KTAM ประกาศจ่ายเงินปันผล 3 กองทุน พร้อมขายตราสารหนี้ตปท. 1 ปี ชู 1.60%

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการจัดการลงทุน มีมติจ่ายเงินปันผล 3 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนเปิดกรุงไทยซีเล็คทีฟ อิควิตี้ ฟันด์ (KTSE) จ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.25 บาทต่อหน่วย กองทุนเปิดกรุงไทยหุ้น ไฮดิวิเดนด์ (KT-HIDIV) จ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.35 บาทต่อหน่วย สำหรับผลการดำเนินงานสิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 25 กรกฎาคม 2560

ส่วนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าเทสโก้ โลตัส รีเทล โกรท ( TLGF) จ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.2129 บาทต่อหน่วย โดยกองทุนขึ้น XDในวันที่ 25 กรกฎาคม 2560 ปิดสมุดทะเบียน ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 และประกาศจ่ายเงินปันผลในวันที่ 16 สิงหาคม 2560

               

โดยกองทุน KTSE เน้นลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และมีปัจจัยพื้นฐานดี จำนวนไม่เกิน30 หลักทรัพย์ ส่วนผลการดำเนินงาน ณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 ย้อนหลัง 9 เดือน อยู่ที่ 7.07% 3 ปีอยู่ที่ 4.86% 5 ปีอยู่ที่ 9.43% และ10 ปี อยู่ที่ 12.01% ซึ่งสูงกว่าดัชนี SET ย้อนหลัง9เดือน อยู่ที่ 6.43% 3 ปี อยู่ที่ 2.12% 5 ปี อยู่ที่ 5.93% และ10 ปี อยู่ที่ 6.75% โดยในปีนี้ จ่ายเงินปันผลเป็นครั้งที่2 มูลค่ารวม1 บาทต่อหน่วย ส่วนกองทุน KT-HiDIV เน้นลงทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ผลการดำเนินงานที่ดี มีประวัติการจ่ายปันผลที่ดีและสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ บริษัทเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ 160 (KTFF160) อายุ 1 ปี มูลค่าโครงการ 10,000 ล้านบาท เสนอขายตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 25 กรกฎาคม 2560 โดยกองทุน เน้นลงทุนในบัตรเงินฝาก Bank of China , Bank of communication เงินฝากประจำ Agricultural Bank of China , Union National bank PJSC ในสัดส่วนสถาบันการเงินละ 19% ส่วนที่เหลือลงทุนในเงินฝากประจำ China Constraction Bank ( AsiaX Corp.Ltd ในสัดส่วน 14% และบัตรเงินฝาก China Construction Bank ในสัดส่วน 10 % ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ผลตอบแทนประมาณ 1.60% ต่อปี ไม่เสียภาษี

อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ในประเทศมีการปรับตัวลดลงเกือบทุกช่วงอายุตามแรงซื้อของนักลงทุนในประเทศ ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติมีแรงขายออกมาตลอดสัปดาห์ ทั้งนี้ คาดว่าเกิดจากความต้องการลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราผลตอบแทน หลังธนาคารกลางยุโรป(ECB) และ ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินให้มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติเป็นยอดขายสุทธิจำนวน 11,325 ล้านบาท ส่วน อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา มีการปรับตัวลดลงเกือบทุกช่วงอายุตามแรงซื้อกลับ หลังประธานเฟด กล่าวต่อสภาครองเกรสว่าพร้อมที่จะชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ ในขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อและยอดค้าปลีกที่ประกาศในวันทำการสุดท้ายของสัปดาห์ก็ออกมาซบเซาทำให้ตลาดคาดว่าเฟดจะชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้อายุคงเหลือ 2 ปี อยู่ที่ 1.36% ต่อปี อายุคงเหลือ 5 ปี อยู่ที่ 1.87% ต่อปี และอายุคงเหลือ 10 ปี อยู่ที่ 2.33% ต่อปี

“ ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่โฆษณาไว้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ” นักลงทุนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา หรือ โทร 0-2686-6100