“อธิรัฐ”จี้”ท่าเรือ”เพิ่มขนส่งสินค้าทางราง30% อัพเกรดแหลมฉบังเป็นSmart Port

วันที่ 7 ก.ย. 2562 เวลา 10.30 น. นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่ากาากระทรวงคมนาคม เดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) โดยมีเรือโทกมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการ กทท. และเรือโทยุทธนา โมกขาว ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบังให้การต้อนรับ

นายอธิรัฐ กล่าวว่า เรื่องเน้นย้ำกับกทท.คือการเพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าทางน้ำและทางรางมากขึ้น เพราะมีปริมาณใช้งานเพียง 7% ส่วนอีก 90% เป็นการขนส่งสินค้าทางบก ซึ่งใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่เป็นส่วนใหญ่ จึงให้ กทท. ประสานงานกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เพื่อทำให้การขนส่งสินค้าเข้ามาในท่าเรือแหลมฉบังเพิ่มเป็น 30% เพื่อประหยัดเวลาและลดการใช้เชื้อเพลิงด้วย

อีกเรื่องที่เน้นย้ำคือ ต้องพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังให้เป็น Smart Port เบื้องต้นผู้บริหารได้รายงานว่า ช่วงเฟสที่ 3 จะสามารถดำเนินการเป็น Smart Port ได้ก่อน ซึ่งตรงกับนโยบายที่ให้ไว้ ส่วนเฟสที่ 2 จะพัฒนาที่ส่วน D1 ก่อน ขณะที่เฟสแรกซึ่งพัฒนาเต็มศักยภาพไปแล้ว จะต้องพูดคุยกันว่า อนาคตจะมีแนวทางยกระดับเป็น Smart Port ได้อย่างไรบ้าง

นอกจากนี้ยังมีนโยบายของกระทรวงให้ กทท. ดำเนินการเชื่อมท่าเรือเฟส 1 บริเวณ A5 ให้เชื่อมโยงกับท่าเรือบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อลดปัญหาจราจรบนถ.พระราม 2 และลดการใช้เชื้อเพลิงด้วย

ด้านเรือโทกมลศักดิ์ พรหมประยูร ผอ.กทท. กล่าวว่า ความคืบหน้าของโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ระยะที่ 1 ท่าเทียบเรือ เงินลงทุน 84,361 ล้านบาท การพิจารณาซองคุณสมบัติของกลุ่มกิจการร่วมค้า GPC ประกอบด้วย บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์, บจ.พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล และ บจ.ไชน่า ฮาร์เบอร์ เอ็นจิเนียริ่ง ผ่านการพิจารณาซองคณสมบัติซองที่ 3 (เทคนิค) แล้วที่ 82% ตอนนี้จึงเหลือแค่ขั้นตอนการเจรจาพร้อมเปิดข้อเสนอซองที่ 4 (ข้อเสนอเพิ่มเติมที่เพิ่มประสิทธิภาพให้กับโครงการ)

ซึ่งจะต้องรอกระบวนการพิจารณาของศาลปกครอง หลังจากที่กลุ่มกิจการร่วมค้า NPC ยื่นร้องขอคุ้มครองชั่วคราว ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจึงต้องหยุดไว้ก่อน จนกว่าจะมีคำสั่งออกมา

“การที่กลุ่ม NPC อ้างว่าเสนอผลตอบแทนให้รัฐมากกว่าอีกกลุ่ม ก็ไม่เป็นความจริง เพราะคณะกรรมการคัดเลือกยังไม่ได้เปิดซองด้านการเงินของกลุ่มนี้มาพิจารณา ห้องถูกปิดผนึก มีกล้องวงจรปิดเฝ้าดูตลอด”

ส่วนกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกกระบวนการดำเนินการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุน และเริ่มต้นกระบวนการพิจารณาคัดเลือกเอกชนใหม่นั้น ก็จะทำคำชี้แจงถึงผู้ตรวจการแผ่นดินภายใน 30 วันตั้งแต่มีคำวินิจฉัย และจะปรึกษาประเด็นข้อกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวกับเรื่องนี้กับฝ่ายกฎหมายของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ตามลำดับ