เร่งสะพานข้ามโขง “บึงกาฬ-ปากซัน” เชื่อมเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยววันเดียวทะลุ 3 ประเทศ

คอลัมน์ เวนคืนอัพเดต

เริ่มมีความคืบหน้าให้เห็นและใกล้จะเป็นจริงขึ้นมาทุกขณะ สำหรับการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 เชื่อมสองฝั่งแม่น้ำโขงจากบึงกาฬ-ปากซัน หลัง “ทล.-กรมทางหลวง” ศึกษาโครงการแล้วเสร็จเมื่อปี 2557

ล่าสุดได้รับงบประมาณปี 2559-2561 วงเงิน 250 ล้านบาท เวนคืนที่ดินเพื่อเดินหน้าก่อสร้างต่อไป จากการสำรวจมีที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และต้นไม้ ที่อยู่ในแนวเส้นทางโครงการ ประกอบด้วย ที่ดิน จำนวน 174 แปลง สิ่งปลูกสร้าง จำนวน 69 ราย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสำรวจประมาณราคา และกำหนดราคาทดแทน จำนวน 67 ราย เบิกจ่ายแล้วจำนวน 32 ราย ส่วนต้นไม้ จำนวน 133 ราย อยู่ระหว่างการสำรวจประมาณราคา และกำหนดราคาทดแทน จำนวน 98 ราย เบิกจ่ายแล้วจำนวน 44 ราย

แหล่งข่าวจากกรมทางหลวงกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2561 กรมได้รับงบประมาณเวนคืนที่ดินครบแล้ว ส่วนการก่อสร้างยังไม่ได้เริ่ม เนื่องจากต้องรอทาง สปป.ลาวได้แหล่งเงินทุนที่จะมาก่อสร้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างขอกู้เงินจากเนด้า คาดว่าจะเป็นปี 2562

สำหรับเงินลงทุนโครงการอยู่ที่ 3,640 ล้านบาท แยกเป็น ค่าก่อสร้างถนน 890 ล้านบาท (ฝั่งไทย 750 ล้านบาท และฝั่งลาว 140 ล้านบาท) งานสะพาน 1,510 ล้านบาท (ฝั่งไทย 860 ล้านบาท และฝั่งลาว 650 ล้านบาท) อาคารสำนักงานด่าน 1,000 ล้านบาท (ฝั่งละ 500 ล้านบาท) และค่าเวนคืน 240 ล้านบาท ซึ่งการก่อสร้างฝั่งไทยจะใช้เงินงบประมาณ ส่วนฝั่งลาวจะใช้เงินกู้

แนวเส้นทางจะสร้างอยู่บนพื้นที่ ต.วิศิษฐ์ ต.ไคสี และ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ อยู่ตรงข้ามกับเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว โดยรูปแบบการก่อสร้างจะมีสะพานข้ามแม่น้ำโขง 1 แห่ง ความยาว 1.35 กม. ขนาด 2 ช่องจราจร เชื่อมโยงระหว่างฝั่งไทยกับลาว พร้อมถนนตัดใหม่เป็นลักษณะถนนเลี่ยงเมือง ขนาด 4 ช่องจราจร ในฝั่งไทย เพื่อเชื่อมต่อกับทางหลวงสาย 222 (บึงกาฬ-พังโคน) จาก จ.หนองคาย ไปยัง จ.นครพนม และ จ.สกลนคร ส่วนฝั่งลาวจะเป็นถนนขนาด 2 ช่องจราจร ระยะทาง 2.86 กม.

ทั้งโครงการมีระยะทางรวม 16.18 กม. แยกเป็น งานก่อสร้างฝั่งไทย 12.13 กม. และฝั่งลาว 3.18 กม. โดยแนวเส้นทางมีจุดเริ่มต้นที่ฝั่งไทย อยู่ที่จุดตัดทางหลวงสาย 222 กม.ที่ 123+430 ใกล้กับที่ดินกรมทางหลวง

จากนั้นแนวเส้นทางจะมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก ผ่านพื้นที่เกษตรกรรม เลี้ยวขวาไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตัดกับทางหลวงชนบทสาย 3217

ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบ้านหนองนาแซง แล้วมุ่งหน้าไปยังทิศทางเดิม ตัดทางหลวงชนบทสาย 3013 ที่บ้านห้วยดอกไม้ ใกล้โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยดอกไม้

แล้วมุ่งหน้าไปยังทิศทางเดิม ผ่านพื้นที่เกษตรกรรม และเลี้ยวขวาไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านด่านพรมแดนฝั่งไทย บริเวณทิศตะวันออกของหนองกุดจับ ก่อนยกระดับข้ามทางหลวงสาย 212 กม.ที่ 125+925 ที่บ้านดอนยม อยู่ห่างจากริมฝั่งแม่น้ำโขง ประมาณ 200 เมตร จุดที่ข้ามแม่น้ำโขงจะผ่าน ต.บึงกาฬ ต.วิศิษฐ์ และ ต.ไคสี อ.เมืองบึงกาฬ จะมีเวนคืนที่ดิน 620 ไร่ บริเวณฝั่งไทย เพื่อตัดถนนใหม่ จะผ่านจุดสลับทิศทางจราจร ข้ามด่านพรมแดนฝั่งลาว ทางฝั่งตะวันตกของหนองง้า และสิ้นสุดที่ทางหลวงสาย 13 กม.ที่ 136+677

เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยกระตุ้นการขยายตัวด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และท่องเที่ยวระหว่างไทยกับลาว รวมถึงทำให้การขนส่งสินค้าจากไทยไปสู่ตลาดจีนตอนใต้คล่องตัวขึ้น โดยเฉพาะ “ยางพารา” ที่เป็นพืชเศรษฐกิจของบึงกาฬ ที่สำคัญจะเปิดเส้นทางท่องเที่ยว 3 ประเทศใน 1 วัน “ไทย-ลาว-เวียดนาม” หลังการคมนาคมเชื่อมโยงถึงกัน