่จริงเรื่องนี้เป็นปัญหาทั่วประเทศ ประชาชนมากมายเดือดร้อนจากการที่หน่วยงานรัฐถือข้อมูลไม่ตรงกัน

ออกเอกสารสิทธิให้เอกชนโดยไปทับที่ป่าสงวนฯ หรือประชาชนอยู่มาก่อน แล้วมีการประกาศที่ป่าทับที่เอกชน กรณีนี้ไม่ต่างจากการถือหุ้นสื่อที่มี ส.ส.จำนวนมากถือหุ้นสื่อ แต่สุดท้ายผู้ถูกตัดสิทธิ์กลับมีเพียง 2 คน คือ ตน และเพื่อน ส.ส. อนาคตใหม่ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์

ยืนยันว่าการทำงานของตนเองนับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในสนามการเมือง เป็นไปด้วยความมุ่งมั่นจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ดีขึ้น เท่าเทียมและเป็นธรรมมากขึ้น ไม่เคยคิดแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน อำนาจ ลาภยศสรรเสริญ แต่คดีความที่เกิดขึ้นเป็นการจงใจใช้กฎหมายเล่นงานเพื่อหยุดยั้งตนเองและเพื่อนร่วมงานจากการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศ


“ผมขอยืนยันว่าคดีความต่าง ๆ ไม่ได้ทำให้พวกเราท้อถอย ไม่สามารถหยุดยั้งการทำงานของเราได้ ทุก ๆ ที่ที่ผมไป ผมได้รับกำลังใจมากมายจากประชาชน จับไม้จับมือ ให้น้ำ ให้ขนม ผมขอบคุณทุกกำลังใจ พวกคุณคือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เรายังเดินหน้าทำงานต่อไป” นายธนาธรกล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ