ครึ่งปีแรก 2563 AP คว้ารายได้นิวไฮ 1.9 หมื่นล้าน

ครึ่งปีแรก 2563 AP คว้ารายได้นิวไฮ 1.9 หมื่นล้าน รีโพสิชันทาวน์เฮาส์ “พลีโน่-บ้านกลางเมือง”

นายภมร ประเสริฐสรรค์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าทาวน์โฮม บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เอพี ไทยแลนด์ พิสูจน์ผลงานท่ามกลางวิกฤตใหญ่ ทุบทุกสถิติที่เคยทำมา ด้วยตัวเลขรายได้รวม (100% JV) เฉพาะในไตรมาส 2 ที่สูงถึง 13,140 ล้านบาท ส่งผลให้ครึ่งปีแรกมีรายได้รวมแล้ว 19,960 ล้านบาท สะท้อนความพร้อมขององค์กรและภาพเรียลดีมานด์ที่ยังมีอยู่ท่ามกลางซูเปอร์โนวาลูกใหญ่ รุกแผนต่อเดินหน้าพลิกโฉมชีวิตในทาวน์โฮมด้วย THE LONGEVITY MATRIX แนวคิดการสร้างพื้นที่ชีวิตที่ยืนยาว ที่เหนือกว่าการอยู่อาศัยในทาวน์เฮ้าส์ทั่วไป ด้วยการเชื่อมต่อสุนทรียะการอยู่อาศัยเข้ากับการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางสำหรับคนทุกช่วงวัย พื้นที่อยู่อาศัยที่เป็นส่วนตัวและคุ้มค่า และการสร้างสังคมแห่งการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ กับ 2 โพสิชันนิ่งใหม่ ‘วิถีบ้านกลางเมือง บรรทัดฐานที่ดีที่สุดแห่งการใช้ชีวิต – พลีโน่ บ้านหลังแรกที่ดีที่สุด’ ผ่าน 13 โครงการใหม่ มูลค่า 15,350 ล้านบาท เริ่ม 1.99 – 8 ล้านบาท

“ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เอพี ไทยแลนด์ ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจอย่างมาก โดยมี EMPOWER LIVING เป็นจุดมุ่งหมายสำคัญขององค์กร ทั้งนี้ ท่ามกลางสภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้น บริษัทฯ ยังสามารถสร้างสถิติการเติบโตทางด้านรายได้ครั้งใหม่ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยในครึ่งปีแรก 2563 มีรายได้รวมจากสินค้าแนวราบและกลุ่มคอนโดฯ (100% JV) มากถึง 19,960 ล้านบาท ด้านกำไรสุทธิ (Net Profit) 2 ไตรมาสแรกสูงถึง 1,830 ล้านบาท หากดูในส่วนของรายได้รวม (100% JV) เฉพาะไตรมาส 2 ที่ 13,140 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่มีการประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ แต่บริษัทฯ ยังคงดำเนินการขายและโอนกรรมสิทธิ์โครงการได้เกินจากที่คาดการณ์ไว้ สะท้อนได้ถึงความมั่นใจของผู้บริโภค ตลอดจนกำลังซื้อที่ยังคงมีอยู่ และเชื่อว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะค่อยปรับตัวที่ดีขึ้น”

“วันนี้คงต้องยอมรับว่าสินค้าแนวราบได้กลายเป็นซูเปอร์สตาร์แห่งปีไปแล้ว อีกทั้งกลุ่มเป้าหมายของสินค้าก็อายุน้อยลง โดยในส่วนของสินค้าทาวน์โฮมจากการเฝ้าสังเกตเทรนด์การอยู่อาศัยและการตัดสินใจซื้อพบว่าลูกค้าที่ซื้อและโอนฯ ทาวน์โฮมอายุน้อยลง โดยกว่า 40% เป็นกลุ่มลูกค้าที่อายุ 26-30 ปี ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำภาพผู้นำตลาดทาวน์โฮมในเมืองอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงเดินหน้าตามแผนพลิกโฉมการอยู่อาศัยในทาวน์โฮมใหม่ ภายใต้ THE LONGEVITY MATRIX แนวคิดเพื่อสร้างพื้นที่ชีวิตที่เหนือกว่าทาวน์เฮ้าส์แบบเดิมๆ ด้วยการเชื่อมต่อสุนทรียะการอยู่อาศัยเข้ากับการออกแบบสเปซใน 3 องค์ประกอบสำคัญ คือ 1. การพัฒนาส่วนกลางสำหรับคนทุกวัย 2. การสร้างพื้นที่อยู่อาศัยที่ให้ความเป็นส่วนตัวและคุ้มค่า และ 3. การสร้างสังคมแห่งการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ซึ่งทั้งหมดจะสะท้อนผ่านทาวน์โฮมแบรนด์ บ้านกลางเมือง และพลีโน่ ในมิติที่แตกต่างกันตามโพสิชันของแบรนด์ กับ 13 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 15,350 ล้านบาท” นายภมร กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับแบรนด์ ‘บ้านกลางเมือง’ หนึ่งในฮีโร่แบรนด์ของเอพีกับการขับเคลื่อนธุรกิจแนวราบ ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าคนเมืองเซ็กเมนต์กลางบน จนสามารถครองตำแหน่งผู้นำในตลาดไฮเอนด์ทาวน์โฮม 3 ชั้นมากว่า 29 ปี โดยเราไม่เคยหยุดที่จะท้าทายตัวเอง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และในครึ่งปีหลังนี้ เอพีได้รุกรีเซ็ตแบรนด์โพสิชันนิ่งใหม่อีกครั้ง เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปมากยิ่งขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘วิถีบ้านกลางเมือง’ ตอกย้ำบรรทัดฐานการใช้ชีวิตที่ดีที่สุด (Finest Living Norm) ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในการอยู่อาศัยที่โครงการบ้านกลางเมือง สะท้อนผ่าน 3 คุณค่าหลัก ได้แก่ (1) คุณค่าความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย (2) คุณค่าของการใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติใจกลางเมือง และ (3) คุณค่าของการอยู่อาศัยในสังคมคุณภาพ

ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นผลลัพธ์จากการตกผลึกอินไซต์จริงของลูกค้าคนเมืองเซ็กเมนต์กลางบน ในการตัดสินใจเลือกซื้อบ้านหนึ่งหลัง โดยไม่ได้มองหาเพียงบ้านที่มีดีไซน์สวย หรือบ้านที่มีเทคโนโลยีที่สุดท้ายแล้วกลายเป็นภาระของเขาในอนาคต แต่ลูกค้ากลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการมองหาคุณค่าใหม่ (New Value) ที่จะเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยในบ้านที่เหนือกว่าเดิม โดยเราได้ทำการต่อยอดเพื่อที่จะพลิกโฉมให้เกิดคุณค่าใหม่ ที่จะเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะการอยู่อาศัยในแบบฉบับของโครงการบ้านกลางเมืองเท่านั้น ผ่านทั้งการพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางที่ผสานสุนทรียะความเป็นส่วนตัวเข้ากับธรรมชาติอย่างกลมกลืน การดีไซน์แบบบ้านรวมถึงสเปซฟังก์ชันภายในที่ตอบการใช้งานของผู้เป็นเจ้าของได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงการส่งมอบสังคมคุณภาพในการอยู่อาศัยร่วมกัน โดยการเปิดตัววิถีชีวิตใหม่ในโครงการ ‘บ้านกลางเมือง’ ทั้งสิ้น 5 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวม 7,855 ล้านบาท ในราคาเริ่มต้นที่ 3.99 – 8 ล้านบาท” นายภมร กล่าว

ในส่วนของพรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้น ภายใต้แบรนด์ ‘พลีโน่’ ที่ได้รับการไว้วางใจจากลูกค้า จนสามารถสร้างการเติบโตในส่วนยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากแนวโน้มพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงความสามารถในการจับจ่ายของลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป็นการเจาะเข้าไปในตลาดลูกค้ากลุ่มนี้ เราได้ปรับรูปแบบการสื่อสารด้วยแบรนด์โพสิชันนิ่งใหม่เช่นกัน โดยชูคอนเซ็ปต์ ‘พลีโน่ – บ้านหลังแรกที่ดีที่สุด’ ด้วยการลงลึกถึงอินไซต์ของลูกค้ากลุ่มนี้ที่มีสถานการณ์ทำงานและความมั่นคง พร้อมที่จะขยับขยายออกจากบ้านเดิมของครอบครัว ผ่าน 2 มิติหลัก (1) การนำเสนอพื้นที่ใช้สอยที่พร้อมเติมเต็มความเป็นตัวตนได้อย่างเต็มที่ในแพ็คเกจราคาที่จับต้องได้ และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ (2) การอยู่อาศัยในสังคมคุณภาพ ปลอดภัย และมั่นใจ

เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ลูกค้ากลุ่มนี้ได้เติมเต็มความฝันในการเป็นเจ้าของบ้านหลักแรกได้อย่างแท้จริง ประกอบกับชูคอนเซ็ปต์การดีไซน์พื้นที่ส่วนกลางของแต่ละทำเล ที่แตกต่างกันตามอินไซต์จริงของไลฟ์สไตล์ลูกค้าในแต่ละโลเคชั่น โดยในครึ่งปีหลังนี้ เราพร้อมเปิดตัวพลีโน่โครงการใหม่ทั้งหมด 8 โครงการ มูลค่ารวมมากถึง 7,495 ล้านบาท ในราคาเริ่มต้น 1.99 – 6.8 ล้านบาท

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ