โรงละคร อภิปรายไม่ไว้วางใจ

สภา
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : ณัฐวุฒิ ประชาชาติ

 

หากเปรียบ “การเมือง” คือ “ละคร”

สภาผู้แทนราษฎรก็คือ “โรงละคร” ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลก็คือ “ฉากหนึ่ง” ของละคร

ในฉากละครของนักเลือกตั้งเทอมสุดท้าย นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลต้องการความได้เปรียบในพื้นที่

นอกจาก “กระแส” การเมือง ยังต้องการ “กระสุน” และอำนาจรัฐ ดังนั้น การโหวตแต่ละเสียงย่อมมี “ราคา” ตอบแทน เพื่อเตรียมไว้ใช้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ไม่แปลกที่จะมี “งูเห่า” ฝ่ายค้านแผลงฤทธิ์ ยกมือให้รัฐบาล พรรคใหม่ของตัวเองที่ต้องการไปซบ

ไม่แปลกที่จะมี “พรรคเล็ก” ในฝ่ายรัฐบาลขอ “กินกล้วย” โดยแสดงอภินิหารออกมาตั้งแต่ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ก่อนหน้านี้พรรคเล็กประกาศในที่แจ้งว่า คนที่จะยกมือโหวตให้ 3 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผู้ที่ได้รับภาระสานประโยชน์พรรคเล็ก

ก่อนการโหวตมีข่าวลือสะพัดไปทั่วอาคารรัฐสภาว่า บรรดาพรรคเล็กเรียกขอรับผลประโยชน์ 1-2 ล้านบาท แลกกับการโหวตรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ที่ไม่ต้องการได้คะแนนบ๊วย เพราะจะส่งผลทำให้เก้าอี้รัฐมนตรีถูกเขย่า

Advertisement

ซึ่งรัฐมนตรีที่มีแนวโน้มจะถูกพรรคเล็กลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง

ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ถูกคาดหมายอาจจะได้คะแนนไว้วางใจน้อยที่สุด

ในฐานะที่ “พล.อ.อนุพงษ์” เป็นคนที่คุมกลไกการเมือง คุมงบประมาณ-อำนาจรัฐในท้องที่ คือ กระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่เป็นผู้ครอบครองตำแหน่ง มท.1 มายาวนานเกือบ 8 ปี

แต่การทำงานของเจ้าของรหัส มท.1 ถูกมองว่า ไม่เห็นหัว ส.ส. ขอโครงการลงพื้นที่ไม่เคยได้ ทำให้ ส.ส.ไม่มีผลงานไปต่อยอดขอคะแนนชาวบ้าน

ดังนั้น เก้าอี้ มท.1 ของ พล.อ.อนุพงษ์ เป็นหนึ่งในเป้าหมาย “นักเลือกตั้ง” ต้องการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีมากที่สุดถึงขั้น ส.ส.พลังประชารัฐเอ่ยขอเปลี่ยนตัว มท.1 ต่อหน้า พล.อ.ประวิตร

ข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อไทยรายหนึ่งเล่าว่า ได้ยินพวก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐต้องการเปลี่ยน มท.1 ผมก็เลยแกล้งแหย่ไปว่า ก็โหวตให้คะแนนไม่ไว้วางใจมันเยอะ ๆ เขย่ามันหน่อย

ในวันแรกของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงมีข่าวว่า “พล.อ.อนุพงษ์” ปิดห้องเคลียร์ใจกับ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐกว่า 1 ชั่วโมงเต็ม เพื่อต่อรองเรื่องโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

สุดท้ายการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 4 วันเต็ม ทั้งฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาล ฟันธงตรงกันว่า ไม่มีรัฐมนตรีคนใดได้คะแนนเสียง “ไม่ไว้วางใจ” เกินครึ่ง 239 เสียง เพียงแต่ใครจะได้คะแนนไม่ไว้วางใจมากที่สุด หรือคะแนนไว้วางใจรั้งบ๊วยแค่นั้น

เกมต่อรองผลประโยชน์ ทั้งโครงการรัฐ กระสุน อำนาจรัฐ ถูกนำมาเป็นเงื่อนไขในการโหวต

ขณะที่พรรคฝ่ายค้าน หวังผลโชว์ฝีปาก ต่อยอดการเลือกตั้งครั้งหน้า

โลกการเมือง คือ โลกการละคร ต่อรองเพื่อผลประโยชน์