“บุญสร้าง” ยอมรับปฏิรูปงานสอบสวนซับซ้อนแต่เสร็จทัน ยันออกแบบให้คนดีเข้ามามีอำนาจ

“บุญสร้าง” ยอมรับปฏิรูปงานสอบสวนซับซ้อน โยน กก.ปฏิรูปยุติธรรมดูภาพใหญ่ เชื่อส่งการบ้านรัฐบาลทัน เม.ย.นี้

เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 10 มกราคม ที่รัฐสภา พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ ว่า ภาพรวมการทำงานของคณะกรรมการฯ จะเหลือประมาณ 3 เดือน โดยจะสิ้นสุดลงในเดือนเมษายน โดยการทำงานส่วนใหญ่มีความคืบหน้าตามลำดับและคิดว่างานทุกอย่างน่าจะเสร็จทันตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด สำหรับประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างเรื่องการปฏิรูประบบงานสืบสวนสอบสวนยอมรับว่ามีความซับซ้อน ที่สำคัญจะต้องให้สอดคล้องกับการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมในภาพใหญ่ที่มีนายอัชพร จารุจินดา เป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมด้วย ซึ่งคณะนี้จะดูการปฏิรูปในภาพใหญ่ซึ่งรวมไปถึงระบบการสืบสวนสอบสวน ดังนั้นในส่วนของคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจจะเน้นการสร้างการถ่วงดุลการสืบสวนสอบสวนภายในของตำรวจด้วยกันเองเป็นหลัก เช่น การวางตัวของผู้บังคับบัญชาว่าจะควรจะต้องมีความเหมาะสมอย่างไร เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ใต้บังคับบัญชาที่เป็นพนักงานสอบสวน รวมไปถึงการให้พนักงานสอบสวนสามารถเจริญเติบโตในหน้าที่การงานในสายงานของตัวเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งอำนาจของผู้มีอิทธิพล

“โดยอาจจะกำหนดให้ผู้บังคับบัญชาที่จะเข้ามาควบคุมพนักงานสอบสวนจะต้องมาจากสายงานเดียวกัน ไม่ใช่เป็นบุคคลที่มาจากสายงานอื่น ซึ่งถ้าทำได้อย่างนี้จะทำให้พนักงานสอบสวนสามารถเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ และสามารถเติบโตได้ถึงระดับสูงสุดในตำแหน่ง ผบ.ตร. เพราะเมื่อมีการปฏิรูปแล้วส่วนตัวคิดว่าปัญหาการซื้อขายตำแหน่งน่าจะได้รับการแก้ไขไปในทางที่ดีขึ้น เพราะการปฏิรูปเราจะออกแบบให้คนดีเข้ามาเป็นผู้มีอำนาจและไม่ให้คนไม่ดีเข้ามาเป็นผู้ใช้อำนาจ จึงคิดว่าในภาพรวมน่าจะดีขึ้น” พล.อ.บุญสร้างกล่าว

ด้าน พล.อ.อ.อิทธิพร ศุภวงศ์ ประธานอนุกรรมการด้านการรับฟังความเห็น กล่าวว่า เบื้องต้นจะมีการเสนอร่างกฎหมายเพื่อปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ 2 ฉบับให้กับรัฐบาล ได้แก่ 1.ร่าง พ.ร.บ.ตำรวจ ซึ่งจะเป็นการปรับปรุงโครงสร้างการทำงานและบุคลากรภายในของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2.ร่างกฎหมายแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยจะปรับปรุงกระบวนการสืบสวนสอบสวนอย่างเป็นระบบ เช่น การสอบสวนคดีจะต้องทำโดยพนักงานสอบสวนที่มีประสบการณ์และมีความรู้ความสามารถเป็นสำคัญ รวมไปถึงการสร้างระบบตรวจสอบถ่วงดุล

 

Advertisment

ที่มา : มติชนออนไลน์