“ศักดิ์สยาม” แจงความคืบหน้า EEC ชวน ”ญี่ปุ่น” ลงทุนเมกะโปรเจ็กต์คมนาคม

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้หารือกับนายนะชิดะ คะสุยะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ในหลายประเด็นโดยรายงานความคืบหน้าโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) 3 โครงการ

ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินและการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาอยู่ระหว่างเตรียมการส่งมอบพื้นที่ และท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ท่าเทียบเรือ F กำลังเจรจาผลตอบแทนกับกลุ่มกิจการร่วมค้า GPC ประกอบด้วย บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF), บจ.พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล และ บจ.ไชน่า ฮาร์เบอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จะได้ข้อสรุปเดือน ส.ค.นี้

นอกจากนี้ยังหารือถึงความร่วมมือการพัฒนาระบบอุโมงค์ทางด่วนซึ่งญี่ปุนกำลังพัฒนาเทคโนโลยีการก่อสร้างอุโมงค์รูปแบบใหม่จะช่วยลดภาระงบประมาณลงได้อีก จึงต้องการให้ตั้งคณะทำงานร่วมกับศึกษารายละเอียด

รวมถึงโครงการบูรณาการรถไฟทางคู่ร่วมกับมอเตอร์เวย์หรือ MR-MAP จะเริ่มวางแผนแม่บทในปี 2564 มีแผนจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุน ( PPP) มี 8 เส้นทาง หากเอกชนญี่ปุ่นสนใจจะเข้าร่วมลงทุนกับเอกชนไทยในรูปแบบจอยต์เวนเจอร์กันได้

สำหรับแนวเส้นทางทั้ง 8 เส้นทาง ระนะทางรวม 4,930 กม. แบ่งเป็นแนวเหนือ-ใต้ 3 เส้นทาง รวม 2,610 กม. ได้แก่ 1.ช่วงเชียงราย – สงขลา ระยะทาง 1,660 กม. 2.ช่วงหนองคาย – แหลมฉบัง ระยะทาง 490 กม. และช่วงบึงกาฬ – สุรินทร์ ระยะทาง 470 กม.

และแนวตะวันออก-ตะวันตก 5 เส้นทาง ระยะทาง 2,310 กม. ได้แก่ 1. ช่วงตาก – นครพนม ระยะทาง 710 กม. 2. ช่วงตาก – อุบลราชธานี ระยะทาง 880 กม. 3.ช่วงกาญจนบุรี – สระแก้ว ระยะทาง 310 กม. 4. ช่วงกาญจนบุรี – ตราด ระยะทาง 220 กม. และ 5.ช่วงภูเก็ต – สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 190 กม.

“ใน 8 เส้นทาง เป็นโครงข่ายระบบโลจิสติกส์แบบใหม่ ในรูปแบบระบบรางร่วมกับมอเตอร์เวย์ จะเริ่มเส้นทางที่เชื่อมต่อกับอีอีซีก่อน จากนั้นจึงเป็นเส้นทางชุมพร – ระนอง ซึ่งเชื่อมพื้นที่ชายฝั่งทะเล 2 แห่งได้ เชื่อว่าโครงการนี้จะทำให้ประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้นมหาศาล และเกิดการจ้างงานมากขึ้น”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ