ครม.ไฟเขียวเวนคืนที่ดินอำเภอทุ่งหว้า 50 ไร่ ตัดถนนเลี่ยงเมือง จ.สตูล

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2561 ได้อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่ตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล พ.ศ. …. เพื่อสร้างทางหลวงชนบทตามโครงการถนนเลี่ยงเมืองทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล

เนื่องจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 416 และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 404 ที่ใช้เป็นเส้นทางหลักและมีความสำคัญในการสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซีย รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวฝั่งทะเลอันดามันตอนใต้ มีปริมาณการจราจรหนาแน่น


สาเหตุจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 416 ตอนอำเภอละงู – อำเภอทุ่งหว้า อำเภอปะเหลียน เป็นทางหลวงแผ่นดินขนาด 2 ช่องจราจร ผ่านย่านชุมชนหนาแน่นในตัวเมืองอำเภอทุ่งหว้า และมีลักษณะทางกายภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตราย และเขตผ่านทางแคบ หากจะก่อสร้างเป็นทางหลวงแผ่นดินขนาด 4 ช่องจราจร ต้องใช้งบประมาณการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างสูงมาก

ทางกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่บริเวณรอบเมืองทุ่งหว้าแล้วพบว่า มีโครงข่ายทางหลวงชนบทและทางหลวงท้องถิ่นที่สามารถเชื่อมโยงและมีความเหมาะสมที่จะพัฒนาเป็นเส้นทางเลี่ยงเมืองทุ่งหว้า จังหวัดสตูล จึงได้ทำโครงการก่อสร้างทางหลวงชนบทตามโครงการถนนเลี่ยงเมืองทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล เป็นโครงการก่อสร้างถนนขนาด 2 ช่องจราจร ชนิดผิวจราจรเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้างช่องละ 3.5 เมตร ไหล่ทางกว้างช่องละ 2.5 เมตร แบ่งทิศทางการจราจรด้วยการทาสีตีเส้น แยกช่องจราจรหลักกับทางจักรยานด้วยเกาะกลางแบบยกกว้าง 1 เมตร ทางจักรยานด้านขวางทางกว้าง 3 เมตร เขตทางกว้าง 20 เมตร ระยะทางยาวประมาณ 3.4 กิโลเมตร

มีที่ดินที่จะถูกเวนคืน 100 แปลง ประมาณ 46.53 ไร่ อาคารสิ่งปลูกสร้าง 12 หลัง ใช้งบประมาณในการดำเนินโครงการประมาณ 185.67 ล้านบาท แยกเป็นการเวนคืน 75.79 ล้านบาท และการก่อสร้าง 109.88 ล้านบาท

เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าให้มีความสะดวก รวดเร็ว และช่วยพัฒนาโครงข่ายคมนาคมของจังหวัดตรัง – จังหวัดสตูล รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียงให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ทช. ได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว

นอกจากนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานปลูกไม้บริเวณริมทาง โดยเฉพาะต้นรวงผึ้ง พร้อมมอบให้กรมทางหลวง และ ทช. เตรียมความพร้อมหากเกิดอุทกภัย พื้นผิวถนนทรุดตัว ดินสไลด์ คอสะพานขาด ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในฤดูฝน และให้ผู้บริหารทุกหน่วยงานเดินทางไปถึงพื้นที่ที่เกิดเหตุการณ์ทันที เพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกประชาชน รวมทั้งตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน