ศาลปกครองจำหน่ายคดี BTS ฟ้องรถไฟฟ้าสายสีส้ม หลังรฟม.ล้มประมูล

รฟม.ตั้งโต๊ะแถลงด่วน ปมประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม “บางขุนนนท์-มีนบุรี” หลังศาลปกครองมีคำสั่งจำหน่ายคดีฟ้องเปลี่ยนเกณฑ์ระหว่าง BTSC กับคณะกรรมการคัดเลือก เหตุล้มประมูล จึงไม่มีมูลเหตุให้พิจารณาต่อ รฟม.ลุยประมูลใหม่ ขายซองเม.ย.นี้ พรุ่งนี้บิ๊กบีทีเอสเปิดแถลง

เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2564 เวลา17.20 น. นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมาศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีบางข้อหาการฟัองร้องระหว่างบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน)หรือBTSC ผู้ฟ้องคดีกับคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา36 แห่งพ.ร.บ.ร่วมทุนฯ2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี ผู้ถูกฟ้องคดี

เหตุการฟ้องคดีไม่มีอยู่ต่อไป

โดยศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า เหตุแห่งการฟ้องคดี รวมถึงเหตุแห่งการพิจารณาเกี่ยวกับการขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองไม่มีอยู่ต่อไป และคดีนี้มิได้เป็นคดีที่เกี่ยวกับการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ การพิจารณาคดีต่อไปไม่เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งอนุญาตให้คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯ และ รฟม. ถอนอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว

เนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ก.พ.2564 รฟม.ได้มีการยกเลิก ประกาศเชิญชวนการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม หลังได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2563 โดยมีเอกชนยื่นฟ้องต่อศาลปกครองหลังรฟม.เปลี่ยนเกณฑ์การประเมินใหม่ ซึ่งศาลมีคำสั่งทุเลาและรฟม. ได้ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลปกครองสูงสุด และศาลปกครองสูงสุดพิจารณา และได้มีคำสั่ง ฉบับลงวันที่ 5 มี.ค. 2564 จำหน่ายคดีในข้อหาที่ฟ้องขอให้เพิกถอนหลักเกณฑ์การร่วมลงทุนที่แก้ไขเพิ่มเติม

ไม่มีเหตุพิจารณาต่อ

โดยให้เหตุผลว่า เหตุแห่งการฟ้องคดีตามคำขอที่ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งพิพาทหมดสิ้นไป ไม่มีเหตุที่จะให้ศาลต้องมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพื่อออกคำบังคับตามมาตรา 72 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ต่อไปอีก และศาลยังได้มีคำสั่งให้ คำสั่งศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2563 ที่ให้ทุเลาการบังคับตามหลักเกณฑ์ที่แก้ไขเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงเอกสารการคัดเลือกเอกชนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 สิ้นผลบังคับลงไปด้วย

ปัจจุบัน รฟม. ได้เริ่มกระบวนการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนฯ ใหม่อีกครั้ง ตามขั้นตอนพ.ร.บ.ร่วมทุนฯ2562 ส่วนที่ 2 (การคัดเลือกเอกชน) โดยเริ่มตั้งแต่มาตรา 35 ระบุให้ หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดทำร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน (RFP) และร่างสัญญาร่วมลงทุน เสนอต่อคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ

โดยให้หน่วยงานเจ้าของโครงการรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง (Opinion Hearing) และนำความคิดเห็นดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการจัดทำเอกสาร ซึ่งวิธีการและขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนดังกล่าว รฟม. ดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน พ.ศ. 2563

เดินหน้าประมูลเกณฑ์ใหม่

โดยเนื้อหาที่เปิดรับฟังหลักๆ ประกอบด้วย สาระสำคัญของร่างประกาศเชิญชวน สาระสำคัญของร่างเอกสาร RFP และสาระสำคัญของร่างสัญญาร่วมลงทุน

ซึ่งในส่วนของหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกเอกชนได้กำหนดวิธีประเมินคะแนนด้านเทคนิคและคุณภาพควบคู่คะแนนด้านผลตอบแทนและการลงทุน (Price-Performance) ซึ่งสอดคล้องกับประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เรื่อง รายละเอียดของร่างประกาศเชิญชวนฯ ร่างเอกสาร RFP และสาระสำคัญของร่างสัญญาฯ พ.ศ. 2563 โดยในข้อ 4(8) ที่ให้กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกที่ให้ระบุหลักเกณฑ์และวิธีการตัดสินเป็นคะแนนในทุกด้านทั้งด้านคุณภาพและด้านราคา

ไม่ต้องเสนอครม.ยื่นซองมิ.ย.

“การรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน เป็นเพียงการรวบรวมความเห็นนำมาใช้ประกอบในการปรับปรุงร่างประกาศเชิญชวนฯ ร่างเอกสาร RFP และร่างสัญญาฯ ตามที่ รฟม. เห็นสมควร เพื่อเสนอคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบปลายเดือนมี.ค.นี้ และการดำเนินการเป็นอำนาจของคณะกรรมการมาตรา36 ไม่ต้องขออนุมัตคณะรัฐมนตรี”


นายภคพงศ์กล่าวอีกว่า คาดว่าจะออกประกาศเชิญชวนในเดือนเม.ย. จากนั้นให้เวลาเอกชนทำข้อเสนอ 60 วันยื่นซองประมูลเดือนมิ.ย.และได้เอกชนผู้ชนะเดือนก.ค.และเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติเดือนส.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม แม้การประมูลครั้งนี้จะมีเอกชนรายเดียวยื่นข้อเสนอก็สามารถพิจารณาข้อเสนอต่อไปจนจบได้เนื่องจากพ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ให้สามารถดำเนินการได้

เหลือคดีฟ้องเรียกค่าเสียหาย

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้รับทราบมาว่า ศาลปกครองกลางมีคำสั่งจำหน่ายคดีที่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC)ยื่นฟ้องคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพ.ร.บ.ร่วมทุน 2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ฐานแก้ไขทีโออาร์ในส่วนหลักเกณฑ์ที่เป็นสาระสำคัญของทีโออาร์ จากเดิมที่กำหนดให้ผู้ที่ผ่านคุณสมบัติซองเทคนิค และเสนอผลตอบแทนให้แก่ภาครัฐสูงสุดจะเป็นผู้ชนะประมูล แต่หลักเกณฑ์ใหม่ให้นำซองเทคนิคและซองราคามาพิจารณาร่วมกัน

โดยกำหนดสัดส่วนซองคะแนนเทคนิคที่ 30 คะแนน และซองราคาที่ 70 คะแนน ทำให้ได้เกิดการได้เปรียบและเสียเปรียบ โดยได้จำหน่ายคดีไปเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2564 ที่ผ่านมา คงเหลือเพียงคดีที่ BTSC ฟ้องร้องให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 500,000 บาท จากการจ้างที่ปรึกษาด้านเทคนิค เพื่อยื่นในโครงการดังกล่าวเท่านั้น

รู้เรื่อง ”คีรี” ยื่นหนังสือถึง ”ประยุทธ์” แล้ว

ส่วนกรณีที่นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการของ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ส่งหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้ระงับการประมูลโครงการไปจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา เบื้องต้น นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เห็นหนังสือดังกล่าวแล้ว แต่เห็นจากคนอื่น นายกฯไม่ได้ส่งหนังสือนี้ให้อ่านโดยตรง และท่านรัฐมนตรีระบุว่า ท่านนายกฯไม่ได้พูดหรือหารืออะไรเกี่ยวกับประเด็นนี้

พรุ่งนี้บีทีเอสเปิดแถลง

ส่วนที่ BTSC จะจัดแถลงข่าวกรณีสายสีส้มในวันพรุ่งนี้ (10 มี.ค. 2564) แหล่งข่าวกล่าวว่า นายศักดิ์สยามรับทราบแล้ว ก็มองว่าเป็นสิทธิ์ของบริษัทจะแถลง ส่วนการเรียกร้องให้ รฟม. ระงับการประมูล คงไม่มีอำนาจไปสั่งได้ เพราะเป็นอำนาจของคณะกรรมการคัดเลือกมาตรา 36 ในการดูแลโครงการดังกล่าว แล้วตอนนี้ทางเอกชนดังกล่าวก็ไปฟ้องศาลเพิ่มอีก ก็ให้ศาลตัดสินไป แล้วในการร่างข้อเสนอให้เอกชนร่วมลงทุน (RFP : Request for Proposal) แบบนี้ ไม่ได้มีเฉพาะสายสีส้ม แต่โครงการอื่นๆก็เคยปรากฏการทำ RFp ในลักษณะนี้มาแล้วเช่นกัน

สำหรับรถไฟฟ้าสายสีส้ม รฟม.เปิดให้เอกชนร่วม PPP net cost 30 ปี วงเงิน 128,128 ล้านบาท สร้างช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม เป็นงานใต้ดินตลอดสาย จัดหาระบบ เก็บค่าโดยสาร รับสัมปทานเดินรถและบำรุงรักษาโครงการตลอดสายบางขุนนนท์-มีนบุรี โดยรัฐจะเวนคืนให้ 14,611 ล้านบาท สนับสนุนเงินลงทุนเอกชนไม่เกินค่างานโยธา 96,012 ล้านบาท

โดยช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี สร้างคืบหน้าแล้ว77.77% ตามแผนจะเปิดบริการปี2567 ส่วนช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์ เปิดในปี2569

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ