อสังหาชูโปรหนีกฎเหล็กปี”62 เร่งโอนปลายปี/ธปท.สรุปมาตรการฯพ.ย.

อิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร

อสังหาฯเด้งรับแบงก์ชาติแจงกู้ก่อนมาตรการบังคับดาวน์ 20% ต้นปีหน้าได้สิทธิ์จ่ายดาวน์เท่าเดิม 5-10% “พฤกษาฯ” เปิดเกมดัมพ์แคมเปญเร่งโอน 1.4 หมื่นล้าน แจกฟรีพลัมคอนโด-ทองคำ เผยยูนิตพร้อมโอน+สต๊อกเก่าไตรมาส 4 ทะลัก 2.1 แสนล้าน “อิสระ บุญยัง” ฟันธงสินเชื่อบ้านโตกระฉูดเกิน 7 แสนล้าน แบงก์ชาติเร่งสรุปผลเฮียริ่งในต้น พ.ย. 61

นายสุรเชษฐ กองชีพ นักวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติเตรียมบังคับจ่ายเงินดาวน์ 20% ซื้อบ้าน-คอนโดมิเนียมหลังที่ 2 เป็นต้นไปภายในวันที่ 1 มกราคม 2562 ถ้าหากไม่เลื่อนกำหนดออกไป คาดว่าอาจเป็นการเร่งให้เกิดการโอนกรรมสิทธิ์ภายในปี 2561 เนื่องจากได้ชี้แจงแล้วว่าการกู้เงินก่อนมาตรการมีผลบังคับใช้ยังสามารถใช้เงินดาวน์ 5-10% ตามเดิม ในทางปฏิบัติเท่ากับมีเวลายื่นกู้ภายใน 31 ธันวาคม 2561

นอกจากจะเกิดการเร่งโอนแล้ว อาจมีการเร่งการก่อสร้างของโครงการที่มีกำหนดแล้วเสร็จต้นปีหน้าให้มาทันโอนภายในปีนี้มากขึ้นอีก ส่งผลให้จำนวนและมูลค่าโครงการที่จะโอนกรรมสิทธิ์ภายในปี 2561 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปกติ 10-20% โดยสำรวจพบว่ามีโครงการที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล สร้างเสร็จพร้อมโอนบวกกับสต๊อกสะสมอยู่เดิมมีมูลค่ารวมกัน 2.1 แสนล้านบาท คาดว่าเร่งโอนสัดส่วน 70-80% ในปีนี้

รายละเอียดยูนิตพร้อมโอน 2.1 แสนล้านบาท กระจายอยู่ในเขต กทม. 50,698 ล้านบาท นนทบุรี 41,037 ล้านบาท ปทุมธานี 26,142 ล้านบาท สมุทรปราการ 68,184 ล้านบาท สมุทรสาคร 12,216 ล้านบาท และนครปฐม 11,756 ล้านบาท

นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มการเร่งโอนภายใน 2 เดือนสุดท้ายของปี คาดว่าทำให้มูลค่าตลาดสินเชื่อซื้อบ้าน-คอนโดฯเดิมเคยคาดการณ์ในปีนี้เติบโตจากปีที่แล้ว 10% กว่า จาก 6.3 แสนล้านบาทในปี 2560 ก่อนหน้านี้คาดว่าเพิ่มเป็น 6.5 แสนล้านบาท ล่าสุด ประเมินว่าสินเชื่อบ้านน่าจะทะลุ 7 แสนล้านบาทได้ไม่ยาก

Advertisment

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้น บริษัทปรับแผนเร่งสร้างเร่งโอน ตั้งเป้าไตรมาส 4/61 โอนรวม 14,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นสต๊อกสะสม 30% อีก 70% เป็นยูนิตสร้างใหม่

พร้อมกันนี้ ได้จัดแคมเปญเร่งโอนโดยนำบ้าน-คอนโดฯ 161 โครงการจัดโปรโมชั่นมูลค่ารวม 200 ล้านบาท รางวัลใหญ่สุดทุกราคาที่ซื้อ 1 แสนบาทรับ 1 สิทธิ์เพื่อลุ้นรับฟรี “พลัมคอนโด” รวม 3 ยูนิต, ทองคำหนัก 5 บาทรวม 30 รางวัล และสมาร์ทโฟน Note 9 รวม 75 รางวัล

นางวจีทิพย์ พงษ์เพ็ชร ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า หลังจาก ธปท.เปิดรับฟังความเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมาแล้ว พบว่ามีผู้ให้ข้อเสนอแนะเข้ามาจำนวนมาก ทั้งจากประชาชนผู้บริโภค สถาบันการเงิน และผู้ประกอบการอสังหาฯ ซึ่งความเห็นที่ได้รับครอบคลุมหลายประเด็น อาทิ วันที่เริ่มบังคับใช้ ความหมายของบ้านหลังที่ 2 หรือสัญญาที่ 2 อัตราการวางเงินดาวน์ของสัญญาที่ 2 หรือสัญญาที่ 3 เป็นต้น ซึ่ง ธปท.จะนำข้อเสนอแนะมาประกอบการพิจารณา ก่อนจะกำหนดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อไป คาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงต้นเดือน พ.ย. 2561 นี้

อย่างไรก็ตาม ธปท.ขอทำความเข้าใจกับหลายประเด็นที่ประชาชนอาจจะยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนการใช้มาตรการข้างต้นก่อน ดังนี้ (1) ธปท.จะใช้บังคับเฉพาะกรณีการผ่อนที่อยู่อาศัย 2 หลังขึ้นไป พร้อม ๆ กัน ดังนั้น จะไม่กระทบกรณีผ่อนหลังที่ 1 หมดแล้ว เพราะหากเป็นการกู้เงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 ก็จะนับเป็นสัญญาที่ 1 (2) การปรับปรุงหลักเกณฑ์ในครั้งนี้จะไม่กระทบการซื้อที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อยที่ซื้อบ้านหลังแรก เพราะมาตรการนี้ใช้บังคับเฉพาะที่อยู่อาศัยที่ราคาเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไป และ (3) จะไม่กระทบผู้ที่กู้ก่อนเกณฑ์ใหม่มีผลบังคับใช้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือจะไม่มีผลย้อนหลังสำหรับผู้ที่กู้ไปแล้ว

Advertisment