ไม่ได้โม้! ขสมก.โต้นักวิชาการ ติดเครื่องกรองอากาศหลังคารถเมล์ลดฝุ่น PM2.5 ได้จริง

นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)เปิดเผยว่า ตามที่กรณีที่นักวิชาการบางท่าน ได้แสดงความคิดเห็นเชิงลบเกี่ยวกับการที่ ขสมก.ติดตั้งเครื่องกรองอากาศบนหลังคารถโดยสารของ ขสมก.ว่า เป็นเรื่องลวงโลกเช่นเดียวกับเครื่อง GT 200 นั้น

ขสมก. จึงขอชี้แจงข้อมูล ดังนี้ 1. กระทรวงคมนาคม มีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในเขตพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล จึงได้ทดสอบการติดตั้งเครื่องกรองอากาศต้นแบบ บนหลังคารถโดยสารของ ขสมก. เพื่อทดลองกรองอากาศในการดักจับฝุ่นละอองPM2.5 ขณะรถโดยสารวิ่งให้บริการประชาชน

2. การทำงานของเครื่องต้นแบบ ใช้หลักการกวาดอากาศที่มีฝุ่นPM 2.5 ซึ่งแขวนลอยอยู่บนถนน ที่มีการจราจรหนาแน่นในกรุงเทพมหานคร ในระดับความสูงไม่เกิน 5 เมตร

เมื่อรถวิ่ง อากาศจะปะทะเข้าหน้ารถ และผ่านเข้าเครื่องกรองโดยอัตโนมัติ ซึ่งวิธีการดังกล่าวสามารถกรองอากาศได้ โดยไม่สิ้นเปลืองพลังงาน เนื่องจากไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในการดูดลมเข้าเครื่องกรอง ดังเช่นเครื่องกรองอากาศทั่วไป

อีกทั้ง ไส้กรองอากาศที่ใช้ จะเป็นไส้กรองที่สามารถกรองฝุ่นPM 2.5 ได้ แต่มีราคาถูก สามารถหาซื้อได้ทั่วไป ซึ่งหลักการนี้เป็นหลักการเดียวกับ การใช้แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในเมือง เซาแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษ และ กรุงนิวเดลี ประเทศ อินเดีย

3. รถโดยสารที่ติดตั้งเครื่องกรองอากาศ ที่มีหน้ากว้าง 0.5 ลูกบาศก์เมตร บนหลังคา
จะสามารถกวาดอากาศเข้าเครื่องกรอง ได้ 10,000 ลูกบาศก์เมตรต่อการวิ่งรถ 1 เที่ยว เมื่อรถโดยสารวิ่งด้วยความเร็วเฉลี่ย 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในระยะทางยาว 20 กิโลเมตร

ซึ่งงานวิจัยในต่างประเทศ ระบุว่า ผู้ใหญ่ 1 คน จะสูดอากาศหายใจเฉลี่ย 0.5 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ดังนั้น รถโดยสาร 1 คัน จะสามารถกรองอากาศ ให้กับประชาชนที่อยู่บนถนนได้ถึง 20,000 คน

4. จากการทดลองนำรถโดยสาร ที่ติดตั้งเครื่องกรองอากาศบนหลังคารถ มาวิ่งให้บริการประชาชน เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ขณะที่รถวิ่ง ผลการวัดค่า PM 2.5 ในอากาศก่อนเข้าเครื่องกรอง มีค่าอยู่ในระดับ 48 – 52 คุณภาพอากาศปานกลาง ในขณะที่ อากาศที่ผ่านเครื่องกรองออกมาแล้ว มีค่าอยู่ในระดับ 1 – 5 คุณภาพอากาศดีมาก

5. การทดลองนี้ เป็นความพยายามในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประชาชน โดยกระทรวงคมนาคม ได้แต่งตั้งคณะทำงานจากหลายหน่วยงาน ซึ่ง ขสมก. ได้ดำเนินการทดลองนี้ ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม หากการทดลองต่อเนื่องได้ผลเป็นที่น่าพอใจ จึงจะดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย และหลักเกณฑ์ ของสำนักวิศวกรรมยานยนต์ กรมการขนส่งทางบกต่อไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ