จีนซื้อตึกแพงสุดในโลกที่ฮ่องกง มูลค่า 5,100 ล้านดอลลาร์ ทุบสถิตินิวไฮของโลก

AFP PHOTO / ANTHONY WALLACE

นายโจเซฟ ซาง หัวหน้าหน่วยธุรกิจด้านการลงทุน เจแอลแอลประจำฮ่องกง ธุรกิจบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ฮ่องกงมีการลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์รวมมูลค่าทั้งสิ้น 14,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้กลายเป็นตลาดการลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดเป็นดันดับสามของโลก รองจากลอนดอนและนิวยอร์ก เทียบกับครึ่งปีแรก 2560 ที่เคยอยู่ในอันดับที่ 10 ของโลก ด้วยมูลค่าการลงทุนซื้อขายรวม 5,800 ล้านดอลลาร์

ดีลการซื้อขายที่มีมูลค่าสูงสุดในฮ่องกงคือการขายอาคารสำนักงานความสูง 73 ชั้น ‘เดอะเซ็นเตอร์’ ในราคา 5,100 ล้านดอลลาร์ ซึ่งไม่เพียงเป็นการขายอาคารเดี่ยวที่มีมูลค่าสูงสุดในฮ่องกงสำหรับปีนี้เท่านั้น แต่ยังเป็นการซื้อขายอาคารที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกอีกด้วย


“ระหว่างปี 2558-2560 มีนักลงทุนจีนเข้าซื้ออาคารสำนักงานในฮ่องกงเฉลี่ยปีละ 2,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกมากในปีนี้” นายซางกล่าว

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีแรก 2561 มูลค่าการลงทุนซื้อขายอสังหาฯ ที่มีการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ (ไม่นับรวมที่พักอาศัย) ในเอเชียแปซิฟิกพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมียอดรวมสูงถึง 81,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2560

นายสจ๊วต โครว์ ผู้อำนวยการหน่วยธุรกิจบริการด้านการทุนภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของเจแอลแอล กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำธุรกรรมลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียแปซิฟิกแซงหน้ายุโรปและสหรัฐฯ โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดหลักๆ อาทิ ฮ่องกง ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น

ทั้งนี้ กองทุนระหว่างประเทศเป็นผู้ขายรายใหญ่ที่สุดในช่วงครึ่งปีแรก 2561 โดยมีการขายสังหาริมทรัพย์อาคารสำนักงาน โรงแรม ศูนย์การค้า รวม 31,500 ล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้สัดส่วน 20% เป็นการเข้าซื้อโดยนักลงทุนเอเชีย

“แม้นักลงทุนจีนจะซื้อน้อยลง แต่มีแรงซื้อจากฮ่องกง สิงคโปร์ และเกาหลีใต้เข้ามาทดแทน”

สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอาคารสำนักงานได้รับความนิยมจากนักลงทุนมากที่สุด มีสัดส่วนการซื้อขาย 50% รองลงมา ศูนย์การค้า 20% และโลจิสติกส์ 13%

“เป็นที่น่าสังเกตว่า การลงทุนซื้อขายอสังหาฯกลุ่มโลจิสติกส์มีการขายตัวเพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก 2560 เพราะสร้างรายได้ต่อเนื่องจากการปล่อยเช่า และให้ผลตอบแทนการลงทุนใกล้เคียงกับอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่น”