อภิปรายไม่ไว้วางใจ “ธนกร” ผิดหวังฝ่ายค้าน วนเวียนเรื่องเก่า ไม่สมราคาคุย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) PHOTO : THAI ROYAL GOVERNMENT/
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 FILE PHOTO : THAI ROYAL GOVERNMENT/

ธนกร โฆษกรัฐบาล เหน็บฝ่ายค้านน่าผิดหวัง หยิบเรื่องเก่ามาเล่าใหม่เหมือน 3 ครั้งก่อน  เน้นวาทกรรมสร้างความบันเทิงเหมือนซีรีส์เกาหลี ไม่สมราคาคุย

วันที่ 19 กรกฎาคม 2565 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่นายชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ระบุ การอภิปรายไม่ไว้วางใจตามยุทธการเด็ดหัวสอยนั่งร้านในช่วง 4 วันนี้ ถ้ารัฐมนตรีไม่ตายในสภาก็ตายในสนามเลือกตั้ง ว่า ตนรู้สึกผิดหวังอย่างมากกับการอภิปรายของนายแพทย์ชลน่าน เพราะไม่มีอะไรใหม่จริง ๆ ยังคงวนเวียนอยู่กับเรื่องเก่า ๆ เช่น การยึดอำนาจ การบริหารงานผิดพลาดล้มเหลว จงใจฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ส่อทุจริตเอื้อประโยชน์

หรือแม้แต่การก๊อบปี้คำพูดผู้นำต่างชาติก็เอามาพูดอีก เนื้อหาที่ฟังทั้งหมดจึงไม่ต่างจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 3 ครั้งก่อน ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา ที่เป็นการกล่าวหาโจมตีรัฐบาลแบบซ้ำไปซ้ำมา เลื่อนลอยไร้น้ำหนัก และขาดหลักฐานเชิงประจักษ์ แต่มีจุดเด่นคือการใช้วาทกรรมเสียดสีประชดประชัน สร้างความบันเทิงแบบซีรีส์เกาหลีตามสไตล์ที่ตัวเองถนัด ไม่สมราคาที่เคยคุยไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะมีเรื่องเด็ดและตื่นเต้น ดังนั้น นายชลน่านอย่าเพิ่งมั่นใจหรือมโนไปก่อนว่าผลการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นอย่างไร เพราะเชื่อว่าพี่น้องประชาชนที่ดูอยู่ก็คงรู้สึกเช่นเดียวกัน หรือที่จริงแล้วพรรคเพื่อไทยอยากกลับมามีอำนาจอีกครั้ง จึงทำทุกวิถีทางเพื่อบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล

เช่นเดียวกับ นายสุทิน คลังแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน ที่กล่าวว่าแม้พยัคฆ์ร้ายฆ่าไม่ตายแต่จะน่วม และมุ่งหวังสังหารรัฐมนตรีให้ตายคาที่-ตายโรงพยาบาล-ตายที่บ้าน จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ก็เป็นเพียงฉากหน้าโหมโรงให้ดูตื่นเต้นหวือหวาเท่านั้น แต่พอเข้าบทก็ไม่มีอะไร เข้าทำนองข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรง โดยตนเชื่อมั่นว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกท่านจะสามารถชี้แจงและตอบคำถามได้ทุกประเด็น เพราะนอกจากฝ่ายค้านจะหยิบเรื่องเก่ามาเล่าใหม่แล้ว ในทางตรงกันข้ามรัฐบาลทำงานด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเทและตรงไปตรงมา จึงอธิบายได้ทั้งหมดอย่างแน่นอน

“ส่วนกรณีที่เครือข่ายราษฎรจัดกิจกรรมลงมติประชาชนไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ ใน 34 จังหวัด และแคมปิ้งฟังสภาจับตาอภิปรายไม่ไว้วางใจประยุทธ์ ที่บริเวณลานหน้ารัฐสภานั้น ถือเป็นสิทธิที่จะกระทำได้ แต่อยากให้สังคมช่วยกันพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะเท่ากับว่ากลไกสภาผู้แทนราษฎรตามระบอบประชาธิปไตยที่ถูกเรียกร้องมาโดยตลอด ไร้ความหมาย อย่างไรก็ตาม แม้กฎหมายจะให้เสรีภาพไว้ก็ควรตระหนักว่าการจัดกิจกรรมต้องไม่ไปละเมิดสิทธิผู้อื่น และควรปฏิบัติตามระเบียบข้อกำหนดต่าง ๆ เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ที่สำคัญควรเปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะเห็นด้วยทั้งหมด เพียงแต่เขาไม่แสดงออก เพื่อป้องกันไม่ให้สังคมเกิดความวุ่นวาย” นายธนกรกล่าว