“รถไฟไทย-จีน” สปีดไม่ขึ้น 6 ปีสร้างเสร็จ 3.5 กม.เลื่อนเปิดปี’69

โปรเจ็กต์ความร่วมมืองของสองประเทศ ”รถไฟไทย-จีน”กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กม. ที่รัฐบาลทุ่มงบประมาณ 179,413 ล้านบาทก่อสร้าง มี “ร.ฟ.ท.-การรถไฟแห่งประเทศไทย” เป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการ

นับเป็นอีกโปรเจ็กต์ที่ ”รัฐบาล”กำลังลุ้นที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ หลังใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดจะแจ้งเกิด”รถไฟความเร็วสูง”สายแรกของประเทศไทย

สถานะโครงการในรอบ 6 ปี

ผ่านมา 6 ปี นับจากจดปากกาลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2557 จาก “รัฐบาลประยุทธ์ 1” มาถึง “รัฐบาลประยุทธ์ 2” มี”ศักดิ์สยาม ชิดชอบ”เจ้ากระทรวงคมนาคมจากพรรคภูมิใจไทย มารับไม้ต่อ

สถานะล่าสุดของโครงการ “นิรุฒ มณีพันธ์” ผู้ว่าการร.ฟ.ท.อัพเดตว่า ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างรออนุมัติรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรือEIAที่แก้ไขเพิ่มเติม เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางพื้นที่ จากนั้นถึงจะสามารถเซ็นสัญญากับผู้รับเหมาก่อสร้างได้ตลอดทั้งโครงการ

ขณะนี้งานโยธาทั้ง 14 สัญญา เหลือเพียงสัญญาที่ 4-1 ช่วงบางซื่อ – ดอนเมือง ระยะทาง 15.21 กม. เพียงสัญญาเดียวที่ยังไม่ได้ประกวดราคา โดยอยู่ระหว่างการออกแบบโครงสร้างร่วมกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน มีกลุ่มซี.พี.เป็นผู้รับสัมปทานก่อสร้าง เนื่องจากแนวเส้นทางซ้อนทับกัน

สร้างคันดินเสร็จ3.5กม.

ส่วนสัญญาอื่นๆ มีงานที่ดำเนินการก่อสร้างแล้ว 2 สัญญา ได้แก่ สัญญา 1-1 ช่วงกลางดง – ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กม. ซึ่งกรมทางหลวงก่อสร้างแล้วเสร็จ 100% แล้ว

และสัญญา 2-1 ช่วงสีคิ้ว – กุดจิก ระยะทาง 11 กม. มีบจ.ซีวิลเอ็นจิเนียริง เป็นผู้รับจ้าง มีความก้าวหน้าอยู่ที่ 39.29% ล่าช้ากว่าแผน 47.98% เนื่องจากติดปัญหาการส่งมอบพื้นที่

รอเซ็นรับเหมา 9 สัญญา

รอลงนามในสัญญาจ้างจำนวน 9 สัญญา ได้แก่ สัญญา 3-1 ช่วงแก่งคอย – กลางดง และ ปางอโศก – บันไดม้า ระยะทางรวม 30.21 กม. มี บจ.ไทยเอ็นจิเนียริ่ง เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดที่ 9,330 ล้านบาท ซึ่งสัญญานี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเปลี่ยนแปลงรายงาน EIA ด้วย และล่าสุดมีเอกชนอุทธรณ์ผลการตัดสิน โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมบัญชีกลาง

สัญญา 3-2 งานอุโมงค์ช่วงมวกเหล็ก – ลำตะคอง ระยะทาง 12.23 กม. มี บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ เป็นผู้ชนะการประกวดราคาด้วยการเสนอราคาต่ำสุดที่วงเงิน 4,279 ล้านบา

สัญญา 3-3 ช่วงบันไดม้า – ลำตะคอง ระยะทาง 21.6 กม.มีบจ.กรุงธนเอนยิเนียร์ เสนอราคาต่ำสุที่ 9,838 ล้านบาท

สัญญา 3-4 ช่วงลำตะคอง – สีคิ้ว และช่วงกุดจิก – โคกกรวด ระยะทาง 37.45 กม. มี บจ.บีพีเอ็นพีเป็นผู้เสนอราคาสุดที่ 9,848 ล้านบาท

สัญญา 3-5 ช่วงโคกกรวด – นครราชสีมา ระยะทาง 12.38 กม. มีกลุ่มกิจการร่วมค้า SPTK เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดที่ 7,750 ล้านบาท

สัญญา 4-2 ช่วงดอนเมือง – นวนคร ระยะทาง 21.8 กม. มีมีกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท ซิโนไฮโดร จำกัด, บจ. สหการวิศวกรและบจ. ทิพากร เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดที่ 8,626.8 ล้านบาท

สัญญา 4-3 ช่วงนวนคร – บ้านโพ ระยะทาง 23 กม. มีกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท ไชน่าสเตทคอนสตรัคชั่น เอ็นจิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ และบจ. เอ.เอส.แอสโซซิเอท เอนยิเนียริ่ง (1964) เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดที่ 11,525.36 ล้านบาท

สัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ – พระแก้ว ระยะทาง 13.3 กม. มีบมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดที่ 9,913 ล้านบาท

สัญญา 4-6 ช่วงพระแก้ว – สระบุรี ระยะทาง 31.6 กม.  มี บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดที่ 9,429 ล้านบาท

และสัญญา 4-7 ช่วงสระบุรี – แก่งคอย ระยะทาง 12.99 กม.  มีบจ.ซีวิล เอ็นจิเนียริ่ง เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดที่ 8,560 ล้านบาท

ยังมีงานสัญญา 4-4 งานก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย ที่มีบมจ.อิตาเลี่ยนไทย  ดีเวล๊อปเมนต์ เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด 6,573 ล้านบาท ล่าสุดคณะกรรมการ(บอร์ด) อนุมัติผลประกวดราคาและรอเซ็นสัญญาก่อสร้าง

“สัญญานี้จะสามารถเริ่มงานก่อสร้างได้ทันที เนื่องจากไม่ติดEIA เพราะอยู่ในแนวเส้นทางของร.ฟ.ท.”

จ่อเลื่อนเซ็นงานระบบ5หมื่นล้าน

นายนิรุฒกล่าวอีกว่า ในส่วนของงานสัญญ 2.3 งานวางราง และระบบการเดินรถ ระบบอาณัติสัญญาณ พร้อมขบวนรถ วงเงิน 50,633.50 ล้านบาท ทางบอร์ดอนุมัติให้ขยายเวลาดำเนินการออกไปอีก 90 วัน เป็นในเดือนม.ค.2564 จากเดิมที่จะหมดเวลาดำเนินการในวันที่ 31 ต.ค.นี้

“ยืดเวลาออกไป เพราะสถานการณ์โควิด-19 ยังระบาด และต้องรอดูท่าทีฝ่ายจีนด้วยว่าพร้อมจะเซ็นสัญญาระหว่างวันที่ 28-29 ต.ค.นี้หรือไม่”

ยังไม่เริ่มนับหนึ่งเวนคืนที่ดิน

ในระหว่างที่ ร.ฟ.ท.กำลังเร่งปิดจ็อบ”EIA -เซ็นสัญญาก่อสร้าง”ให้จบ ยังมีเรื่องของ พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดินที่จะต้องเวนคืนที่ดิน 2,800 ไร่ ในแนวเส้นทาง จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถคลอดออกมาได้ รอEIAผ่านการพิจารณา ยังมีการรื้อย้ายท่อก๊าซ ซึ่งก็ยังไม่มีข้อสรุปอีกเช่นกัน

จากอุปสรรคปัญหา ยังไม่รู้ว่าในปีนี้”รถไฟไทย-จีน”จะคิกออฟงานก่อสร้างได้อย่างที่”ร.ฟ.ท.”วาดไว้หรือไม่ ในเมื่อปัญหาระหว่างทางมีมากกว่าที่คิด

ขยับไทม์ไลน์เปิดบริการเป็นปี 69

และจากความล่าช้า ทำให้”รถไฟไทย-จีน”นอกจากจะฉุดการเบิกจ่ายการลงทุนของรัฐบาลแล้ว

ยังกระทบต่อไทม์ไลน์การเปิดให้บริการไม่นิ่ง จากครั้งแรกกำหนดเปิดในปี 2566 ล่าสุดขยับเป็นปลายปี 2568 แว่วว่าน่าจะขยับเป็นในปี 2569

ถ้าฤกษ์เปิดบริการไม่เจอโรคเลื่อนซ้ำซากอีก เท่ากับว่าประเทศไทยใช้เวลาร่วม 12 ปี กว่าจะได้นั่งรถไฟฟ้าความเร็วสูงสายแรก

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ