เอาใจลุงตู่! ชงเวนคืนมอเตอร์เวย์รับ ครม.สัญจรราชบุรี-กาญจน์ 12 พ.ย.นี้ “คลัง” กลับลำดันประมูลสีส้มทั้งสาย

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า การเสนอขอเพิ่มกรอบวงเงินเวนคืนมอเตอร์เวย์บางใหญ่ – กาญจนบุรี 12,032 ล้านบาท คาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบได้ในช่วงการประชุมครม.สัญจรที่จ.ราชบุรี – กาญจนบุรี วันที่ 11-12 พ.ย.นี้ โดยขณะนี้เหลือเพียงรอความเห็นจากสำนักงบประมาณมาประกอบเท่านั้น

จ่ายเวนคืนมอเตอร์เวย์ 4.3 พันราย

ปัจจุบัน การเสนอขอปรับเพิ่มกรอบวงเงินเวนคืนล่าช้าไปแล้ว 2 ปีมีเงินค้างท่อเฉพาะโครงการนี้ประมาณ 20,000 ล้านบาท มีผู้รอค่าเวนคืน 2,500 ราย รวมกับสิ่งปลูกสร้างอื่นๆอีก 1,800 รายการ รวมแล้วก็จะมีผู้รอค่าเวนคืนประมาณ 4,300 รายการโดยเคลียร์ประเด็นกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องข้อกฎหมายครบถ้วนแล้ว ซึ่งกฤษฎีกาให้กระทรวงชี้แจงรายละเอียดและขั้นตอนปฏิบัติตามพ.ร.บ.เวนคืนอสังหริมทรัพย์ 2530 กับครม.

“คิดว่าข่าวดีน่าปรากฎในวันที่ 12 พ.ย.นี้ ส่วนการจ่ายเงินลอตแรกจะเริ่มในเดือน ธ.ค. ซึ่งหน่วยงานที่จัดกรรมสิทธิ์มีความพร้อมในการเบิกจ่าย โดยจะจ่ายให้ครบทุกรายการในเดือน มี.ค. 2563”

คลังพลิกดัน PPP สายสีส้ม

ด้านนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้วาการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าววา ความคืบหน้าการเสนอโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ช่วงศูนย์วัฒนธรรม – บางขุนนนท์ ระยะทาง 27 กม. เงินลงทุน 122,041 ล้านบาท

ขณะนี้กระทรวงการคลังทำความเห็นตอบกลับไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) มาแล้วว่า เห็นด้วยที่จะให้โครงการนี้อยู่ในรูปแบบเอกชนร่วมลงทุนกับรัฐ (PPP) ทั้งงานโยธาและเดินรถตามเดิม เพราะเห็นว่าเอกชนลงทุนเป็นการประหยัดงบประมาณภาครัฐมากกว่า และรัฐต้องนำงบประมาณไปใช้ในกิจการด้านอื่น เช่น การศึกษา และการเกษตร เป็นต้น คาดว่าจะเสนอครม.ได้เร็วสุดภายในเดือนพ.ย.นี้ หรือช้าสุดก็ไม่เกินสิ้นปี2562นี้

“กระบวนการขณะนี้ได้ผ่านการพิจารณาถึงคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (คณะกรรมการ PPP) แล้ว การจะเสนอครม.ต้องขอความห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน ซึ่งที่ผ่านมามีข้อสังเกตเพิ่มเติมจากกระทรวงการคลัง จึงต้องนำมาทบทวนให้รอบคอบก่อน โดยผู้ที่จะเสนอคือกระทรวงการคลัง” นายภคพงศ์กล่าว

Previous articleดัชนีเงินบำนาญโลก ไทยติดลิสต์ความมั่งคั่งระดับต่ำ
Next articleเลือกตั้ง “รัฐเคนทักกี” พลิกโผ ส่งสัญญาณถึง “ทรัมป์” อาจพ่ายแพ้ศึกชิง ปธน.ปีหน้า