ย่างเข้าสู่ปีที่ 2 เนสเพรสโซร่วมมือกับ ‘Wonderfruit’

สานต่อปรัชญาแห่งความยั่งยืน ผ่านการจัดแสดงผลงาน “Doing is Everything” ประติมากรรมที่รังสรรค์จากแคปซูลรีไซเคิล โดย Pin Metal Art ศิลปินชื่อดังจาก ‘Wonderfruit’

“ความยั่งยืน ปรัชญาหลักของเนสเพรสโซสู่กลยุทธ์ขับเคลื่อนแบรนด์ เพราะคำว่า “กำไร” ในธุรกิจของเนสเพรสโซ นั้นรวมถึงการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นการขับเคลื่อนแบรนด์ของเนสเพรสโซจึงตั้งต้นมาจากคำถามที่ว่า “เราจะขับเคลื่อนแบรนด์อย่างไร ให้ธุรกิจโลกและชุมชนได้กำไรไปด้วยกัน” สำหรับเนสเพรสโซ “ความยั่งยืน” คือคำจำกัดความที่สามารถตอบทุกโจทย์ได้ในคำเดียว”

คุณ อมรทิพย์ วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของเนสเพรสโซในมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์  ผ่านกาแฟในกลุ่ม Reviving Origins ซึ่งเริ่มต้นจากการที่เนสเพรสโซเข้าไปฟื้นฟูพื้นที่ในการทำเกษตรกรรมกาแฟและเศรษฐกิจกาแฟในท้องถิ่นในประเทศอย่างเช่นคิวบา และยูกันดา ที่ได้รับผลกระทบมาจากปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศ ปัญหาด้านเศรษฐกิจและภัยพิบัติด้านสิ่งแวดล้อม โดยสนับสนุนชาวไร่กาแฟให้สามารถผลิตกาแฟที่มีคุณภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ตนเองและชุมชน พร้อมอนุรักษ์พื้นที่เกษตรกรรมเพื่อผลผลิตที่ดีในอนาคต จากไร่กาแฟที่ถูกทิ้งร้างนานหลายปี สู่กาแฟสุดพิเศษที่เนสเพรสโซได้ร่วมมือกับชาวไร่กาแฟท้องถิ่นจนเกิดเป็นกาแฟรสชาติ AMAHA AWE UGANDA ซึ่งมีที่มาจากการฟื้นฟูไร่กาแฟในประเทศยูกันดา จนกลายมาเป็นกาแฟที่หอมกลิ่นไม้จันทร์แสนหายากให้คุณได้ลิ้มลอง



นอกจากนี้ เนสเพรสโซยังตอกย้ำเจตนารมณ์ในการ “สร้างคุณค่าที่ไม่รู้จบ” และการทำธุรกิจเพื่อความยั่งยืน โดยการนำแคปซูลที่ใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการคัดแยกระหว่างกากกาแฟกับอะลูมิเนียม เพื่อนำวัตถุดิบไปใช้งานต่อ ซึ่งเนสเพรสโซนั้นมีช่องทางในการรับคืนแคปซูลที่ใช้แล้วที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นที่เนสเพรสโซบูติกและจุดจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า การส่งคืนจากที่บ้าน หรือจะเป็นการส่งคืนที่ไปรษณีย์ไทย นับเป็นการสร้างความสะดวกสบายในการคืนแคปซูลใช้แล้วที่สอดคล้องไปกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตที่ยั่งยืนมากขึ้น

ในปี 2021 ‘เนสเพรสโซ’ (Nespresso) ได้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีจุดยืนด้านความยั่งยืนร่วมกันอย่างวันเดอร์ฟรุ๊ต เฟสติวัล (Wonderfruit Festival) ผู้จัดงานไลฟ์สไตล์เฟสติวัล ที่เน้นวิถีความยั่งยืนมาร่วมสร้างพลังขับเคลื่อนให้สังคมได้ร่วมตระหนัก รวมถึงเห็นความสำคัญในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และยังสานต่อการร่วมมือครั้งนี้ในปี 2022 โดยการจับมือกับศิลปินชื่อดังของ Wonderfruit อย่าง Pin Metal Art รังสรรค์ผลงานประติมากรรมจากวัสดุรีไซเคิลจากแคปซูลอะลูมิเนียม จัดแสดง ณ เนสเพรสโซ แฟลคชิพสโตร์ สยามพารากอน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Doing is Everything” หรือ “ทุก ๆ อย่างเริ่มต้นด้วยการกระทำ” ในงาน Nespresso x Wonderfruit Upcycled Show Window x Pin Metal Art Collaboration โดยภายในงานเนสเพรสโซได้เชิญเซเลบริตี้หัวใจรักษ์โลกมาร่วมชักชวนให้ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความตระหนักรู้ในการดูแลสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น

ทั้งนี้เนสเพรสโซจึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกิจกรรมรักษ์โลกด้วยการนำแคปซูลเนสเพรสโซที่ใช้แล้ว มารีไซเคิลได้ที่จุดคืนแคปซูลเนสเพรสโซในช่องทางที่ท่านสะดวก สุดท้ายนี้มาพบกับเราได้อีกครั้งในกิจกรรมเนสเพรสโซคอฟฟี่บาร์ในสไตล์รักษ์โลกท่ามกลางธรรมชาติและขุนเขา ณ งาน Wonderfruit ที่จะจัดขึ้นบน เดอะฟิลด์ แอท สยามคันทรีคลับ พัทยา ปลายปีนี้อีกเช่นเคย

เนสเพรสโซ ได้รับการยอมรับจากหลายคนทั่วโลกว่าเป็น ‘แบรนด์กาแฟที่ทำธุรกิจด้วยความยั่งยืน’ ผ่านหลายๆ โครงการที่สร้างความตระหนักรู้ถึงการรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อมตลอดระยะเวลาหลายปี กล่าวได้ว่าเนสเพรสโซได้เริ่มคำนึงตั้งแต่วิถีชีวิตของชาวไร่กาแฟ การเพาะปลูก การแปรรูป ตลอดจนถึงกระบวนการหลังการบริโภค เช่น การรีไซเคิลแคปซูลกาแฟอะลูมิเนียมของเนสเพรสโซ และการคัดแยกกากกาแฟเพื่อเป็นปุ๋ยให้กับพืชพรรณต่างๆ ด้วยเหตุนี้ ‘เนสเพรสโซ’ จึงได้รับการโหวตจากนิตยสารระดับโลก World Financial Magazine ให้เป็น “แบรนด์กาแฟที่มีกระบวนการผลิตที่ยั่งยืนที่สุดในโลก” ในปี 2021 และได้รับรองให้เป็น B Corp ร่วมกับองค์กรอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานสูงสุดของผลการดำเนินงานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการยืนยันความโปร่งใส ความเป็นสาธารณะ และความรับผิดชอบทางกฎหมาย เพื่อสร้างสมดุลระหว่างกำไรและพันธกิจขององค์กร

เกี่ยวกับเนสเพรสโซ

เนสเพรสโซ เป็นผู้นำด้านกาแฟแคปซูลและเครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูลระดับพรีเมียม เนสเพรสโซมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตของธุรกิจกาแฟที่ยั่งยืน โดยทำงานร่วมกับเกษตรกรกว่า 122,000 คน ใน 15 ประเทศผ่านโครงการกาแฟ AAA Sustainable Quality™ เพื่อสร้างแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนบนไร่กาแฟและพื้นที่เพาะปลูกโดยรอบ โครงการดังกล่าวเปิดตัวในปี 2546 ภายใต้ความร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงกำไร Rainforest Alliance โดยมีเป้าหมายในการมุ่งพัฒนาประสิทธิภาพในกระบวนการเก็บเกี่ยว และเพิ่มคุณภาพของผลผลิต เพื่อได้มาซึ่งกาแฟระดับพรีเมียมพร้อมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไร่และชุมชนในระยะยาว

บันได 6 ก้าวแห่งความยั่งยืนของเนสเพรสโซ

  1. Regenerative:

เนสเพรสโซมุ่งมั่นดำเนินการบนเส้นทางความยั่งยืนตั้งแต่จุดเริ่มต้น หรือ “บ้าน” ของเมล็ดกาแฟเป็นอันดับแรก

โดยเน้นทำงานกับเกษตรกรทั่วโลก เพื่อส่งเสริมแนวทางทำไร่หมุนเวียน เช่น วนเกษตร การใส่ปุ๋ยอินทรีย์ และการคลุมดิน แนวทางดังกล่าวไม่เพียงแต่รักษา “บ้าน” ของเหล่าเมล็ดกาแฟเท่านั้น แต่เป็นการ “รักษา” การอาชีพชาวไร่กาแฟให้สามารถมีพื้นที่อุดมสมบูรณ์เพื่อเพาะปลูกต่อไปในระยะยาวอีกด้วย

  1. Eco-design:

เนสเพรสโซเน้นและสนับสนุนการใช้วัสดุรีไซเคิลและย่อยสลายได้ รวมถึงนวัตกรรมรวมถึงใช้อุปกรณ์เสริมและเครื่องจักรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากแคปซูลของเนสเพรสโซที่ผลิตจากอะลูมิเนียมจะกักเก็บรสชาติของกาแฟได้ดีแล้วยังสามารถนำไปรีไซเคิลและมอบชีวิตใหม่จากอะลูมิเนียมและกากกาแฟได้อย่างไม่รู้จบ เรียกได้ว่าจะไม่มีขยะหลงเหลือจากการใช้แคปซูลของเนสเพรสโซเลยทีเดียว

  1. Renewable energy:

ด้วยการคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้พลังงานหมุนเวียนในทุกกระบวนการผลิต เนสเพรสโซยังมุ่งสู่การใช้ไฟฟ้าหมุนเวียน 100% ในไซต์และใช้หลอดไฟประหยัดพลังงานในร้านบูติกของเนสเพรสโซทั่วโลก

  1. Recycle:

นับเป็นการมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยการนำแคปซูลกาแฟเนสเพรสโซที่ใช้แล้วส่งคืนเพื่อรีไซเคิลผ่านบริการรับส่งถึงบ้าน และเนสเพรสโซบูติกทุกสาขา ทั้งนี้อะลูมิเนียมจากแคปซูลที่ถูกรีไซเคิล

ได้ถือกำเนิดชีวิตใหม่ในหลากหลายรูปแบบ อาทิ ปากกา, ดินสอ, จักรยาน, มีดพับ รวมถึงแคปซูลกาแฟของเนสเพรสโซ

  1. Logistic:

ตลอดการทำงานกับคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) เนสเพรสโซมุ่งใช้ระบบขนส่งและนวัตกรรมที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้ได้มากที่สุดตลอดกระบวนการผลิตจนถึงมือผู้บริโภค นอกจากนี้ เนสเพรสโซ ประเทศไทยยังตั้งเป้าเพิ่มบูติกที่ต่างจังหวัดภาคเหนือและภาคใต้ เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการขนส่ง

  1. Reforestation:

แม้เนสเพรสโซจะมุ่งมั่นลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในทุกๆ กระบวนการผลิต แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าในปัจจุบันยังไม่อาจลดการปล่อยก๊าซได้จนเหลือศูนย์ทั้งหมดดังนั้นเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซ เนสเพรสโซจึงมุ่งปลูกป่าทดแทนเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อขยายแหล่งกักเก็บคาร์บอน รวมถึงสร้างสมดุลระหว่างกิจกรรมของมนุษย์และธรรมชาติ


สำนักงานใหญ่ของเนสเพรสโซ ตั้งอยู่ที่เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเนสเพรสโซได้ดำเนินธุรกิจใน 82 ประเทศทั่วโลก และมีพนักงานจำนวนกว่า 13,900 คน ในปี 2563 เนสเพรสโซมีจำนวนร้านบูติกเนสเพรสโซทั้งหมด 816 แห่งทั่วโลก โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมในเว็บไซต์ทางการได้ที่  www.nestle-nespresso.com

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ