เซ็นแล้วเด้อ! ไทย-ลาวเซ็นMOUสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ 5 “บึงกาฬ-บอลิคำไซ” อีก3ปีเสร็จ

เซ็นแล้วเด้อ! ไทย-ลาวเซ็นMOUสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ 5 “บึงกาฬ-บอลิคำไซ” อีก3ปีเสร็จ หนุนเศรษฐกิจสองฝั่งโขงโชติช่วง

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2562 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ นายบุนจัน สินทะวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เป็นประธานพิธีลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาล สปป.ลาว ว่าด้วยการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ)

โดยมี นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ คณะผู้บริหารกรมทางหลวง หัวหน้าหน่วยงาน เจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงฯ ในพื้นที่ นายแพง ดวงเงิน อธิบดีกรมขัวทาง สปป.ลาว และคณะ ร่วมพิธี ณ ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

นายอาคมกล่าวว่า นับจากนี้ไปอีกประมาณ 3 ปี ไทยจะมีเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงกับแขวงบอลิคำไซ และเมืองใกล้เคียงของ สปป.ลาว จะช่วยพัฒนาสภาพเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดบึงกาฬ เพราะสะพานมิตรภาพฯ แห่งนี้ นอกจากจะเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยกับ สปป.ลาว ที่มีอย่างยาวนาน

ยังส่งผลต่อการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจบริเวณด่านชายแดนฝั่งจังหวัดบึงกาฬ และชายแดนฝั่งแขวงบอลิคำไซให้เป็นประตูการค้าที่สำคัญในการส่งเสริมการค้า การลงทุนระหว่างสองประเทศให้มากขึ้น ส่งเสริมการท่องเที่ยว อำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าจากไทยไปสู่ตลาดจีนตอนใต้ และเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าจากภาคกลางของ สปป.ลาว สู่ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังของไทย เพื่อขนส่งทางทะเลต่อไปยังภูมิภาคอื่น ๆ

รวมถึงพัฒนาโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงไทย – ลาว กับประเทศเพื่อนบ้าน ภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS สนับสนุนยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง หรือกรอบ ACMECS ระหว่างประเทศไทย ลาว กัมพูชา สหภาพเมียนมา และเวียดนาม นอกจากนี้ ในอนาคตทั้งสองประเทศ จะร่วมกันวางแผนพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในระบบอื่น ๆ ต่อไป

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติ เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2562 อนุมัติให้กรมทางหลวง กระทรวงฯ ดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพฯ ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี วงเงิน 2,630 ล้าน ประกอบด้วย ค่าก่อสร้าง 2,553 ล้านบาท และค่าควบคุมงาน 77 ล้านบาท ส่วน สปป.ลาว จะใช้เงินกู้จากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) จำนวน 1,300 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าก่อสร้าง 1,256 ล้านบาท และค่าควบคุมงาน 44 ล้านบาท รวมค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างโครงการฯ ทั้งสิ้น 3,930 ล้านบาท นอกจากนี้ ครม.ได้อนุมัติให้จัดทำและลงนามร่างความตกลงฯ โดยมอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้แทนรัฐบาลไทยลงนามความตกลงฯ ในครั้งนี้ ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับการกำหนดภาระหน้าที่การดำเนินการก่อสร้างของรัฐบาลแต่ละฝ่าย วงเงินและแหล่งงบประมาณ

สำหรับโครงการดังกล่าวใช้ระยะเวลาดำเนินการก่อสร้างประมาณ 36 เดือน มีจุดเริ่มต้น ที่ กม.0+000.000 บริเวณจุดตัดทางหลวงหมายเลข 222 (กม.123+430) อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ประเทศไทย สิ้นสุดโครงการ ที่ กม.16+340.580 (จุดตัดถนนสาย 13) เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว แบ่งงานก่อสร้างเป็น 5 ส่วน

ได้แก่ 1.งานก่อสร้างถนนฝั่งไทยขนาด 4 ช่องจราจร ตามมาตรฐานอาเซียน ระยะทาง 12.13 กิโลเมตร 2.งานก่อสร้างถนนฝั่ง สปป.ลาว ระยะทาง 2.86 กิโลเมตร 3.งานก่อสร้างอาคารด่านพรมแดนทั้งสองฝั่ง 4.งานก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง เป็นแบบสะพานคานขึงคอนกรีตอัดแรงรูปกล่อง (Extradosed Prestress Concrete Bridge) ขนาด 2 ช่องจราจร มีไหล่ทางและทางเท้า ความยาวช่วงข้ามแม่น้ำโขง 810 เมตร และทางลาดขึ้นลงสะพานทั้งสองฝั่งรวมความยาวสะพานทั้งหมด 1,350 เมตร และ 5.งานก่อสร้างโครงสร้างเชื่อมต่ออื่นๆ โดยมีด่านควบคุม (Border Control Facilities, BCF) ทั้งสองฝั่งประเทศ และจุดสลับทิศทางจราจรอยู่ในฝั่ง สปป.ลาว

 

Previous articleแพทย์ศิริราช แถลงกรณีการเสียชีวิตของ ‘น้ำตาล’ ผ่าน 72 ชั่วโมงวิกฤติไม่ได้ พี่สาวเชื่อน้องสู้เต็มที่แล้ว
Next article“หัวเว่ย” ประกาศ “คืนเงินเต็ม” หากพบปัญหาในการใช้งานหรืออัพเดตแอปพลิเคชั่น