‘ลูกสาวเจ้าสัว’ลงทุน4หมื่นล้าน ผุดมิกซ์ยูสพัทยา-เวิ้งนาครเขษม

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน)
“แอสเสทเวิรด์” ลูกสาวเจ้าสัวเจริญทุ่ม 4 หมื่นล้าน ผุดมิกซ์ยูส 2 โปรเจ็กต์ใหม่ พัทยา-เวิ้งนาครเขษม จัดทัพรอบใหม่บาลานซ์รายได้อาคารสำนักงาน-พื้นที่ค้าปลีก ปั้นเดสติเนชั่นจับทั้งนักท่องเที่ยว-ครอบครัว ผนึกทุกบียูในเครือทีซีซี ส่งกลยุทธ์ cross marketingเสริมแกร่งธุรกิจ

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ในกลุ่มลูกสาวเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ระบุว่า แนวโน้มธุรกิจอสังหาฯประเภท retail & commercial building ในไทย ยังโตได้อีกมาก ทั้งจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในไทยกว่า 38 ล้านคนในปีที่ผ่านมา สูงสุดในอาเซียน การขยายตัวของเมือง ทำให้การค้าเพื่อการพาณิชย์ ทั้งค้าปลีกและค้าส่งมีมูลค่าถึง 15.8% ของจีดีพีประเทศ สูงเป็นอันดับ 2 รองจากภาคการผลิต

เพิ่ม 2 โครงการ 4 หมื่นล้าน

บริษัทจึงมีแผนลงทุนเพิ่มอีก 2 โครงการ มูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท ได้แก่ โครงการมิกซ์ยูสที่พัทยา ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างในปีหน้า คาดว่าจะแล้วเสร็จในอีก 4-5 ปี เพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูง และลูกค้ากลุ่มจัดประชุม-สัมมนา

และโครงการพัฒนาเวิ้งนาครเขษมเป็นโรงแรมและช็อปปิ้งมอลล์ที่อยู่ระหว่างการศึกษา โดยแบ่งการลงทุนเป็นโครงการละ 2 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ยังเตรียมผนึกธุรกิจต่าง ๆ ในเครือทีซีซี ที่มีธุรกิจหลากหลายมาทำกลยุทธ์ครอสมาร์เก็ตติ้ง เพื่อเสริมแกร่งและแชร์ฐานลูกค้าระหว่างกัน

บาลานซ์พอร์ตรายได้

ทิศทางจากนี้จะเน้นบาลานซ์พอร์ตรายได้จากธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า และการบริหารพื้นที่ค้าปลีก โดยจะเน้นรูปแบบมิกซ์ยูสระหว่างสำนักงาน ค้าปลีก อาหาร ความบันเทิง ฯลฯ เพื่อรับกระแสการขยายตัวของเขตเมืองและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น รวมถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่นิยมเดินศูนย์การค้าเพื่อกิจกรรมอื่นนอกจากช็อปปิ้ง

เน้น 3 ด้านหลัก อาทิ การสร้างสมดุลระหว่างโครงการเพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกัน เช่น เอเชียทีคฯ เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว, เกตเวย์ บางซื่อ เจาะกลุ่มผู้อยู่อาศัย นักศึกษา คนทำงาน เป็นต้น การวางคอนเซ็ปต์ที่แตกต่าง รองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ยังไม่มีโครงการในตลาดที่ตอบโจทย์ เน้นโครงการมิกซ์ยูสเป็นหลัก

และการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อการเติบโตที่มั่นคง ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกผู้ประกอบการที่หลากหลาย การพัฒนาอาคารให้ทันสมัยด้วยสมาร์ทบิลดิ้ง เป็นต้น

EBITDA 2,437 ล้านบาท

“จุดแข็งของเรา คือ มีโครงการที่หลากหลายประเภท และกว่าร้อยละ 90 เป็นโครงการที่เราเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินเอง การมีทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ความสามารถในการใช้ประโยชน์จากบริษัทในเครือ เช่น การบริหารต้นทุน และการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ฯลฯ และการพัฒนาให้แต่ละโครงการมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว”

นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดตัวแอปพลิเคชั่น awc สำหรับอำนวยความสะดวก เช่น การเข้าออกอาคาร การหาที่จอดรถและเก็บข้อมูลบิ๊กดาต้า เพื่อนำมาทำการตลาดร่วมกับร้านค้าในอาคาร ช่วยดึงดูดทั้งผู้เช่าออฟฟิศและผู้เช่าพื้นที่ค้าปลีก

รวมถึงการเน้นคอนเซ็ปต์ “ฟู้ด ฟัน แฟมิลี่” สำหรับกลุ่มค้าปลีก เพื่อเป็นเดสติเนชั่นสำหรับนักท่องเที่ยว และกลุ่มครอบครัว โดยเดินหน้าเติมแม็กเนต อาทิ สวนสนุก ร้านอาหาร โรงแรม เวทีมวยฯลฯ ด้วยการหาพาร์ตเนอร์ ไม่ว่าจะเป็นเอเชียทีค เฟส 2 พื้นที่ 4 หมื่น ตร.ม. ซึ่งจะมีภัตตาคารลอยน้ำและโรงแรมเครือแมริออท เพื่อกระตุ้นการใช้บริการช่วงกลางวัน

หรือการเปิดสวนสนุกฮาร์เบอร์แลนด์ในเกตเวย์ บางซื่อ รองรับกลุ่มครอบครัวที่มีลูกเล็ก รวมถึงเตรียมเปิดเออีซีเทรดเซ็นเตอร์ ซึ่งรีแบรนด์มาจากตลาดต่อยอด เป็นต้น โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นความคืบหน้าได้ในปีหน้า

จากการวางตำแหน่งทางธุรกิจที่ชัดเจน และพัฒนาโครงการต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มธุรกิจนี้มีความแข็งแกร่ง มีรายได้ 4,000 ล้านบาท ในปี 2561 และมี EBITDA เท่ากับ 2,437 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรา EBITDA เท่ากับร้อยละ 48 สำหรับปีบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous articleแสนสิริเขย่าพอร์ตแก้ทาง LTV เป้า 3 ปีขึ้นเบอร์ 1 บ้านแนวราบ มั่นใจปีนี้กวาดยอดขาย 1.5 หมื่นล้าน
Next articleกนอ.เล็งลดค่าเช่าอุ้มSME ขยายผลถมทะเล3พันไร่