“รัฐสภาใหม่” สร้าง 6 ปี คืบ 70% รอติดระบบไอที เปิดใช้ปลายปี’63

ถูกจับตา “เมกะโปรเจ็กต์ 1.2 หมื่นล้าน” อาคารรัฐสภา อาณาจักร 123 ไร่ย่านเกียกกาย
บ้านหลังใหม่ของสภาผู้แทนราษฎร

มียักษ์ใหญ่รับเหมาค่ายสีน้ำเงิน “บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น” เป็นผู้เนรมิต แต่ด้วยปัญหาอุปสรรคระหว่างทาง

ทำให้โครงการที่หวังจะสร้างชื่อ กลับกลายเป็นโปรเจ็กต์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องตั้งสำรองร่วม 3,000 ล้านบาท ผลจากโครงการสร้างมหากาพย์ขยายเวลา 3 ครั้ง จากเดิมต้องเสร็จในปี 2559 นับจากเริ่มตอกเข็มในปี 2556

ติดปัญหาส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่อาจควบคุมได้ ทำให้ต้นทุนก่อสร้างเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทได้ยื่นขอค่าชดเชยจากรัฐแล้ว แต่ยังไม่รู้จะได้รับอนุมัติเท่าไร

“ภาคภูมิ ศรีชำนิ” กรรมการผู้จัดการ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันงานก่อสร้างคืบหน้าประมาณ 70% งานโครงสร้างอาคารเสร็จแล้ว เหลืองานตกแต่งภายใน จะต้องดำเนินการควบคู่กับงานระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ไอที) และระบบสาธารณูปโภค

ตามสัญญาจะต้องสร้างเสร็จภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2562 แต่เนื่องจากมีงานระบบไอซีที ซึ่งรัฐสภาเพิ่งได้ผู้รับเหมามาดำเนินการ คือ บมจ.แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี (เอไอที) ทำให้การก่อสร้างจะต้องรองานส่วนนี้ด้วย ทำให้บริษัทขอขยายเวลาก่อสร้างอีกเป็นครั้งที่ 4 เป็นปลายปี 2563 ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติจากรัฐสภา

“เราพยายามส่งมอบให้ก่อนบางส่วน เช่น ห้องประชุมสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งอยู่ระหว่างติดตั้งระบบไอซีที ในเดือน ก.ย.นี้เป็นห้องประชุมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นต้น”

เป็นคำยืนยันฝั่ง “ผู้รับเหมา” แต่ล่าสุดฝั่ง “รัฐสภา” ออกมายอมรับแล้วว่างานติดตั้งระบบไอซีทีและระบบสาธารณูปโภคจะเสร็จไม่ทันตามสัญญาในเดือน มิ.ย. 2563 อาจจะต้องขยายเวลาทั้ง “เอไอทีและซิโน-ไทยฯ” ไปพร้อม ๆ กัน

สำหรับโครงการติดตั้งระบบไอซีทีรัฐสภาใช้งบประมาณ 3,351 ล้านบาทจ้างเอไอทีดำเนินการ ระยะเวลาก่อสร้าง 580 วัน เริ่มงานวันที่ 20 ก.พ. 2562 สิ้นสุดสัญญาในเดือน มิ.ย. 2563

โดยจะติดตั้งอุปกรณ์ที่ใช้ในห้องประชุมทั้ง 2 สภา, ระบบรักษาความปลอดภัย ศูนย์ข้อมูล ระบบสาธารณูปโภค

ส่วนจะหรูหราสมราคามากแค่ไหน คงต้องติดตามกันต่อไป

 

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous articleแบงก์ชะลอแข่งดูดเงินฝาก ประคองตัวรับศก.ซบ-หวั่นดอกเบี้ยจ่ายพุ่ง
Next articleทองขึ้นพรวด 250 บาท ดันราคาพุ่งทะลุบาทละ 21,100 บาท