“ผู้ว่ารถไฟ” ป่วยโควิดพ้นขีดอันตราย ปลุกขวัญคนรถไฟฯหารายได้ปลดหนี้

นิรุฒ มณีพันธ์
นิรุฒ มณีพันธ์

“นิรุฒ มณีพันธ์”ส่งสารถึงคนรถไฟ อัพเดตอาการป่วยโควิด ทำงานครบ1 ปี ปลุกองค์กรต้องช่วยกันลดภาระ เพิ่มรายได้ หลังสถานะไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ยืนยันก.ค.นี้เปิดหวูดรถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีกลางเต็มรูปแบบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2564 นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ออกแถลงการณ์ถึงพนักงาน ร.ฟ.ท.โดยมีใจความว่า

ผมต้องขอขอบคุณพี่น้องชาวรถไฟทุกท่านอีกครั้งที่ได้แสดงความห่วงใยและส่งกำลังใจมาให้ผม ช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายท่านคงได้รับทราบว่าผมต้องเข้ารับการรักษาการติดเชื้อโควิด – 19

เชื้อลงปอด แต่ทุเลาแล้ว รอกลับบ้านพักฟื้นต่อ

ในช่วงแรกอาการเบื้องต้นยังไม่น่ากังวลเท่าไหร่ มีไข้บางช่วงเวลา และมีอาการไอเป็นระยะ จนเมื่อประมาณสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดการติดเชื้อที่บริเวณปอด ทำให้ผมหายใจลำบากมาก ต้องย้ายเข้ารับการรักษาที่ห้อง ICU ทีมแพทย์ต้องให้ยาและให้นอนคว่ำหน้า จนเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา อาการดีขึ้น และสามารถกลับออกมาอยู่ห้องปกติได้ และคาดว่าอีกประมาณ 2 – 3 วัน ผมคงสามารถออกจากโรงพยาบาลเพื่อพักฟื้นต่อที่บ้านอีกสักระยะ

เตือนดูแลสุขภาพตามมาตรการสาธารณสุข

อย่างไรก็ดี ยังมีพี่น้องชาวรถไฟอีกหลายท่าน ที่ยังคงรับการรักษาอยู่ในขณะนี้ ผมขออวยพรให้ท่านสุขภาพแข็งแรงขึ้น และหายในเร็ววัน รวมถึงพี่น้องชาวรถไฟทุกๆท่าน ผมขอให้ทุกท่านดูแลรักษาสุขภาพ และใช้ชีวิตประจำวันรวมถึงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังครับ

เผยติดเชื้อทรมาน หายใจลำบาก

“การติดเชื้อนั้นทรมานมาก หายใจลำบาก จึงอยากให้ทุกท่านดูแลสุขภาพ และปฏิบัติตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ รักษาระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ สวมใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา ผมขอให้ทุกท่านปลอดภัย”

ครบ 1 ปีรับแหน่งผู้ว่าการฯ

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการครบรอบ 1ปีที่ได้เป็นผู้ว่าการฯว่า วันนี้เมื่อปีที่แล้ว เป็นวันที่ผมได้เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย วันนั้นผมได้มอบนโยบายต่างๆให้กับทุกๆท่าน รวมถึงความตั้งใจที่จะเข้ามาร่วมงานกับทุกๆท่าน บริหารองค์กรแห่งนี้ด้วยหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส โดยไม่ละเลยปฏิบัติตามพื้นฐานระเบียบและข้อกฎหมายเพื่อให้กระบวนการทำงานต่างๆเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อองค์กรและประเทศชาติ

รวมถึงการสานต่อโครงการขนาดใหญ่ต่างๆที่ดำเนินการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าสายสีแดง เป็นต้น

ผ่านมา 1 ปี ผมได้มีโอกาสเดินทางไปพบชาวรถไฟตามสถานีและจังหวัดต่างๆ ครบทุกสาย การเดินทางไปในแต่ละครั้งนั้น เป็นการเดินทางเพื่อเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ รับฟังความคิดเห็นและร่วมแก้ไขปัญหาต่างๆให้กับพี่น้องชาวรถไฟ รวมถึงการติดตามและดูงานในพื้นที่ต่างๆ และหาโอกาสทางธุรกิจให้กับการรถไฟฯของพวกเราทุกคน

รับรถไฟไม่กำไร ต้องเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย

เราต้องไม่ลืมว่า สถานการณ์ของการรถไฟฯนั้น ไม่ได้จัดอยู่ในรัฐวิสาหกิจที่มีรายได้เลี้ยงตัวเองได้ ถึงแม้ว่าหลายท่านทั้งในการรถไฟฯเอง หรือสังคมภายนอกมักจะพูดว่า การรถไฟฯมีที่ดินเยอะ ร่ำรวย

แต่เราในฐานะคนรถไฟ เราต้องยอมรับความจริงว่าภาระที่เราได้รับมอบหมายในการให้บริการและดูแลพี่น้องประชาชนนั้น ไม่สามารถที่จะทำให้เราสร้างรายได้มากพอกับรายจ่ายที่เราต้องแบกภาระในทุกวันนี้


ดังนั้นสิ่งที่เราทุกคนต้องช่วยกัน คือการเพิ่มรายได้ และลดค่าใช้จ่าย การมุ่งมั่นทุ่มเทและรับผิดชอบในงานและหน้าที่ของตนเอง คือสิ่งที่ผมได้เคยพูดไว้ในวันแรกที่ผมได้มีโอกาสสื่อสารถ่ายทอดสดกับชาวรถไฟทุกคน

ก.ค.เปิดหวูดสายสีแดง-สถานีกลางบางซื่อ

ในช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมานั้น การรถไฟฯได้ดำเนินโครงการต่างๆหลายโครงการ อาทิ รถไฟฟ้าสายสีแดง และสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งตามแผนงานที่วางไว้จะมีการเปิดให้ประชาชนเข้าใช้บริการในเดือนก.ค. 2564ที่จะถึงนี้

รวมถึงโครงการอื่นๆที่กำลังดำเนินการไม่ว่าจะเป็นรถไฟทางคู่ และอื่นๆที่พวกเราชาวรถไฟกำลังดำเนินการอยู่ ผมต้องขอขอบคุณพี่น้องชาวรถไฟทุกคนที่ทุ่มเทเพื่อให้งานออกมาสำเร็จลุล่วงผ่านไปได้ด้วยดี

ยังมีงานอีกหลากหลายอย่างที่ยังรอให้พวกเราทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันสานต่อและสร้างสรรค์เพื่อให้การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ ร.ฟ.ท. ของพวกเราทุกคนพัฒนาไปข้างหน้าในฐานะผู้นำด้านการขนส่งของไทยและภูมิภาคอาเซียน และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ