รถไฟฟ้า “สีชมพู-เหลือง” ติดโควิด เลื่อนเปิดหวูด ต.ค. เป็นต้นปี’65

รถไฟฟ้าสายสีชมพู ”แคราย-มีนบุรี” และสายสีเหลือง ”ลาดพร้าว-สำโรง” ติดโควิด ระบาดระลอกใหม่ นำเข้าอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า เครื่องกลไม่ได้ กระทบแผนเปิดใช้บางส่วนไม่ทัน ต.ค.นี้ ขยับไปถึงธ.ค.ถึงต้นปี’65 รฟม.เตรียมชง ครม.เคาะเซ็นส่วนต่อขยายสีชมพูเข้าเมืองทองธานีอีกรอบ ก.พ.นี้

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่าความคืบหน้าการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรี และสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรง อาจจะเปิดให้บริการบางช่วงไม่ทันภายในเดือน ต.ค.2564 นี้ตามแผนที่กำหนดไว้ อาจจะเลื่อนไปเป็นเดือน ธ.ค.นี้ หรือต้นปี 2565

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อการนำเข้าระบบอุปกรณ์ และเครื่องกลจากประเทศที่ผลิต ซึ่งประสบปัญหาการะบาดระลอกใหม่เช่นกัน ไม่ว่าจะในเอเชียหรือยุโรป ทั้งนี้อยู่ระหว่างประเมินจะกระทบต่อไทม์ไลน์การเปิดให้บริการมากน้อยแค่ไหน

ถึงแม้อุปกรณ์บางชนิดสามารถผลิตได้ก็ต้องรอลงเรือส่งเข้ามา ของบางอย่างลงเรือได้แต่ติดขั้นตอนทางศุลกากร ซึ่งต้องใช้เวลาตรวจสอบมากขึ้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการทำงานมากขึ้นด้วย


“เดิมจะให้เอกชนผู้รับสัมปทานเปิดให้บริการสายสีชมพูจากสถานีมีนบุรี-ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และสายสีเหลืองจากสถานีสำโรง-พัฒนาการในเดือน ต.ค.นี้ แต่พอเกิดโควิดระลอกใหม่ ต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ทั้ง 2 สายจะเปิดได้ตลอดสายในปี 2565 เพราะติดเรื่องการส่งมอบพื้นที่ และย้ายตำแหน่งสถานี เพิ่งเข้าพื้นที่ได้ครบ”

ส่วนเรื่องการขาดแคลนแรงงานก่อสร้าง ขณะนี้ยังไม่มีปัญหา ทางผู้รับเหมาก่อสร้างใช้วิธีการหมุนเวียนแรงงานภายในไซต์ก่อสร้าง ขณะที่แรงงานใหม่ที่จะมีโควตาจะต้องนำเข้ามานั้น ยังไม่ให้มีการนำเข้ามาในช่วงนี้

“เอกชนที่รับสัมปทานรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย อยู่ระหว่างปรับแผนงาน โดยพยายามทำงานในส่วนที่ทำได้ก่อน คืองานโยธา จนกว่าจะถึงจุดที่ต้องรอของที่นำมาติดตั้ง“

นายภคพงศ์กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าสายสีชมพูส่วนต่อขยาย ช่วงสถานีศรีรัช-เมืองทองธานี ระยะทางประมาณ 3 กม. ที่กลุ่มบริษัทบีทีเอส-ซิโน-ไทยฯ- ราชกรุ๊ป เสนอลงทุนเพิ่มเติม 3,379 ล้านบาท ซึ่งได้เสนอร่างสัญญาร่วมทุนที่แก้ไขเพิ่มเติมให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติไปแล้ว แต่ล่าสุดกระทรวงคมนาคมได้นำเรื่องกลับมาให้ รฟม.ดำเนินการให้ครบถ้วน ขณะนี้ได้ส่งร่างสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาให้ครบแล้ว คาดว่าจะเสนอเรื่องให้ ครม.พิจารณาได้ภายในเดือน ก.พ.นี้

“มีบางหน่วยงานทักท้วงร่างสัญญาฉบับดังกล่าวไม่สมบูรณ์ครบถ้วนและถูกต้องตามกฎหมายกำหนด เนื่องจากเอกสารแนบท้ายสัญญายังไม่ได้รับการตรวจสอบจากอัยการ เรื่องนี้เป็นความเข้าใจผิดของ รฟม. เพราะเอกสารแนบท้ายเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นด้านเทคนิค ซึ่งอัยการจะไม่ตรวจสอบให้ จะดูแค่ด้านกฎหมายเท่านั้น รฟม.จึงไม่ได้ส่งให้อัยการ แต่ล่าสุดส่งเรื่องให้พิจารณาใหม่แล้ว” นายภคพงศ์กล่าวย้ำ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ