ศักด์สยาม ข้องใจผลเจรจา ”แหลมฉบังเฟส 3″ ปมผลตอบแทน 3 หมื่นล้าน

แหลมฉบัง เฟส3

งานเข้าการท่าเรือ “ศักดิ์สยาม” เรียกแจงด่วนผลเจรจา“กัลฟ์-ปตท.-ไชน่าฮาร์เบอร์”รับสัปมทาน 35 ปี จ่ายผลตอบแทนรัฐ 3 หมื่นล้าน ยังต่ำกว่ากรอบครม.อนุมัติ 3.2 หมื่นล้าน เร่งเคลียร์ให้จบก่อนชงบอร์ดอีอีซีเคาะ

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2563 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เข้ามาชี้แจงกรณีโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 ท่าเทียบเรือ F วงเงิน 84,361 ล้านบาท จะให้สัมปทานเอกชนระยะเวลา 35 ปี

เนื่องจากยังมีประเด็นที่มีข้อสงสัย คือ การเจรจาผลตอบแทนกับกลุ่มกิจการร่วมค้า GPC ประกอบด้วย บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF), บจ.พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล และ บจ.ไชน่า ฮาร์เบอร์ เอ็นจิเนียริ่ง ที่เสนอผลตอบแทนต่ำกว่ากรอบวงเงินที่ คณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุม้ติไว้ 32,225 ล้านบาท โดยเสนอผลตอบแทนที่ประมาณ 30,000 ล้านบาทเท่านั้น

ดังนั้น การที่คณะกรรมการ (บอร์ด) ของกทท.อนุมัติผลตอบแทนดังกล่าว และเตรียมจะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) พิจารณานั้น ในฐานะที่ กทท.อยู่ภายใต้กระทรวงคมนาคมและตนเองก็เป็นหนึ่งในกรรมการบอร์ดอีอีซีจึงต้องขอตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อนที่จะเสนอบอร์ดอีอีซีและครม.

“ยังระบุไม่ได้ว่าจะใช้เวลาตรวจทานนานเท่าไหร่ เพราะต้องขอเวลาอ่านเอกสารและศึกษารูปแบบโครงการก่อน”นายศักดิ์สยามกล่าวย้ำ

ก่อนหน้านี้เรือโทกมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการกทท. กล่าวว่า คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ได้เจรจาต่อรองผลประโยชน์ตอบแทนรัฐเพื่อให้ใกล้เคียงตามมติครม. อนุมัติจำนวน 32,000 ล้านบาท ซึ่งการเจรจาผลประโยชน์ตอบแทนยังไม่ถึงตามที่รัฐคาดหวัง

“คณะกรรมการคัดเลือกฯ จึงได้ดำเนินการตามประกาศอีอีซี และให้การท่าเรือ ร่วมกับอีอีซี ตรวจสอบข้อเท็จจริง และนำเสนอผลการเจรจาต่อบอร์ดอีอีซีต่อไป”

ทั้งนี้เพื่อมุ่งให้ได้ผลประโยชน์ตอบแทนตามที่รัฐกำหนดตามที่ ครม. อนุมัติ 32,225 ล้านบาท ให้มากที่สุด โดยกลุ่ม GPC ได้เพิ่มผลประโยชน์ตอบแทนมากกว่าเดิมเกินกว่า 100%

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ