ดิ เออร์เบิลฯ ปักหมุดรามอินทรา 117 เปิดทาวน์โฮม “คิวเรเตอร์” เริ่ม 2.69 ล้าน

ดิ เออร์เบิล พร็อพเพอร์ตี้ ปรับแผนพัฒนาโครงการยุคโควิดหันมาบุกบ้านแนวราบ ผุดแบรนด์ใหม่ “คิวเรเตอร์ รามอินทรา 117” ทาวน์โฮมดีไซน์ new normal ราคา 2.69-3.79 ล้าน

วันที่ 27 เมษายน 2565 นายสมภพ วาณิชเสนี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิ เออเบิ้ล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานของบริษัทฯในช่วง 1-3 ปีนี้ว่า จะหันมารุกทำตลาดแนวราบมากขึ้น เนื่องจากตลาดคอนโดฯยังชะลอตัวจากวิกฤตโควิด-19 ทำให้สต๊อกเก่าของผู้ประกอบการยังเหลืออีกมาก ขณะที่การทำโครงการแนวราบจะสามารถสร้างรายได้และคืนทุนได้อย่างต่อเนื่อง

ดังนั้นในปี 2565 จึงถือเป็นครั้งแรกที่กลุ่ม “ดิ เออเบิล พร็อพเพอร์ตี้” หันมาพัฒนาโครงการแนวราบ ภายใต้แบรนด์ “คิวเรเตอร์” (Curator) ในรูปแบบของทาวน์โฮม โดยมองว่าตลาดทาวน์โฮมดีมานด์ยังมีอีกมาก



รายละเอียดโครงการแรกที่พัฒนาคือ “คิวเรเตอร์ รามอินทรา 117” (Curator Ramintra 117) ตั้งอยู่บนพื้นที่รวม 13 ไร่เศษ รูปแบบทาวน์โฮมที่ดินเริ่มต้น 17.8-43 ตารางวา ราคา 2.69-3.79 ล้านบาท จำนวน 151 ยูนิต มูลค่าโครงการ 497 ล้านบาท โดยจะเปิดพรีเซลในวันที่ 7-8 พฤษภาคม 2565 นี้ ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 28 ยูนิต หรือประมาณ 80% ในส่วนของเฟสแรก จากทั้งหมด 3 เฟส

“ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ราคาที่ดินในซอยรามอินทรา 117 อยู่ที่ 7 ล้านบาท/ไร่ ปัจจุบันปรับสูงขึ้นมาที่ 12 ล้านบาท/ไร่ เชื่อว่าหากรถไฟฟ้าสายสีชมพูเปิดให้บริการช่วงเดือนสิงหาคม 2565 นี้ จะทำให้ราคาที่ดินปรับสูงขึ้นไปอีกที่ 40,000 บาท/ตารางวาขึ้นไป ซึ่งจะยิ่งทำให้ผู้ประกอบการหาที่ดินในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยได้ยากขึ้นไปอีก” นายสมภพ กล่าว

นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนพัฒนาทาวน์โฮม แบรนด์ดังกล่าวในทำเลอื่น ๆ โดยเฉพาะโซนตะวันออกของ กทม.อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปลายปี 2656 จะพัฒนาในทำเลพระราม 5 บนพื้นทั้งหมด 10 ไร่ ราคาขายเริ่มต้นที่ 3.3 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 400 ล้านบาท ปี 2566 จะพัฒนาโครงการในทำเลย่านสายไหม พร้อมทั้งสนใจเปิดตัวบ้านแฝด แบรนด์ใหม่ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ขณะที่ปี 2567 จะเปิดตัวโครงการในทำเลเทพารักษ์-ศรีนครินทร์ อย่างต่อเนื่อง ขณะนี้มีที่ดินรองรับการพัฒนาแล้ว 3 แปลง คือ ทำเลสายไหม, เทพารักษ์ และรังสิต คลอง 7


ส่วนแผนการเปิดตัวโรงแรมระดับ 3 ดาวครึ่ง บริเวณห้าแยกลาดพร้าว หน้าโรงเรียนเซนต์จอห์น บนพื้นที่กว่า 200 ตารางวา จำนวน 140 ห้อง ค่าห้อง 1,500 บาท/คืน มูลค่าการลงทุน 350 ล้านบาท เดิมจะเปิดให้บริการได้ในปี 2564 แต่คงต้องรอให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลาย และประกาศเป็นโรคประจำถิ่นในช่วงเดือนกรกฎาคม 2565 นี้เสียก่อน รวมไปถึงรอให้ตลาดท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวเต็มที่เสียก่อน โดยก่อนหน้านั้นบริษัทได้เตรียมที่จะใช้โรงแรมในเครือออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เข้ามาบริหารงาน แต่หากสถานการณ์คลี่คลายคงต้องกลับมาพิจารณาอีกครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ