แก้ปมธุรกิจทหาร “เช่าที่ราชพัสดุ” กองทัพบกแบ่งกำไร 10% ส่งคลัง

“ธนารักษ์-กองทัพบก” นำร่องจัดระเบียบเช่าที่ราชพัสดุ ตามนโยบาย “บิ๊กแดง” ทวงคืนส่วนราชการ-รัฐวิสาหกิจที่ถือครองที่ดินรัฐปล่อยทิ้งรกร้าง สำรวจพบถูกนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ทั่วประเทศ 4 แสนไร่ มีทั้งร้านสะดวกซื้อ-ปั๊มน้ำมัน ต้อนเข้าระบบ เดินหน้ายึดโมเดลโปรฟิตแชริ่ง “ส่วนแบ่งกำไรจากค่าเช่า 10%” ส่งคืนคลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุการณ์สลดกรณีจ่าทหารก่อเหตุกราดยิงที่ห้างเทอร์มินอล 21 จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีการพูดกันถึงต้นตอว่าเกิดจากการทำธุรกิจในค่ายทหาร จนกระทั่ง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ออกมาประกาศเร่งขจัดปัญหา โดยส่วนหนึ่งจะมีการทำบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) การใช้ที่ราชพัสดุกับทางกรมธนารักษ์ให้ถูกต้อง

ล่าสุด นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรมธนารักษ์จะร่วมลงนาม
ในบันทึกความเข้าใจ หรือเอ็มโอยูกับทางกองทัพบก ในวันที่ 17 ก.พ.นี้ ซึ่งสาระหลัก ๆ ของเอ็มโอยูก็คือ ความร่วมมือระหว่างกองทัพบกกับกรมธนารักษ์ ในการบริหารจัดการพื้นที่ราชพัสดุให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งส่วนที่ราชพัสดุที่มีประชาชนบุกรุก ซึ่งจะผลักดันให้มีการทำสัญญาเช่าอย่างถูกต้อง ไปจนถึงกรณีการใช้ที่ราชพัสดุในเชิงสวัสดิการ และเชิงพาณิชย์ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การใช้ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการ พ.ศ. 2547 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2552

เร่งทำ MOU หน่วยงานรัฐ-รสก.

“จริง ๆ เรื่องเหล่านี้ กรมธนารักษ์ก็มีการทำมาหลายเดือนแล้ว ต้องทำสัญญาเช่าให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ซึ่งก็มีทุกส่วนราชการ อย่างที่นำที่ราชพัสดุที่อยู่ในความครอบครองไปให้เอกชนเช่า เปิดเป็นร้านสะดวกซื้อ หรือปั๊มน้ำมัน โดยผมก็ออกหนังสือเวียนไปแล้วตั้งแต่เดือน ต.ค. 2562 เพื่อขอความร่วมมือให้ทุกส่วนราชการมาทำให้ถูกต้อง อย่างกรณีกองทัพบก อันนี้ก็หารือกันมาเป็นเดือนแล้ว หรือก่อนหน้านี้ เราก็เอ็มโอยูกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยไปแล้ว” นายยุทธนากล่าว

ใช้เชิงพาณิชย์ธนารักษ์ขอเอี่ยว

นายยุทธนากล่าวว่า การใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุของส่วนราชการนั้น ต้องพิจารณาแต่ละกรณีให้ชัดว่าใช้ประโยชน์อย่างไร เช่น ใช้ประโยชน์เพื่อเป็นสวัสดิการเป็นการภายในของส่วนราชการ ก็ไม่มีปัญหา สามารถดำเนินการได้ปกติ ไม่ต้องแบ่งรายได้มาเข้าคลัง แต่หากเป็นการใช้ประโยชน์เพื่อสวัสดิการเชิงพาณิชย์ ก็มีส่วนที่ต้องแบ่งเข้าคลัง ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2563 นี้ กรมธนารักษ์ตั้งเป้าหมายมีรายได้นำส่งเข้ารัฐกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีรายได้เข้ารัฐเพิ่มขึ้น

ยื่นคำขาดปล่อยทิ้งรกร้างขอคืน

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปลายปี 2562 เป็นต้นมา กรมธนารักษ์ได้ตั้งทีมเจ้าหน้าที่ไปสำรวจการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุของส่วนราชการต่าง ๆ ว่ามีการใช้ประโยชน์เต็มที่หรือไม่ โดยหากพบว่าปล่อยไว้เป็นที่รกร้างว่างเปล่า กรมธนารักษ์ก็จะดำเนินการขอคืน เพื่อนำมาจัดหาประโยชน์สร้างรายได้ให้ประเทศ เช่น หากเป็นที่ดินแปลงสวย ๆ ก็จะเปิดประมูลให้เอกชนเข้าไปลงทุน เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ

นอกจากนั้น ปีนี้กรมธนารักษ์ยังเน้นเรื่องการจัดที่ราชพัสดุให้ประชาชนเช่าเป็นที่อยู่อาศัย และที่ทำการเกษตร จากปัจจุบันที่ราชพัสดุบางส่วนที่อยู่ในความครอบครองของส่วนราชการหลาย ๆ แห่ง มีการปล่อยให้ถูกบุกรุก ซึ่งชาวบ้านที่บุกรุกจะไม่ได้รับสิทธิที่จะได้รับความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ จากรัฐบาล

จัดแถวเช่าเชิงพาณิชย์ 4 แสนไร่

ด้านนางศุกร์ศิริ บุญญเศรษฐ์ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันกรมสำรวจพบว่า มีที่ราชพัสดุที่ส่วนของราชการ รัฐวิสาหกิจนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ประมาณ 4 แสนไร่ จากที่ราชพัสดุที่ปล่อยเช่าทั้งสิ้น 10 ล้านไร่ ซึ่งหลังจากนี้ เมื่อมีความร่วมมือกับทางกองทัพบกแล้ว ก็จะมีรายได้ค่าเช่าเข้าสู่ระบบมากขึ้น รวมถึงกองทัพบกจะมีการส่งคืนที่ราชพัสดุบางส่วนกลับมาให้กรมนำไปบริหารจัดการให้ถูกต้องต่อไป

ปักธงแบ่งกำไร 10% เข้าคลัง

ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ ผบ.ทบ.มีดำริที่จะจัดการการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุให้เป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง โดยจะจ่ายค่าเช่าตามที่กรมธนารักษ์กำหนด แยกเป็นกรณีที่เป็นการใช้ประโยชน์ “เพื่อสวัสดิการเชิงธุรกิจกรณีปกติ” อย่างเช่น เปิดให้เอกชนเช่าทำร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ หรือสาขาธนาคาร เป็นต้น ซึ่งมี
ดำเนินการลักษณะนี้หลายร้อยแห่ง และกรณีที่เป็นการใช้ประโยชน์ “เพื่อสวัสดิการเชิงธุรกิจกรณีพิเศษ” ซึ่งจะเป็นเชิงพาณิชย์มากกว่า อย่างเช่น การเปิดสนามมวย สนามกอล์ฟ ที่พักชายทะเล เช่น สวนสนประดิพัทธ์ เป็นต้น

“ก่อนหน้านี้การใช้ที่ราชพัสดุที่เป็นสวัสดิการ ยังไม่มีการส่งรายได้เข้าคลัง แต่หลังจากนี้จะต้องมีการจ่ายค่าเช่า ส่งเงินเข้าคลัง ในลักษณะเป็น ‘ส่วนแบ่งกำไร’ (profit sharing) ซึ่งกรมธนารักษ์จะคิดในอัตราประมาณ 10%” แหล่งข่าวกล่าว

“บ้านธนารักษ์ ทบ.” ไม่มีปัญหา

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่เป็นต้นตอสาเหตุกราดยิงประชาชนที่โคราชนั้น ข้อมูลเบื้องต้นเป็นเรื่องที่มีทหารบางคนทำนอกกรอบ โดยไปซื้อที่ดินราคาถูกมาสร้างบ้านขาย และจัดไฟแนนซ์ที่แพง จนทำให้มี “เงินทอน” ซึ่งแตกต่างจากโครงการ “บ้านธนารักษ์ ทบ.” ที่ดำเนินการบนที่ราชพัสดุ ภายใต้
การบริหารของกรมสวัสดิการทหาร ซึ่งส่วนนี้ไม่ได้มีประเด็นปัญหา

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ