ฟอเรสเทียส์พิชิตโควิด Q2/64 ขายทะลุ 1.3 หมื่นล้าน

เซอร์ไพรส์ไปทั้งวงการ “เดอะ ฟอเรสเทียส์ by MQDC” โครงการเมืองแห่งแรกของโลกที่ออกแบบทุกมิติเพื่อการใช้ชีวิตที่มีสุขภาพดียิ่งขึ้น คว้ายอดขายเพิ่มสองเท่าภายใน 3 เดือน ยอดรวมทะลุ 13,000 ล้านบาท ปลุกความคึกคักทำเลบางนา-ตราด กม.7 ท่ามกลางสถานการณ์โควิดระลอก 3

นายกิตติพันธุ์ อุยยามะพันธุ์ ผู้อำนวยการโครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์ โดย MQDC บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) หนึ่งในบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ในช่วงไตรมาส 1/64 บริษัทมียอดขายโครงการที่อยู่อาศัยต่าง ๆ ในเดอะ ฟอเรสเทียส์ จำนวน 6,000 ล้านบาท

เซอร์ไพรส์ 3 เดือน 7,000 ล้าน

จากการอัพเดตยอดขายล่าสุดในไตรมาส 2/64 พบว่าสามารถทำยอดขายเพิ่มอีก 7,000 ล้านบาท ส่งผลให้ปัจจุบันมียอดขายรวมเกิน 13,000 ล้านบาท

“ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จำนวนผู้ซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมในเดอะ ฟอเรสเทียส์ มีจำนวนมากกว่าผู้ซื้อโครงการในช่วง 3 ปีรวมกัน นับตั้งแต่เราประกาศความตั้งใจที่จะสร้างโครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์ ให้เป็นเมืองที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นอันดับแรก และได้รับการออกแบบทุกมิติเพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีขึ้น และมีความสุขมากขึ้น

ผลตอบรับที่น่าพอใจแสดงให้เห็นถึงจุดเด่นฟอเรสเทียส์ ที่ออกแบบได้ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของคนหลากหลายช่วงวัย เป็นการผสมผสานที่โดนใจผู้ซื้ออย่างแท้จริง”

Advertisment

โดยเดอะ ฟอเรสเทียส์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 398 ไร่ บนพื้นที่ยุทธศาสตร์ EEC (เขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก 3 จังหวัด ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา) บนถนนบางนา-ตราด กม.7 ประกอบด้วย ที่พักอาศัยหลากหลายรูปแบบ พื้นที่สีเขียว และสวนสาธารณะ พื้นที่สำหรับกิจกรรมชุมชน และพื้นที่เชิงธุรกิจสำหรับร้านค้าและสำนักงาน โดยเดอะ ฟอเรสเทียส์ เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่พัฒนาโดยบริษัทเอกชน มีมูลค่าโครงการ 1.25 แสนล้านบาท

“การที่ผู้คนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเพิ่มมากขึ้น อันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงการได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันกับครอบครัวมากขึ้น จากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ล้วนตอบโจทย์แนวคิดสำคัญของโครงการของเราที่ผสานธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตประจำวัน และการออกแบบที่ส่งเสริมให้สมาชิกในครอบครัวจากหลากหลายเจเนอเรชั่นได้มาอยู่ใกล้ชิดกันอย่างลงตัว”

มัลเบอร์รี่โกรฟขายกระหน่ำ

นายกิตติพันธุ์กล่าวว่า ล่าสุดได้เปิดฟอเรสต์ พาวิลเลียน ออกแบบโดย Foster+Partners จัดแสดงห้องตัวอย่าง 11 ห้อง จาก 3 โครงการที่อยู่อาศัยในเดอะ ฟอเรสเทียส์ ซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมภายในโครงการ และช่วยให้ผู้สนใจเห็นภาพแนวคิดสำคัญในการพัฒนาโครงการ รวมทั้งคุณภาพการออกแบบและรูปแบบของที่อยู่อาศัยประเภทต่าง ๆ

โดยเดอะ ฟอเรสเทียส์ ประกอบไปด้วย ที่อยู่อาศัย 7 แบบ มีจุดขายโดดเด่นรองรับการอยู่อาศัยได้หลากหลายช่วงวัย และหลากหลายไลฟ์สไตล์ เน้นการได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติอย่างกลมกลืน มีการเลือกใช้วัสดุและการออกแบบด้วยมาตรฐานคุณภาพสูงสุด ราคาเริ่มต้น 5 ล้าน-250 ล้านบาท

Advertisment

ทั้งนี้ โซนที่อยู่อาศัยภายในเดอะ ฟอเรสเทียส์ พบว่าคอนโดฯ แบรนด์ “มัลเบอร์รี่ โกรฟ” และคฤหาสน์หรูแบรนด์ “มัลเบอร์รี่ โกรฟ” ทำยอดขายสูงสุดมากกว่า 6,300 ล้านบาท ตามมาด้วยคอนโดฯแบรนด์ “วิสซ์ดอม” ที่มียอดขายมากกว่า 3,000 ล้านบาท

“คลัสเตอร์โฮม” ลักเซอรี่สไตล์

นายกิตติพันธุ์กล่าวด้วยว่า ที่อยู่อาศัยแบรนด์มัลเบอร์รี่ โกรฟ ออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบครอบครัวคนไทยที่มีหลากหลายเจเนอเรชั่นอาศัยอยู่ร่วมกัน โดยบ้านมัลเบอร์รี่ โกรฟ แต่ละหลังมีขนาดที่แตกต่าง เชื่อมถึงกันได้ด้วยทางเดินพิเศษ มุ่งตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่ให้สามารถใช้เวลาอยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิด แต่ยังคงมีความเป็นส่วนตัว และมีพื้นที่ที่แยกออกจากกัน

“บ้านระดับลักเซอรี่เป็นแนวคิดรูปแบบใหม่ที่มีการออกแบบให้บ้านหลายขนาดเชื่อมต่อถึงกันเป็นคลัสเตอร์โฮม เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของครอบครัว ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมัลเบอร์รี่ โกรฟ วิลล่า ขายได้แล้วจำนวน 10 หลัง โดยเดอะ ฟอเรสเทียส์ มีกำหนดสร้างเสร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการภายในต้นปี 2567”

บริการดูแลตลอดชีวิต

สำหรับรายละเอียดบ้านและคอนโดฯในเดอะ ฟอเรสเทียส์ ได้แก่ “มัลเบอร์รี่ โกรฟ” คอนโดฯโลว์ไรส์ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เหนือระดับ ใกล้ชิดกับธรรมชาติจำนวน 6 อาคาร มีห้องให้เลือก 16 แบบ พื้นที่ใช้สอย 63-1,027 ตารางเมตร, โครงการแนวราบ “มัลเบอร์รี่ โกรฟ” บ้านสไตล์คลัสเตอร์โฮม ตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่หลากหลายเจเนอเรชั่นจำนวน 37 หลัง 3 ขนาด ฟังก์ชั่น 4-6 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 1,000-1,600 ตารางเมตร

คอนโดฯ “วิสซ์ดอม” อาคารไฮไรส์จำนวน 3 อาคาร ตอบโจทย์คนวัยเริ่มต้นทำงาน วัยสร้างครอบครัว ครอบครัวใหม่ และคนรักสัตว์เลี้ยง มีห้อง 7 แบบ พื้นที่ใช้สอย 35-205 ตารางเมตร

แบรนด์ “ดิ แอสเพน ทรี” ที่พักอาศัยพร้อมบริการดูแลตลอดชีวิตสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนการใช้ชีวิตในระยะยาว อายุ 50 ปีขึ้นไป มีทั้งแบบ active living condominiums และ sky villa residences และ “ซิกส์เซนส์” วิลล่าระดับซูเปอร์ลักเซอรี่ บริหารจัดการโดยซิกส์เซนส์ ซึ่งเป็นแบรนด์เซอร์วิสระดับโลก