KUN เคาะแจกวอร์แรนต์ให้ผู้ถือหุ้นเดิม 249.70 ล้านหน่วย รับมืออนาคต

นางประวีรัตน์ เทวอักษร

บอร์ด บมจ.วิลล่า คุณาลัย (KUN) ไฟเขียวแจกวอร์แรนต์ (KUN-W2) 249.70 ล้านหน่วย ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน 3 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ ดึงเงินสำรองขยายธุรกิจ และโครงการใหม่ ๆ ในอนาคต สร้างโอกาสการเติบโตของรายได้แตะ 2,000 ล้านบาท ในปี 2570

วันที่ 28 มิถุนายน 2566 นางประวีรัตน์ เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ KUN ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านแนวราบในเขตพื้นที่ชานเมือง

เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท รุ่นที่ 2 (KUN-W2)

จำนวนไม่เกิน 249.70 ล้านหน่วย ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน จำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้น (Rights Offering) โดยไม่คิดมูลค่า ในอัตราส่วน 3 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิรุ่นที่ 2 (KUN-W2)

โดยใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวมีอายุ 2 ปี นับจากวันที่ได้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ

ทั้งนี้ KUN-W2 จะมีอัตราการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วยต่อหุ้นสามัญ 1 หุ้น ที่ระดับราคาการใช้สิทธิเท่ากับ 2.20 บาทต่อหุ้น

โดยผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ รุ่นที่ 2 สามารถใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิได้ในทุก 6 เดือน ภายหลังจากวันที่ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ รุ่นที่ 2 (KUN-W2)

นอกจากนี้ ที่ประชุมบอร์ด KUN มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทอีกจำนวน 162,307,180 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม จำนวน 434,555,031.50 บาท

แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 869,110,063 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 596,862,211.50 บาท

แบ่งออกเป็น 1,193,724,423 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 324,614,360 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท

เพื่อรองรับการเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) เพื่อเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement)

และการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ ที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท รุ่นที่ 2 (KUN-W2) ในครั้งนี้ โดยเตรียมเสนอขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นในวันที่ 27 กรกฎาคม 2566 นี้

วัตถุประสงค์ของการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ KUN-W2 ในครั้งนี้ บริษัทเตรียมเงินที่ได้ไว้เป็นเงินทุนสำรองสำหรับการขยายธุรกิจของบริษัทที่มีอยู่ในปัจจุบัน

และแผนพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ในอนาคต รวมถึงแผนการขับเคลื่อนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักของบริษัท ตลอดจนใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน

สำหรับเม็ดเงินที่ได้จากการใช้สิทธิแปลงสภาพในครั้งนี้ เพื่อรองรับการเติบโตในอีก 2-3 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าเม็ดเงินจากการระดมทุนภายหลังผู้ถือหุ้นมีการแปลงสภาพหมดตามสิทธิประมาณ 549.35 ล้านบาท

ซึ่งส่งผลดีต่อบริษัทในการนำเม็ดเงินดังกล่าว ไปใช้เป็นเงินทุนเพื่อหมุนเวียนสำหรับการต่อยอด และรองรับการขยายโครงการต่าง ๆ ในอนาคต

นอกจากนี้ บริษัทประสบความสำเร็จในการเสนอขาย ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) จำนวนไม่เกิน 68,639,992 หุ้น ที่ราคาเสนอขายหุ้นละ 2.10 บาท

โดยจัดสรรในอัตราส่วนหุ้นสามัญเดิม 10 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญที่ออกใหม่ ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ถือเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นที่ผู้ถือหุ้นมีต่อ KUN เสมอมา ส่งผลให้สามารถระดมทุนได้จำนวน 131 ล้านบาท

ซึ่งเม็ดเงินดังกล่าวบริษัทจะนำไปต่อยอดในการดำเนินงานของโครงการต่าง ๆ เพื่อผลักดันให้ธุรกิจมีการเติบโตอีกเท่าตัวในอนาคต


ตามเป้าหมายรายได้ไปแตะที่ระดับ 2,000 ล้านบาท ในปี 2570 และสามารถช่วยเสริมฐานะทางการเงินของบริษัทให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น